|
|
Search result
ฝึกฟังฝรั่งพูด
สวัสดีครับ
การฝึกฟังภาษาอังกฤษจากเน็ตน่าจะมี 2 วิธีใหญ่ ๆ คือฟังฝรั่งอ่าน กับฟังฝรั่งพูด
ถ้าฟังเขาอ่าน ก็มักจะเป็นอ่านข่าว สิ่งที่เราจะได้มาก คือ วีธีการ ‘เล่าเรื่อง' แค่ถ้าฟังเขาพูด ซึ่งมักเป็นการสนทนาระหว่างคน 2 คน สิ่งที่เราจะได้มาก คือการ ‘พูดคุย' และจริง ๆ แล้วผมคิดว่าเราก็คงต้องฝึกฟังทั้ง 2 ประเภทนั่นแหละครับ เพื่อที่เราจะได้สามารถทั้ง‘เล่าเรื่อง และ ‘พูดคุย'
และเว็บเพื่อการฝึก Listening Skill ที่ผู้จัดรายการ ‘อ่าน' หรือ ‘สนทนา' ให้เราฟังก็มีทั้งพูดด้วยคว่ามเร็วปกติ (normal speed) และ ความเร็วช้า (slow speed) และสำหรับผู้เริ่มต้น การฝึกฟังบทพูดหรือบทสนทนาที่เป็น slow speed น่าจดี
ผมรวบรวมไว้มากมายให้ท่านเลืกฟังที่นี่ครับ
การฟัง listening
[376] เพลิดเพลินกับการฝึกภาษาผ่านการดูวีดิโอ
วันนี้ผมขอแนะนำเว็บเพื่อการฝึกฟังบทสนทนา
ผมเคยแนะนำไว้เว็บหนึ่งแล้ว คือ eslpod.com ที่ลิงค์นี้
[176]ฝึกฟังช้า ๆ จะได้ทั้ง 'สำเนียง' และ 'สำนวนพูด'
และขอแนะนำวันนี้อีก 2 เว็บคือ
เว็บที่ [1] http://www.china232.com/lessons.php
เป็นบทสนทนาง่าย ๆ เบา ๆ มีฝรั่ง 2 คนเป็นผู้ชายพักอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เป็นผู้จัดรายการ จะเริ่มรายการด้วยการอารัมภบทเพื่อชักนำเข้าสู่บมเรียน ตามด้วยการอ่านบทสั้น ๆ และตอนท้ายเป็นการอธิบายศัพท์-สำนวนที่ใช้ในการสนทนา
เว็บที่ [2] betteratenglish.com
เขาบอกว่าเป็น Real English for Real People! มีผู้จัดรายการเป็นหญิง 1 ชาย 1 เว็บนี้ยากกว่า eslpod.com และ china232.com แต่ข้อดีคือมี script ฉบับเต็มให้ดาวน์โหลดอ่านพร้อมกับฟัง
ลองฟังระดับง่ายสุดของเว็บนี้ก่อนแล้วกันครับ หลังจากนี้ค่อยขยับไปฟังระดับที่ยากขึ้น (ที่คอลัมน์ใหญ่ซ้ายมือ คลิกที่ Play Now และ PDF:Download)
page/1 - page/2/ - page/3/ - page/4/ - page/5/ - page/6/ - page/7/ -page/8/
เว็บที่ [3] http://www.podcastsinenglish.com/
มีบทสนทนา บทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจ แบ่งออกเป็นระดับ ง่าย - ยากให้เลือก
ทั้ง 4 เว็บที่กล่าวนี้ ท่านสามารถดาวน์โหลดไฟล์ mp3เก็บไว้ฟังได้
มีอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำคือสมาธิในการฟัง ท่านเคยฟังอย่างนี้ไหมครับ นั่งอยู่คนเดียวที่บ้านในห้องและเปิดฟังโดยหลับตา ใช้สมาธิ 100 % พยายามจับเสียงที่กำลังเปิดฟัง ถ้าเราเก่งแล้วก็ไม่จำเป็นต้องตั้งใจฟังมากปานนี้หรอกครับ แค่สำหรับผู้ฝึกหัด ผมขอรับรองว่าด้วยระยะเวลาที่เท่ากัน การฟังด้วยสมาธิจะได้ผลมากกว่าและเร็วกว่าการฟังที่ปราศจากสมาธิ หรือมีสมาธิน้อยเกินไป
ฝึกฟังช้า ๆ จะได้ทั้ง 'สำเนียง' และ 'สำนวนพูด'
สวัสดีครับ
ประโยชน์ของการฝึกฟังภาษาอังกฤษนอกจากการ ‘ฟังรู้เรื่อง' แล้ว ยังมีอีกหลายอย่าง เช่น
1. การฟังทำให้เราคุ้นเคยกับ ‘สำเนียง' ซึ่งช่วยให้เราพูดออกเสียงถูกต้อง และคนอื่นฟังเราพูดรู้เรื่อง ท่านเชื่อไหมว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่อ่านหนังสือเยอะ และสิ่งที่เขาได้รับจากการอ่าน คือ ‘สำนวน' แต่เขาจะไม่ได้รับ ‘สำเนียง' ถ้าเขาเอาแต่อ่านไม่ยอมฟัง สรุปง่าย ๆ ก็คือ อ่านช่วยให้ได้สำนวน แต่ฟังช่วยให้ได้สำเนียง(+สำนวน) ซึ่งช่วยให้เราเลียนแบบการออกเสียงพูดได้ถูกต้อง
2. การฟังทำให้เราคุ้นเคยกับ ‘สำนวนพูด' - - หลายคนที่เอาแต่อ่านอย่างเดียว เมื่อถึงเวลาพูดก็มักจะติด ‘ภาษาเขียน' แต่ถ้าฝึกทั้งอ่านและฟัง เราก็จะได้ทั้งสำนวนและสำเนียง ทั้งภาษาเขียนและภาษาพูด พูดด้วยสำนวนที่เป็นธรรมชาติ และด้วยสำเนียงที่คนฟังรู้เรื่อง
แต่สำหรับผู้ที่ยังอยู่ในช่วงฝึกหัดซึ่งรวมทั้งตัวผมเองด้วย การฝึกฟังควรจะเริ่มที่เรื่องซึ่งมี speed ช้า ๆ เพราะ speed ปกติหรือ speed ที่เร็วนั้น เรามักจะต้องใส่ใจที่การฟังให้รู้เรื่อง จึงมีสมาธิน้อยลงที่จะให้กับการฟังการออกเสียงเป็นคำ ๆ, เป็นวลี, หรือเป็นประโยค เพื่อที่เราจะได้สามารถพูดเองเมื่อถึงเวลาต้องพูด แต่การฟังช้า ๆ ช่วยให้สำเสียงที่เราได้ยิน sink in หรือดำดิ่งเข้าไปในสมองหรือความรู้สึก แต่ถ้าเราเอาแต่ฝึกฟังเรื่องที่พูดหรืออ่านเร็ว ๆ เราก็จะได้แค่การฝึกจับใจความ ส่วนเรื่องอื่น ๆ จะได้น้อย
ผมมีความเห็นว่า สำหรับเราทุกคนที่เป็นนักศึกษา เราควรจะฝึกฟังทั้งเรื่องที่อ่านหรือพูดด้วยความเร็วปกติ และความเร็วที่ช้ากว่าปกติ ซึ่งมีมากมายให้ท่านฝึก ที่นี่ครับ
การฟัง listening
[200] เว็บที่อ่านข่าวภาษาอังกฤษ... ช้า ๆ
สำหรับเว็บฟังภาษาอังกฤษที่มี speed ช้า ๆ ที่ผมขอแนะนำวันนี้เป็นพิเศษ คือ http://www.eslpod.com/website/index.php
เขาแบ่งประเภทของเนื้อเรื่องออกเป็น 10 ประเภทข้างล่างนี้ แต่ละเรื่องจะเริ่มด้วยการสนทนาหรือการเล่าเรื่องด้วย speed ที่ช้ากว่าปกติ, ตามด้วยการอธิบายศัพท์สำนวนด้วย speed ที่ช้ากว่าปกติอีกเช่นกัน, จบท้ายด้วยการพูดเนื้อหาเดิมด้วย speed ปกติ
