Links News Contact Us About us Privacy Terms FAQ Add feedback Invite a friend Bookmark

Home Members Blogs Photos Videos Music Groups Classifieds Events Polls Forums Articles Boards chat
Tags - การสนทนา

สูตรสำเร็จในการฝึกพูดกับเว็บ:Play-Pause-Repeat

สวัสดีครับ
อันที่จริงตามชื่อเรื่องข้างบน ผมสามารถพูดจบได้ภายในไม่กี่บรรทัด คือ

"เมื่อท่านเข้าไปที่เว็บสอนภาษาอังกฤษซึ่งมีไฟล์ MP3 ท่านสามารถฝึกพูดภาษาอังกฤษได้โดย (1)คลิกปุ่ม Play, (2)ฟังเสียง (3)คลิกปุ่ม Pause เพื่อหยุด (4) Repeat คือพูดตามเสียงที่ได้ยิน ทำซ้ำไปซ้ำมา วนไปวนมาอย่างนี้บ่อย ๆ ไม่นานก็จะเก่งทั้ง listening และ speaking" - - จบแล้วครับที่ผมต้องการจะบอก

แต่ถ้าท่านมีเวลา ผมขอนุญาตเล่าประสบการณ์และความคิดเห็นส่วนตัวในการศึกษาภาษาอังกฤษสักนิดนะครับ

ผมเชื่อว่าคนไทยไม่น้อยเป็นอย่างผม คือไม่มีโอกาสไปใช้ชีวิตและศึกษาเมืองนอกและได้ใช้ภาษาอังกฤษครบวงจรที่นั่น และแม้จะเรียนในเมืองไทย ท่านเชื่อผมไหมครับว่า ตั้งแต่เรียนชั้น ป.เตรียม (ตำบลที่ผมอยู่ตอนเด็ก ใน พ.ศ.นั้นไม่มีโรงเรียนอนุบาลให้ผมเดินไปเรียน) จนจบปริญญาโท ผมไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษกับครูฝรั่งแม้แต่คนเดียว และผมก็เชื่ออีกว่าต่อให้ได้เรียนกับครูไทยที่เก่งเต็มพิกัดเพียงใดก็ตาม เพียงใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อ 1 สัปดาห์ในชั้นเรียนภาษาอังกฤษแม้จะอย่างตั้งใจ ก็ไม่มีทางที่จะเก่งภาษาอังกฤษได้ ยิ่งถ้าเรียนอย่างไม่มีใจยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เมื่อเรียนจบและได้เดินทางไปหลายประเทศ ได้พูดคุยกับผู้คนพอสมควรทำให้ผมรู้ว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะคนไทย แต่เกิดขึ้นกับหลายชาติ แม้แต่ชาติที่รวย ๆ เช่น ญี่ปุ่น, ชาติที่คนไทยทึกทักว่าพูดภาษาอังกฤษได้ดีแทบทุกคน เช่น อินเดีย. และอีกหลายชาติที่เป็นฝรั่ง แต่พูดภาษาอังกฤษได้ทุรกันดารเต็มที

คนรุ่นผมซึ่งเหลือเวลาทำงานไม่นานนักอาจจะไม่ถูกกดดันมากนักให้ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็น แต่คนรุ่นน้อง - รุ่นลูก - และรุ่นหลาน ไม่ได้โชคดีอย่างผม ไม่ได้โชคดีแปลว่าจะโชคร้าย ถ้าไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างที่ชีวิตการทำงานของโลกยุคใหม่มันบังคับให้ต้องใช้ เว้นแต่ว่าจะยอมรับที่จะเป็นคนตกรุ่นซึ่งคงไม่มีใครยอมรับ

และเนื่องจากเรามีข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้ไม่สามารถฟิตภาษาอังกฤษให้เข้มแข็งได้เหมือนใจ เราไม่มีคุณพ่อคุณแม่เป็นเศรษฐีส่งให้ไปเข้าคอร์ส summer camp ที่อังกฤษหรือนิวซีแลนด์, เงินเดือนเราไม่มากพอที่จะจ้างฝรั่งมาสอน private conversation course, งานของเราต้องติดต่อกับฝรั่งในฐานะคนที่พูดภาษาอังกฤษเป็น ไม่ใช่คนที่หัดพูดภาษาอังกฤษ, ฯลฯ เมื่อเงินก็น้อย เวลาก็ไม่ค่อยมี แล้วจะทำอย่างไรกันล่ะครับ

ผมอยากจะชวนทุกท่านอ่านคำสอนของหลวงปู่พุทธะอิสระสัก 2 ตอนสั้น ๆ คลิกข้างล่างนี้ครับ (ดาวน์โหลดเสร็จแล้วคลิกที่ภาพเพื่อขยาย)
http://home.dsd.go.th/freeenglish/22.png
http://home.dsd.go.th/freeenglish/24.png