เว็บนี้น่าสนใจและมีประโยชน์จริง ๆ ครับ และยัง update บ่อย ๆ ลองคลิกเข้าไปเลือกเรื่องฟังได้เลยครับ
{เมื่อคลิกเข้าไปในแต่ละประเภทข้างล่างนี้แล้ว ให้ท่าน
1.คลิกที่ชื่อเรื่อง ใต้บรรทัดวันที่ จะมี script ให้อ่าน
2.คลิก Listen เพื่อฟัง
3.ถ้าต้องการดาวน์โหลดไฟล์ mp3เพื่อเก็บไฟล์ไว้ฟังในโอกาสหน้าโดยไม่ต้องต่อเน็ตอีก ให้คลิกขวาที่ Download Podcast, แล้วคลิกซ้าย Save Target As.. , หาที่ save ไว้ในเครื่อง}
[1] English Café
[2] Daily Life
[3] Business
[4] Dining (การรับประธานอาหารเย็น)
[5] Entertainment
[6] Health/Medicine
[7] Relationships
[8] Shopping
[9] Transportation
[10] Travel
วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยไม่มีครูสอน สวัสดีครับ
ตั้งแต่ทำ Blog นี้มาได้ประมาณปีครึ่ง เรื่องหนึ่งที่ผมถูกถามบ่อยคือ "ทำอย่างไรจึงจะพูดภาษาอังกฤษได้เก่ง?" ถ้าให้ผมตอบอย่างสั้นและตรงที่สุด ผมก็จะตอบว่า "ก็ฝึกพูดไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เก่งเองแหละ"
แต่วันนี้ผมขออนุญาตคุยยาว ๆ สักนิดนะครับ
เราทุกคนรู้ว่าทุกภาษามีอยู่ 4 ทักษะ คือ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน และถ้าเป็นการเรียนภาษาแม่อย่างคนไทยเรียนภาษาไทย เราก็จะฝึกทั้ง 4 ทักษะไปพร้อม ๆ กัน คนไทยทุกคนจึงฟัง-พูด-อ่าน-เขียน ภาษาไทยได้แม้ว่าจะเก่งไม่เท่ากันก็ตาม
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเราเรียนภาษาอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษที่เรากำลังพูดกันอยู่นี่แหละครับ ก็คือว่า ในแต่ละทักษะ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน นี้เราคนหนึ่ง ๆ นี้มีโอกาสฝึกแต่ละทักษะไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียน ผมขอยกตัวอย่างทีละคู่นะครับ
คู่ที่ 1 คือฝึกอ่านกับฟัง
อ่านกับฟังเป็น passive skill คือศึกษาได้โดยไม่ต้องมีคนอื่นประกบ ท่านเพียงมีหนังสือ 1 เล่ม หรือ CD 1 แผ่น แค่นี้ก็พอแล้วที่จะฝึกอ่านฝึกฟัง ที่ดียิ่งไปกว่านี้ก็คือ ท่านสามารถเช็คผลการอ่านหรือการฟังได้ด้วยตัวเองทันทีเลยว่า ท่านฝึกสำเร็จหรือไม่ คือถ้าอ่านหรือฟังรู้เรื่อง-เข้าใจ ก็ถือว่าสำเร็จ ง่าย ๆ แค่นี้เอง และการฝึกก็สะดวกมาก เพียงแค่พกติดตัวหนังสือเล่มนึง หรือเครื่องเล่น mp3 เครื่องหนึ่ง ก็สามารถฝึกอ่านฝึกฟังที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ ด้วยสาเหตุนี้กระมังที่ผมได้รับคำถามน้อยมากเกี่ยวกับการอ่านและการฟัง เพราะทุกท่านสามารถฝึกเองได้อยู่แล้ว (ถ้าตั้งใจจะฝึก)