(เพิ่ม ยันต์กันท้อ ของท่านอาจารย์พยอม: http://home.dsd.go.th/freeenglish/yankanto.jpg)

ผมเชื่อว่าสิ่งที่หลวงปู่สอนเป็นความจริง และอยากให้ท่านผู้อ่านทุกคนมีกำลังใจเพราะความจริงนี้ ความจริงที่สามารถทำให้ความฝันของท่านเป็นความจริง

ย้อนกลับมาเรื่องพูดเรื่อง "สูตรสำเร็จในการฝึกพูดกับเว็บ: Play-Pause-Repeat" ตามหัวข้อข้างบน ผมเคยได้ยินบางคนพูดว่า รู้ศัพท์ตั้งเยอะแยะ แต่พอถึงเวลาต้องพูดกลับพูดไม่ออก ไม่รู้จะทำยังไงดี

ผมขออนุญาตทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ เอาประสบการณ์ของตัวเองมาเล่าสักนิดนะครับ ขออนุญาตพูดเป็นข้อ ๆ อย่างนี้นะครับ

[1]. เด็กฟังเสียงของโลกภายนอกตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ มีงานวิจัยว่าไว้อย่างนั้น คุณแม่บางท่านอยากให้ลูกเกิดมาเป็นคนอารมณ์ดีตอนตั้งท้องก็เปิดเพลง classic เย็น ๆ โดยนักวิจัยบอกว่าเด็กก็ได้ยินด้วย (ผมสงสัยว่า ถ้าฟังเพลงฝรั่งเย็น ๆ อาจจะช่วยให้ลูกฝึก English listening skill ตั้งแต่อยูในท้องก็เป็นไปได้) พอคลอดออกมาแล้ว ทักษะแรกทางภาษาที่เด็กฝึกก็คือ listening skill ผมเข้าใจว่าพร้อม ๆ กันนั้นเจ้าหนูก็พยายามฝึก speaking skill ไปพร้อม ๆ กัน เสียงอ้อ ๆ แอ้ ๆ ที่เราฟังไม่รู้เรื่องนั้นก็คงเป็นความพยายามพูดออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง และจนถึงวันหนึ่งเจ้าหนูก็พูดคำแรกได้ อาจจะเป็นคำว่า "แม่" เพราะแม่เรียกตัวเองว่า "แม่" ให้ลูกฟังจนนับครั้งไม่ถ้วน ถึงตรงนี้ผมอยากจะสรุปตามประสาของผมว่า ตามธรรมชาติของการเรียนภาษานั้น ต้องฝึกฟังให้ได้ คือ listening ก่อนที่จะพูดเป็น คือ speaking และมันจะเป็นการ ฟัง - พูด, ฟัง - พูด, ฟัง - พูด, ๆ ๆ ๆ.... ไปเรื่อย ๆ เด็กสามารถพูดทีละคำ ทีละวรรค ทีละประโยคด้วยวิธีนี้

[2]. ข้อสรุปที่ 2 ของผมก็คือ เมื่อเราต้องเรียนพูดภาษาที่ 2 คือภาษาอังกฤษเมื่ออายุเยอะแล้ว และจ้องแต่จะฝึกพูดอย่างเดียวโดยไม่ยอมลงทุนฟังเยอะ ๆ ก็ยากครับที่จะพูดได้ ลองคิดดูง่าย ๆ ก็ได้ครับ กว่าเด็กจะพูดคำว่า "แม่" ออกมาได้ เด็กจะต้องได้ยินเสียงคำนี้จากปากของแม่ ผ่านเข้าไปในหูของตัวเองกี่ร้อยครั้ง แล้วกว่าจะขยับปาก ขยับลิ้น ขยับขากรรไกร ให้เปล่งเสียงพูดออกมาให้กับเหมือนเสียงที่ตัวเองได้ยิน ก็คงต้องขยับกล้ามเนื้อบริเวณปากกันเป็นพัน ๆ ครั้งนะครับ จึงจะทำงานนี้สำเร็จ ใครนะบอกว่าเด็กเอาแต่นอนไม่ต้องทำงาน เขาก็ทำงานเหมือนกับที่เรากำลังทำนี่แหละครับ คือการฝึก listening skill และ speaking ภาษาไทยครับ

[3]. ฉะนั้น ขั้นแรกของการเรียนภาษาคือการฝึกฟังให้ชินหู และพูดให้ชินปาก ต้องทำทั้ง 2 อย่าง ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ครับ ถ้าเราฟังอย่างเดียวโดยไม่พูด จะรู้ได้อย่างไรว่าเราฟังถูกต้อง การพูดออกมาให้คนอื่นหรือตัวเองได้ยินนั้น คือการพิสูจน์ว่าเราฟังถูก
4. ภาษาไทยที่เราเรียนตอนเด็กเป็นเช่นใด ภาษาอังกฤษที่เราเรียนตอนโตก็เป็นเช่นนั้น เราต้อง ฟัง - พูด, ฟัง - พูด, ฟัง - พูด, ๆ ๆ ๆ . . . ไปเรื่อย ๆ จนชินหูและชินปาก