คู่ที่ 2 ฝึกการพูดและการเขียน
ผมได้รับคำถามเรื่องการพูด & เขียนมากกว่า การอ่าน & การฟัง ถ้าจะให้หาสาเหตุก็คงจะตรงกันข้ามกับคู่ที่ 1 คือ การพูดและการเขียนเป็น active skill โดยทั่วไปท่านต้องมี partner คือคนที่มาฟังท่านพูด และอ่านสิ่งที่ท่านเขียน และสำหรับคนไทยที่ฝึกภาษาอังกฤษ เราก็มักหวังในคน ๆ นั้นเป็น "ครู" ยิ่งเป็น "ครูฝรั่ง" ยิ่งดี จะได้ช่วยสอนเราว่า ควรจะพูดยังไง เขียนยังไง และถ้าเราพูดผิด เขียนผิด ก็ช่วยแก้ไขให้ด้วย เราไม่แน่ใจในวิธีการฝึกพูดคนเดียว หรือเขียนลงสมุดเก็บไว้อ่านคนเดียว เพราะเราไม่แน่ใจว่า ถ้าต้องพูดกับคนจริง ๆ เขาจะฟังเราพูดรู้เรื่องหรือเปล่า หรือสิ่งที่เราเขียนถ้าคนอื่นอ่านมันจะตลกหรือเปล่า
คำถามที่ผมได้รับจึงมักจะออกมาอย่างนั้น คือให้ผมแนะนำอาจารย์สอนภาษาที่เก่งที่สุด โรงเรียนสอนภาษาที่ดีที่สุด และเทคนิคการฝึกพูดที่ได้ผลมากที่สุด และใช้เวลาน้อยที่สุด หลายคนมี deadline รออยู่เบื้องหน้าใกล้ ๆ เช่น เดือนหน้าจะไปสอบสัมภาษณ์เข้าทำงาน, ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งใหม่ที่ต้องพูดภาษาอังกฤษให้ได้ บางคนก็แสดงความท้อแท้มาว่าไม่มีเงินสำหรับเสียค่าเรียนแพง ๆ เรื่องของเรื่องเลยกลายเป็นว่า คนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีคือคนที่มีเงินมากพอสำหรับค่าเรียนแพง ๆ หรือเด็กที่ผู้ปกครองมีกะตังค์สามารถส่งลูกไปเข้า summer course หรือหลักสูตรพิเศษที่เมืองนอก ส่วนคนที่งบน้อยก็เลยพูดไม่ได้เขียนไม่ได้ ถ้าแถมเกลียดภาษาอังกฤษด้วยแล้ว ก็อ่านไม่ได้และฟังไม่ได้ตามไปด้วย และพอพูดถึง 4 ทักษะนี้ที่เรียนมาจากโรงเรียนนับสิบปี ก็กลายเป็นว่าเรียนเพื่อให้สอบได้แต่ใช้งานจริง ๆ ไม่ได้ ฟังดูแล้วน่าหดหู่ใจ
ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลืมความขุ่นข้องหมองใจและความง่อยเปลี้ยเสียขา, ถ้ามี, ในการเรียนภาษาอังกฤษของท่านทิ้งไปให้หมด ผมเชื่อว่าเราเริ่มต้นใหม่ให้ดีกว่าเดิมได้