ท่านอาจะถามว่า จะไปพูดให้ใครฟังล่ะ พูดออกเสียงถูกต้องหรือเปล่าก็ไม่รู้ แขกฝรั่งก็ไม่มี ครูฝรั่งก็ไม่มี เพื่อนฝรั่งก็ไม่มี แฟนฝรั่งยิ่งไม่ต้องพูดถึง จะพูดให้ใครฟังล่ะ? คำตอบของผมคือ ตอนที่ยังหาไม่ได้นี้ ก็ฝึกพูดกับเว็บไปก่อนแล้วกันครับ การฝึกกับเว็บดียังไง ผมขอเจียระไนสรรพคุณดังนี้ครับ

[1]. สะดวก สบาย จะฟังเมื่อไรก็ได้ ฟังนานเท่าไรก็ได้ ฟังที่ไหนก็ได้ (save ใส่เครื่องเล่น MP3 ไปฟังขณะเดินทาง)
[2]. มี choice ให้เลือกฟังเยอะ เรื่องที่ชอบ เรื่องยาว เรื่องสั้น เรื่องยาก เรื่องง่าย พูดเร็ว พูดช้า เรื่องเล่น ๆ เรื่องทางวิชาการ โอ๊ย! เยอะจนพูดไม่หมด
[3]. ไม่เสียตังค์ ตรงนี้แหละครับที่สำคัญ

แต่ประเด็นที่ผมต้องการบอกในวันนี้ก็คือ อย่าให้การฟังหยุดอยู่แต่ฟัง ให้มันต่อไปเป็นการพูดด้วย คือเมื่อชินหูแล้วต้องฝึกขยับปากให้เปล่งเสียงออกมาด้วยจนชินปากที่จะพูด พอถึงย่อหน้านี้ผมขอยกย่อหน้าแรกของข้อเขียนนี้มาพูดอีกครั้ง คือ


"เมื่อท่านเข้าไปที่เว็บสอนภาษาอังกฤษซึ่งมีไฟล์ MP3 ท่านสามารถฝึกพูดภาษาอังกฤษได้โดย (1)คลิกปุ่ม Play, (2)ฟังเสียง, (3)คลิกปุ่ม Pause เพื่อหยุด, (4) Repeat คือพูดตามเสียงที่ได้ยิน, ทำซ้ำไปซ้ำมา วนไปวนมาอย่างนี้บ่อย ๆ ไม่นานก็จะเก่งทั้ง listening และ speaking"

บางท่านอาจจะแคลงใจว่า เอ๊ะ! แล้วเราจะออกเสียงถูกหรือนี่ ผมต้องขอร้องท่าน อย่าดูถูกหูของตัวเองครับ หูของท่านมีประสิทธิภาพครับ ไม่อย่างนั้นท่านไม่สามารถพูดคำว่า "พ่อ", "แม่", "หม่ำ", "นม", "น้ำ" และอีก 9,999 คำมาได้ตั้งแต่เด็กหรอกครับ คนที่เป็นใบ้พูดไม่ได้ก็เพราะหูหนวกมาตั้งแต่เด็ก ท่านไม่ได้หูหนวก
เมื่อท่านฟังภาษาไทยและพูดภาษาไทยได้เมื่อตอนเด็ก ท่านก็ต้องฟังภาษาอังกฤษและพูดภาษาอังกฤษได้แม้ท่านจะโตแล้วก็ตาม

แต่... การพูดต้องทำไปพร้อม ๆ กับการฟังครับ เมื่อท่านฟัง นอกจากท่านจะได้สำเนียงแล้ว ท่านยังได้สำนวน ศัพท์ และความรู้อีกด้วย และเมื่อท่านฝึกกับเว็บ สูตรศักดิ์สิทธิ์แห่งความสำเร็จที่ผมขอแนะนำก็คือ Play - Pause - Repeat เริ่มจากง่ายไปยาก จากน้อยไปมาก จากช้าไปเร็ว จากที่ชอบมากๆไปยังเรื่องที่จำเป็นต้องรู้แม้ไม่ค่อยชอบ แต่ต้องฝึกบ่อย ๆ ฝึกทุกวัน
มีที่ให้ท่านฝึก Play - Pause - Repeat ได้ฟรี ๆ มากมาย เข้าไปที่นี่ครับ:
การฟัง listening
การพูด การสนทนา การออกเสียง

ท่านเชื่อได้เลยครับ ผมไม่ได้เอาเรื่องเกินจริงมาพูดเพื่อให้กำลังใจ แต่ผมเอาเรื่องจริงมาพูด เรื่องจริงที่ช่วยให้ท่านฟังและพูดภาษาอังกฤษได้จริง ถ้าท่านเอาจริง

ผมเชื่อว่าทุกท่านทำได้จริงครับ


มาฝึกสนทนาภาษาอังกฤษกันหน่อยไหมครับ

สวัสดีครับ
ผมพบ 2 เว็บที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับการฝึกสนทนาภาษาอังกฤษ

เว็บที่ 1 รายการวิทยุเพื่อการศึกษา ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคกลาง วิชาภาษาอังกฤษ มีไฟล์เสียงให้ดาวน์โหลด ใน 5 หัวข้อ คือ
1) การทักทาย
2) การพูดขอบคุณ และการพูดขอโทษ
3) การพูดชมเชย
4) การพูดเชื้อเชิญ
5) การพูดโทรศัพท์
6) การบอกเวลา
ที่นี่ครับ:
http://central.nfe.go.th/crnfe_php/crujim/radio_eng.html
[วิธีดาวน์โหลด : เมื่อเข้าไปในเว็บแล้ว ให้ท่าน
1) คลิกขวาที่คำว่า Download
2) คลิกซ้าย Save Target As...
3) คลิก Save เก็บไว้ในเครื่อง]

เว็บที่ 2 ประโยคสนทนาภาษาอังกฤษ ขั้นพื้นฐานสำหรับคนไทย
(นอกจากประโยคภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีคำอ่านและคำแปลเป็นภาษาไทยพิมพ์ไว้ให้เรียบร้อยเลยครับ)
ที่เว็บนี้ครับ:
http://school.obec.go.th/kudkwang_s/E%20to%20day%20001.htm
มี 47 หัวข้อการสนทนาให้ศึกษาและฝึกหัด (เป็นไฟล์ WORDให้ท่านดาวน์โหลด)
1)
การทักทายหรือสวัสดีในภาษาไทย (Greeting)
2) คำทักทาย ก่อนจากกัน ( Leave Taking )
3) การอำลา
4) การกล่าวขอบคุณ
5) สำหรับการพูดตอบรับการขอบคุณ
6) การกล่าวขอโทษ
7) เมื่อจะตอบรับคำขอโทษ
8) การกล่าวเวลาขอโทษเมื่อขัดจังหวะ เพื่อสอบถามเรื่องอื่น ๆ
9) ตัวอย่างประโยคอื่นๆที่มักพูด หรือ ใช้ในการสนทนา เมื่อพบปะกับชาวต่างชาต
10) เกี่ยวกับครอบครัว (The Family)
11) ประโยคพูดสั้นๆที่ใช้ในการตอบรับหรือขอร้อง
12) ชอบกับไม่ชอบ ( Like and Dislike )
13) ดินฟ้าอากาศและฤดูกาล ( The weather and seasons )
14) การบอกทาง ( Telling Direction )
15) การถามเส้นทางที่เราต้องการไป
16) การบอกระยะทาง ว่าอยู่ห่างแค่ไหน
17) บอกเส้นทางโดยใช้รถประจำทาง
18) บอกเส้นทางโดยให้เดินไป
19) การเชื้อเชิญ
20) การตอบรับคำเชิญ
21) การเสนอแนะ
22) การตอบรับคำเสนอแนะ
23) การกล่าวชมเชย
24) การตอบรับการกล่าวชมเชย
25) การกล่าวแสดงความยินดีและกล่าวอวยพร
26) บทสนทนาเกี่ยวกับคำนิยม
27) การกล่าวแสดงความเห็นใจ
28) คำขอร้อง ( Requests )
29) การเชิญ ( Inviting )
30) การตอบรับคำเชิญ ( Responses )
31) การถามอาการไม่สบายต่างๆ
32) ที่โรงพยาบาล ( At the Hospital )
33) ไปเยี่ยมผู้ป่วย ( Go to Visit a Sick Person )
34) การสนทนาซื้อขายในตลาด ( At the market )
35) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ( At the Post Office )
36) ที่ร้านขายรองเท้า ( At the Shoeshop )
37) ที่ร้านตัดเสื้อผ้า ( At the Tailor's )
38) การพูดโทรศัพท์ ( Talking on the phone )
39) สนทนาเรื่องกีฬา ( Talking about sport )
40) ที่โรงเรียน ( AT The School )
41) การสนทนาเกี่ยวกับศาสนา ( Talking about Religion )
42) จองตั่วเครื่องบิน ( Booking a flight ticket )
43) การสนทนาซื้อรถ ( Buying a Car )
44) ซื้อ- ซ่อม นาฬิกาปลุก (Repairing and Buying an Alarm -clock)
45) การซื้อ และจองตั๋วภาพยนตร์ ( Booking Tickets )
46) บทสนทนาที่สถานีตำรวจ ( At the Police Station )
47) การแจ้งความ (To Notify the Police )