ย้อนไปถึงเรื่องที่เป็นหัวข้อข้างต้นนี้ "วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยไม่มีครูสอน" เป็นไปได้หรือ? ผมกำลังจะบอกท่านว่า ถ้าเรามีเงินที่จะไปเรียนกับครู ก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่มีเงินพอ - ไม่มีเวลาพอ ก็จำเป็นครับที่เราจะต้องฝึกพูดโดยไม่มีครูสอน ท่านไม่ต้องใจร้อนหรือมองหาทางลัดหรอกครับ เพราะทางลัดในการเรียนภาษาอังกฤษไม่มีอยู่ในโลกนี้ มีแต่ทางตรงที่เราต้องขยันเดินไม่หยุดเท่านั้นเอง
เรื่องการพูดภาษาอังกฤษให้ได้ผลนี้ เราจะลืมเรื่องการอ่านและการฟังไม่ได้เด็ดขาด การอ่านทำให้เรารู้สำนวน และการฟังทำให้เรารู้สำเนียง ทั้งสำนวนและสำเนียงที่ค่อย ๆ สะสมไว้นี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีมากเมื่อเราฝึกพูด การฝึกพูดที่จะเอาแต่พูด พูด พูด... แต่ไม่สนใจเรื่องฝึกฟังและฝึกอ่าน ไปได้ไม่ไกลหรอกครับ และใน Blog นี้ก็แนะนำเว็บไซต์มากพอสมควรสำหรับฝึกอ่านและฝึกฟัง คลิกที่นี่ครับ
รวมเว็บฝึกอ่าน *** รวมเว็บฝึกฟัง ***รวมเว็บดูวีดิโอ
"วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยไม่มีครูสอน" ผมขอแนะดังนี้ครับ
[1]. ใช้วิธี play - pause - repeat: ผมพูดเรื่องนี้ไว้ค่อนข้างละเอียดที่นี่ [409]สูตรสำเร็จในการฝึกพูดกับเว็บ:Play-Pause-Repeat
[2]. ใช้วิธี think - talk: คือฝึกพูดกับ partner ในจินตนาการ ให้เราคิดวางแผนว่า เราจะพูดรื่องอะไร มีเนื้อหาอย่างไร พูดกับใคร นานกี่นาที อาจจะเตรียมเขียนสิ่งที่จะพูดลงกระดาษไว้เลยก็ได้ พอถึงเวลาก็นั่งลง - จับเวลา - และสร้างจินตนาการว่าคนที่เราพูดด้วย หรือคนที่เราจะพูดให้ฟังนั่งอยู่ข้างหน้า เราอาจจะ start ด้วยตั้งใจว่าจะต้องพูดให้ได้ครบ 5 นาที และก็ต้องทำให้ได้ ต่อไปอาจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 10 นาที, ฝึกพูดช้า ๆ ชัด ๆ
สำหรับบางท่านที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ และคิดว่าผมแนะนำอะไรก็ไม่รู้ ฝึกคนเดียวไม่มีครูมันก็คงผิด ๆ พลาด ๆ จะได้ผลรึ? ผมเรียนท่านแล้วว่าการฝึกพูดแบบนี้ มีสำนวนและสำเนียงที่ค่อย ๆ สะสมไว้จากการอ่านและการฟังเป็นพื้นฐาน เรื่องที่ผมขอเน้นก็คือ ท่านอย่าได้ดูถูกความใฝ่ฝันและจินตนาการนะครับ ถ้าเรา dream และ do สิ่งที่เรามุ่งหวังไว้ก็จะ done มันไม่ไปไหนหรอกครับ
ท่านใดต้องการฝึกพูดอย่างนี้ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะพูดเรื่องอะไร ลองคลิกหาไอเดียได้ที่นี่ครับ
[190]หัวข้อการฝึกพูด[ต้อง‘ได้พูด' ถึงจะ ‘พูดได้']
[3]. ใช้วิธี English phone conversation: ท่านลองนัดแนะกับเพื่อนที่รู้ใจว่า จะช่วยกันพัฒนา conversation skill โดยการสนทนาภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์ ทำไมต้องสนทนาทางโทรศัพท์ เพราะว่าคู่สนทนาจะได้พูดให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้เรื่อง และขณะเดียวกันก็ต้องมีสมาธิเงี่ยหูฟังสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งพูด จึงเป็นการฝึกทั้ง speaking และ listening skill โดยไม่ต้องอ่านภาษาหน้าหรือภาษาท่าท่าง การที่พูดกันต่อหน้าด้วยภาษาอังกฤษและเราเข้าใจ มันอาจจะเป็นความเข้าใจที่บวกกับการอ่านสีหน้าและท่าทาง แต่ถ้าคุยกันทางโทรศัพท์เราจะรู้ว่า เราพูดให้เพื่อนรู้เรื่องได้หรือเปล่า หรือเราสามารถฟังเพื่อนพูดรู้เรื่องหรือเปล่า ทั้งนี้เราอาจจะตกลงหัวข้อการพูดโดยเจาะจงไว้ก่อน ข้อสำคัญที่สุดของการฝึกวิธีนี้ก็คือ 1)ต้องพูดให้ครบตามเวลาที่ตกลงกันไว้ และ 2)ห้ามแทรกภาษาไทยระหว่างการพูดเด็ดขาด ยกเว้นชื่อเฉพาะ
ผมไม่แน่ใจว่า เราสามารถใช้โทรศัพท์บ้านหรือโทรศัพท์มือถือพูดสายกันเกิน 2 คนหรือเปล่า ถ้าทำได้ก็จะช่วยให้การพูดสนุกยิ่งขึ้น
[4]. รวบรวม stock sentence ที่ต้องใช้บ่อย: ถ้าท่านต้องพูดภาษาอังกฤษ แต่ประโยคที่ใช้พูดซ้ำ ๆ กันเป็นส่วนใหญ่ อย่างนี้ง่ายครับ ท่านก็พยายามรวบรวมประโยคเหล่านี้ไว้ให้หมด แปลเป็นภาษาไทย ฝึกพูดให้คล่อง ที่ลิงค์นี้มีตัวอย่างให้ท่านศึกษามากพอสมควร
[275] มาฝึกสนทนาภาษาอังกฤษกันหน่อยไหมครับ
[271] 50 ประโยคพื้นฐานที่ใช้ในการสนทนา ที่นี่ครับ....
[147] แจกไฟล์ MP3 พร้อมใช้ (conversation:ฟัง & พูด...
[75] พูดภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์
[177] การตั้งคำถามโดยใช้ 8 W และ 1 H
และ รวมลิงค์การสนทนาใน Blog นี้
การพูด การสนทนา การออกเสียง
[5]. สุดท้าย ร้องเพลงฝรั่ง: เรื่องนี้ผมแนะได้ แต่ทำเองไม่ได้ เพราะไม่ถนัดเอาจริง ๆ เลย แต่ผมเชื่อว่าวิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบนี้หลายคนใช้ได้ผล เลยเอามาเขียนพ่วงไว้
ท่านผู้อ่านครับ
บางคนพูดหรือฝึกพูดภาษาอังกฤษเพราะงานบังคับให้ต้องพูด บางคนพูดเพราะต้องติดต่อกับเพื่อนชาวต่างชาติที่ได้รู้จักกัน เช่น โดยใช้โปรแกรม Skype บางคนพูดให้เป็นไว้จะได้ไปเที่ยวเมืองนอกสะดวกและสนุก แต่ไม่ว่าท่านจะพูดภาษาอังกฤษด้วยแรงผลักดันอะไรก็ตาม ท่านสามารถพูดได้แน่ ๆ ถ้าท่านพยายาม แม้ว่าจะเป็นการฝึกพูดภาษาอังกฤษที่ไม่มีครูสอนก็ตาม