ท่านใดต้องการดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร WORD ข้างต้นทั้งหมดในคราวเดียวกัน เชิญคลิกเพื่อดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ
http://home.dsd.go.th/freeenglish/conversation_files.zip


สวัสดีครับ
ที่ลิงค์นี้
http://esl.about.com/od/beginnerpronunciation/a/basicquestions.htm
เขารวบรวม 50 ประโยคพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในการสนทนา ผมได้พิมพ์คำแปลเทียบลงไปด้วยแล้ว

ท่านใดต้องการฝึกการสนทนาพื้นฐาน น่าจะ print เอาไปฝึกซ้อมพูดให้คล่อง หรือถ้าเห็นว่ามีน้อง ๆ เพื่อน ๆ คนไหนที่น่าจะได้รับประโยชน์ จะ print ไปแจกเขาก็ดีนะครับ

ประโยคเหล่านี้มีโครงสร้างง่าย ๆ ท่านสามารถเอาไปปรับใช้พูดเรื่องอื่น ๆ ได้อีกมากมาย และในประโยคที่มีคำว่า etc หรือ ‘ฯลฯ' นั้น ท่านสามารถใช้คำอื่นแทนได้ตามความเหมาะสมในสถานการณ์จริงของการสนทนา

ถ้าขณะนี้ท่านกำลังต่อเน็ตอยู่ และเครื่องคอมฯที่ท่านใช้มีลำโพงฟังเสียงได้ ท่านสามารถ copy ประโยคสนทนาภาษาอังกฤษข้างล่างนี้ ไป paste ลงที่เว็บนี้ และดับเบิ้ลคลิกที่ Say It ก็จะได้ฟังการออกเสียงด้วย
http://www.oddcast.com/home/demos/tts/tts_example.php?sitepal

ขอเชิญครับ
= = = = = = = =
Personal Information ถาม-ตอบ ข้อมูลส่วนตัว

Q 1: What's your name? คุณชื่ออะไร
A1: Peter. ปีเตอร์

Q 2: Where are you from? / Where do you come from? คุณมาจากไหน
A 2: I'm from ... I come from ... ฉันมาจาก.......

Q 3: What's your surname / family name? คุณนามสกุลอะไร
A 3: Smith. สมิธ

Q 4: What's your first name? คุณชื่ออะไร
A 4: Tom. ทอม

Q 5: What's your address? ที่อยู่ของคุณคือที่ไหน
A 5: 7865 NW Sweet Street 7865 นอร์ธเวสต์ ถนนสวีท

Q 6: Where do you live? คุณอาศัยอยู่ที่ไหน
A 6: I live in San Diego. ฉันอาศัยอยู่ที่ ซาน ดิเอโก

Q 7: What's your (tele)phone number? คุณหมายเลขโทรศัพท์อะไร
A 7: 209-786-9845

Q 8: How old are you? คุณอายุเท่าไร
A 8: Twenty-five. I'm twenty-five years old. ยี่สิบห้า. ฉันอายุ 25 ปี

Q 9: When / Where were you born? คุณเกิดเมื่อไร ที่ไหน
A 9: I was born in 1961 / Seattle. ฉันเกิดในปี ค.ศ. 1961 ที่ซีแอตเติ้ล

Q 10: Are you married? / What's your marital status? คุณแต่งงานหรือยัง / สถานภาพการสมรสของคุณเป็นอย่างไร
A 10: I'm single. ฉันยังโสด

Q 11: What do you do? / What's your job? คุณทำอาชีพอะไร
A 11: I'm a librarian. ฉันเป็นบรรณารักษ์

Q 12: Where did you go? คุณไปไหนมา
A 12: I went to a friend's house. ฉันไปบ้านเพื่อนมา

Q 13: What did you do? คุณได้ทำอะไร
A 13: We played video games. เราเล่นวีดิโอเกมส์

Q 14: Where were you? คุณอยู่ที่ไหน (ถามที่เคยอยู่ในอดีต)
A 14: I was in New York for the weekend. ฉันอยู่ในนิวยอร์กตอนสุดสัปดาห์

Q 15: Have you got a car / job / house / etc.? คุณมีรถ / งาน / บ้าน ฯลฯ หรือเปล่า
A 15 : Yes, I've got a good job. ใช่ เรามีงานที่ดีทำ

Q 16: Have you got any children / friends / books / etc.? คุณมีบุตร / เพื่อน / หนังสือ ฯลฯ บ้างไหม
A 16: Yes, I've got three children - two boys and a daughter. ใช่ เรามีบุตร 3 คน เป็น ชาย 2 คน หญิง 1 คน

Q 17: Can you play tennis / golf / football / etc.? คุณเล่นเทนนิส / กอล์ฟ / ฟุตบอล / ฯลฯ เป็นไหม
A 17: Yes, I can play golf. ใช่ ฉันเล่นกอล์ฟได้

Q 18: Can you speak English / French / Japanese / etc.? คุณพูดภาษาอังกฤษ/ ฝรั่งเศส / ญี่ปุ่น ฯลฯ ได้ไหม
A 18: No, I can't speak Japanese. ไม่ได้ ฉันพูดญี่ปุ่นไม่ได้

Q 19: Could you speak English / French / Japanese / etc.? when you were five / two / fifteen / etc. years old? คุณพูดภาษาอังกฤษ/ ฝรั่งเศส / ญี่ปุ่น ฯลฯ ได้ไหม ตอนคุณอายุ 5 / 2 / 15 / ฯลฯ ปี
A 19: Yes, I could speak English when I was five years old. ใช่ ฉันพูดภาษาอังกฤษได้เมื่ออายุ 5 ขวบ

Saying Hello พูดทักทาย

Q 20: How do you do? คุณสบายดีไหม
A 20: How do you do. Pleased to meet you. ยินดีที่เพบคุณ

Q 21: How are you? คุณสบายดีไหม
A 21: Fine, thanks. And you? สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ

Shopping เมื่อช็อปปิ้ง

Q 22: How can I help you? / May I help you? คนขาย: จะให้ช่วยอะไรบ้าง
A 22: Yes. I'm looking for a sweater. คนซื้อ: ครับ กำลังมองหาเสื้อสเวตเตอร์สักตัว

Q 23: Can I try it on? คนซื้อ: ขอลองได้ไหม
A 23: Sure, the changing rooms are over there. คนขาย: ได้ซีครับ ห้องลองเสื้ออยู่ตรงโน้นครับ

Q 24: How much does it cost? / How much is it? คนซื้อ: ราคาเท่าไร
A 24: It's $45. คนขาย: 45 เหรียญ

Q 25: How would you like to pay? คนขาย: คุณจะจ่ายยังไงครับ
A 25: By credit card. คนซื้อ: ใช้บัตรเครดิต

Q 26: Can I pay by credit card / check / debit card? คนซื้อ: ฉันจะจ่ายโดยใช้ บัตรเครดิต / เช็ค / บัตรเดบิต ได้ไหม
A 26: Certainly. We accept all major cards. คนขาย: ได้ซีครับ เรารับบัตรเครดิตยี่ห้อใหญ่ ๆ ทุกยี่ห้อ

Q 27: Have you got something bigger / smaller / lighter / etc.? คนซื้อ: คุณมีตัว ที่ใหญ่กว่า / เล็กกว่า / เบากว่า / ฯลฯ หรือไม่
A 27: Certainly, we've got a smaller sizes as well. คนขาย: มีครับ ขนาดเล็กกว่าเราก็มี

Asking Something Specific ถามคำถามเจาะจง

Q 28: What's that? นั่นอะไรน่ะ
A 28: It's a cat! แมว

Q 29: What time is it? เวลาเท่าไร
A 29: It's three o'clock. 3 นาฬิกา

Q 30: Can / May I open the window? ฉันขอเปิดหน้าต่างได้ไหม
A 30: Certainly. It's hot in here! ได้ซีครับ ข้างในนี่ร้อน

Q 31: Is there a bank / supermarket / pharmacy / etc. near here? มีธนาคาร / ซูเปอร์มาเก็ต / ร้านขายยา / ฯลฯ ที่อยู่ใกล้ ๆ บ้างไหม
A 31: Yes. There is a bank on the next corner next to the post office. มีครับ มีธนาคารแห่งหนึ่ง ที่มุมถนนถัดไปติดกับที่ทำการไปรษณีย์

Q 32: Where is the nearest bank / supermarket / pharmacy / etc.? ธนาคาร / ซูเปอร์มาเก็ต / ร้านขายยา / ฯลฯ ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหนครับ
A 32: The nearest pharmacy is on 15th street. ร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ถนนหมายเลข 15

Q 33: Who wrote / invented / painted / etc. the ...? ใครคือผู้ เขียน / ประดิษฐ์ / วาด ภาพ / ฯลฯ .....
A 33: Hemingway wrote "The Sun Also Rises". เฮมิงเวย์เขียนหนังสือ "The Sun Also Rises"

Q 34: Is there any water / sugar / rice / etc.? มีน้ำ / น้ำตาล / ข้าว ฯลฯ บ้างไหม
A 34: Yes, there's a lot of sugar left. มีครับ มีน้ำตาลเหลืออยู่เยอะทีเดียว

Q 35: Are there any apples / sandwiches / books / etc.? มีแอปเปิ้ล / แซนด๋วิช / หนังสือ / ฯลฯ บ้างไหม
A 35: No, there aren't any apples left. ไม่มีครับ ไม่มีแอปเปิ้ลเหลืออยู่เลย

Q 36: Is this your / his / her / etc. book / ball / house / etc.? นี่คือ หนังสือ / ลูกบอล / บ้าน / ฯลฯ ของคุณ / ของเขา / ฯลฯ ใช่ไหมครับ
A 36: No, I think it's his ball. ไม่ใช่ครับ ฉันคิดว่าเป็นลูกบอลของเขา

Q 37: Whose is this / that? สิ่งนี้ / สิ่งนั้น เป็นของใคร
A 37: It's Jack's. เป็นของแจ๊ก

Questions with 'Like' คำถามที่มีคำว่า ‘like' (like แปลว่า ‘ชอบ' หรือ ‘คล้าย' หรือ ‘มีลักษณะ')

Q 38: What do you like? คุณชอบอะไร
A 38: I like playing tennis, reading and listening to music. ฉันชอบเล่นเทนนิส, อ่านหนังสือ และฟังเพลง

Q 39: What does he look like? เขามีลักษณะเป็นยังไง
A 39: He's tall and slim. เขาสูงและผอม

Q 40: What would you like? คุณชอบอะไร
A 40: I'd like a steak and chips. ฉันชอบสเต็กและชิป

Q 41: What is it like? มันมีลักษณะเป็นอย่างไร
A 41: It's an interesting country. มันเป็นประเทศที่น่าสนใจประเทศหนึ่ง

Q 42: What's the weather like? อากาศเป็นอย่างไรบ้าง
A 42: It's raining at the moment. ตอนนี้ฝนตก

Q 43: Would you like some coffee / tea / food? คุณจะรับกาแฟ / ชา / อาหาร บ้างไหม
A 43: Yes, thank you. I'd like some coffee. ครับ ขอบคุณครับ ขอรับกาแฟแล้วกันครับ

Q 44: Would you like something to drink / eat? จะรับอะไรดื่ม / ทาน ไหมครับ
A 44: Thank you. Could I have a cup of tea? ขอบคุณครับ ขอชาสักถ้วยได้ไหมครับ

Asking for an Opinion พูดขอความคิดเห็น

Q 45: What's it about? มันเกี่ยวกับอะไร
A 45: It's about a young boy who encounters adventures. เกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งซึ่งเผชิญเรื่องผจญภัย

Q 46: What do you think about your job / that book / Tim / etc.? คุณคิดยังไงเกี่ยวกับ งานของคุณ / หนังสือเล่มนั้น / ทิม / ฯลฯ
A 46: I thought the book was very interesting. ฉันคิดว่าหนังสือเล่มนั้นน่าสนใจมาก


Q 47: How big / far / difficult / easy is it? มันใหญ่ / ไกล / ยาก / ง่าย ขนาดไหน (ใช้ it = เอกพจน์)
A 47: The test was very difficult! ข้อสอบยากมาก

Q 48: How big / far / difficult / easy are they? มันใหญ่ / ไกล / ยาก / ง่าย ขนาดไหน (ใช้ they = พหูพจน์)
A 48: The questions were very easy. คำถามง่ายมาก

Q 49: How was it? มันเป็นอย่างไรบ้าง
A 49: It was very interesting. มันน่าสนใจมาก

Q 50: What are you going to do tomorrow / this evening / next week / etc.? คุณกำลังจะทำอะไรพรุ่งนี้ / เย็นนี้ / สัปดาห์หน้า / ฯลฯ
A 50: I'm going to visit some friends next weekend. ฉันจะไปเยี่ยมเพื่อนสุดสัปดาห์หน้า

 

Suggestions คำแนะนำ

Q 51: What shall we do this evening? เราจะทำอะไรกันดีเย็นนี้
A 51: Let's go see a film. ไปดูหนังกันเถอะ

Q 52: Why don't we go out / play tennis / visit friends / etc. this evening? ทำไมเราไม่ออกไปข้างนอก / เล่นเทนนิส / ไปเยี่ยมเพื่อน / ฯลฯ กันเย็นนี้
A 52: Yes, that sounds like a good idea. ใช่ ฟังดูเข้าท่าทีเดียว
= = = = ==

เมื่อท่านคุ้นเคยกับ 52 ประโยคข้างต้นแล้ว ก็ลองคลิกที่นี่เพื่อทำ test:
50 basic English questions quiz.

ถ้ามีเวลาเชิญคลิกเข้าไปดูลิงค์นี้อีกครั้งนะครับ http://esl.about.com/od/beginnerpronunciation/a/basicquestions.htm
มีของดีให้ศึกษาอีกเยอะครับ


mp3 การพูดธุรกิจทางโทรศัพท์เป็น ภ.อังกฤษ สวัสดีครับ
การคุยทางโทรศัพท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุยเรื่องธุรกิจกับลูกค้าโดยใช้ภาษาอังกฤษ แม้ไม่เห็นหน้ากัน แต่ก็อาจจะยากกว่าการคุยแบบเห็นหน้า เพราะถ้าจะให้คุยและประสบความสำเร็จอาจจะต้องมีการเตรียมตัวหรือฝึกฝนพอสมควร เช่น ในเรื่องเนื้อหาและภาษาที่ใช้พูดคุย รวมทั้งเรื่องน้ำเสียง



ผมได้รวบรวมเว็บเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้บ้างแล้วที่ลิงค์ข้างล่างนี้

 

[75] พูดภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์
[274]เว็บสำหรับท่านที่ต้องรับโทรศัพท์ชาวต่างชาติ
[204] ตำราสอนการสนทนา 2 เล่ม ฟรี !!
การพูดโทรศัพท์ ( Talking on the phone )

วันนี้ผมขอเสนอเพิ่มเติมอีกลิงค์หนึ่ง คือ Telephoning
ลิงค์นี้เป็น mp 3 ซึ่งท่านสามารถฟังขณะต่อเน็ต หรือดาวน์โหลดไฟล์เก็บไว้ฟังก็ได้ เนื้อหาคือการพูดธุรกิจทางโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ละตอนยาวประมาณ 10 กว่านาที ณ วันนี้ (17 พค 51) มีทั้งหมด 13 เรื่อง เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการติดต่อกับผู้รับบริการ หรือลูกค้า หรือผู้ที่เรามุ่งหวังจะให้เป็นลูกค้า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเราโทรไปหาเขาหรือเขาโทรมาหาเรา ผลที่ต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้เมื่อสิ้นสุดการสนทนาคือลูกค้าพอใจในบริการของเรา

เชิญได้ที่เว็บนี้ครับ
Telephoning



ผมขอแนะนำว่าในแต่ละตอนที่ท่านจะศึกษา ให้ท่านคลิกที่ Read More และอ่านให้เข้าใจซะก่อน [ตรงบรรทัดที่เขียนว่า Premium Members: Study Notes Online Exercises PhraseCast นั้น เฉพาะคนที่จ่ายเงินค่าสมาชิกเท่านั้นจึงจะเข้าไปอ่านข้อมูลได้)



เมื่ออ่านจบแล้วให้ท่านคลิกที่หัวลูกศรสีแดงเพื่อฟัง mp3
เสียงใน mp 3 ที่บรรยายไม่เร็วและพูดชัดมาก ลองฟังไปเรื่อย ๆ น่าจะจับใจความได้ไม่ยากนัก



Format ในการพูดในไฟล์ mp3 นี้น่าสนใจครับ
1.เริ่มต้นด้วยการอารัมภบทเนื้อหาของแต่ละตอน และตั้งคำถามให้ผู้ศึกษาเตรียมมองหาคำตอบจากสิ่งที่จะฟังต่อไป
2. ให้ฟังบทสนทนาจริง ๆ ซึ่งอาจจะมี 2 แบบ คือ บทสนทนาทางโทรศัพท์ที่ผิด และบทสนทนาที่ดีซึ่งควรจดจำ
3. เอาประโยค และคำพูดในบทสนทนาที่เพิ่งฟังจบมาอธิบายว่า พูดโทรศัพท์แบบใดดี แบบใดไม่ดี บางทีก็เว้นให้เราฝึกพูดตาม
4. เปิดโอกาสให้เราฝึกพูดตาม
5. มีแบบฝึกหัดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เราพูด เพื่อ Test ความเข้าใจและการเรียนรู้ของเรา



และที่บรรทัดใต้หัวลูกศรสีแดง ท่านสามารถดาวน์โหลดไฟล์ mp 3 โดยคลิกวาที่คำว่า Download สีแดง, คลิกซ้าย Save Target As.. และหาที่ Save ไว้ในเครื่อง (ควรจะ Save ทั้งไฟล์ Mp3 และไฟล์ข้อความ และเก็บไว้ในโฟลเดอร์เดียวกัน)



ไฟล์ mp3 ชุดนี้มีประโยชน์มากครับ เพราะนอกจากจะได้รับคำแนะนำและการฝึกหัดในการพูดโทรศัพท์ที่ถูกต้องแล้วแล้ว ยังได้ฝึก listening skill อีกด้วย

 

 


Description
Pipat
Posts: 187
Comments: 5
"พัฒนาคนไทย ด้วยของฟรีๆ" ... ภาษาอังกฤษ English for Thais รวมรวมของฟรี ของดี เพื่อคนชอบ ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ การฟัง listening, การพูด การสนทนา การออกเสียง, การอ่าน reading, การเขียน writing, ไวยากรณ์ grammar, ศัพท์ vocabulary, Test ภาษาอังกฤษ
Powered by:
BoonEx - Community Software; Dating And Social Networking Scripts; Video Chat And More.
Copyright © 2010 www.ThaiCampus.Net