หัวข้อการฝึกพูด[ต้อง‘ได้พูด' ถึงจะ ‘พูดได้'] สวัสดีครับ
ผมเข้าใจว่าทุกคนที่เรียนภาษาอังกฤษต้องการพูดได้ หลายคนเขียนมาถามว่าทำยังไงถึงจะ ‘พูดได้' คำตอบของผมสั้นมาก คือ ต้อง ‘ได้พูด' ถึงจะ ‘พูดได้'
คำถามต่อเนื่องคือ ไม่มีฝรั่งจะให้พูดด้วย จึงไม่มีโอกาส ‘ได้พูด' แล้วจะทำยังไง? คำตอบของผมก็สั้นอีกเช่นกัน คือ ต้องหาคนที่จะพูดด้วยให้ได้ ถ้าหายากจริง ๆ ก็หากลุ่มเพื่อนสนิทที่รู้ใจ 2 - 3 ฝึกพูดกันเอง แต่ถ้าถึงขั้นนี้ก็ยังหาไม่ได้ ก็ฝึกพูดคนเดียวนั่นแหละครับหมดเรื่องหมดราวไปเลย วันละสัก 5 - 10 นาทีก็ได้ รับรองว่าไม่เท่าไรก็ ‘พูดได้' เพราะว่าเรา ‘ได้พูด'
และจะพูดเรื่องอะไรล่ะ?
สองลิงค์ข้างล่างนี้ คือคำถามหรือหัวข้อให้ท่านเลือกฝึกพูด เลือกเอาตามสบายเลยครับ
http://iteslj.org/questions/
http://www.eslpartyland.com/teachers/nov/conv.htm
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การฝึกพูดควรจะทำไปพร้อม ๆ กับการฝึกฟังและฝึกอ่าน ซึ่งท่านสามารถฝึกได้จากลิงค์ข้างล่างนี้ มีมากมายให้ท่านเลือก
การฟังทำให้เราได้ ‘สำเนียง' - การอ่านทำให้เราได้ ‘สำนวน' ถ้าเราทั้งฟังและอ่าน เราก็จะได้สำเนียงและสำนวนมาฝึกพูด ไม่ว่าจะเป็นการฝึกพูดกับเพื่อนหรือฝึกพูดคนเดียวก็ตาม
คลิก:
ฝึกฟัง
คลิก: ฝึกอ่าน
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น สุภาษิตนี้ยังเป็นจริงอยู่เสมอครับ
รวมสคริปต์ ฝึกสนทนาภาษาอังกฤษ (+แปลไทย) สวัสดีครับ
ผมรวบรวมสคริปต์ ฝึกสนทนาภาษาอังกฤษซึ่งมีคำแปลภาษาไทยด้วยไว้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้ เป็นการสนทนาในหลากหลายสถานการณ์
และถ้าท่านต้องการฟังการออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษของประโยคใดก็ตาม ท่านก็เพียง พิมพ์ประโยคภาษาอังกฤษนั้นลงไป เพื่อให้เว็บอ่าน คลิกเพื่อศึกษาวิธีใช้ที่นี่ครับ
เชิญคลิกเพื่อศึกษาได้เลยครับ
-http://www.bb.go.th/information/library/lbb/om/omweb/html/yiam/ext/lbr/skill.htm
-http://www.nabia10.com/learnenglish/conversation/title.html
-[7]ดาวน์โหลดไฟล์บทสนทนา แปลไทยเป็นอังกฤษ(+Test)
-[204] ตำราสอนการสนทนา 2 เล่ม ฟรี !!
-[274]เว็บสำหรับท่านที่ต้องรับโทรศัพท์ชาวต่างชาติ
-[275] มาฝึกสนทนาภาษาอังกฤษกันหน่อยไหมครับ (ขอแนะนำเป็นพิเศษ)
-[276] ประโยคสำหรับบอกเส้นทางรถเมล์ให้แก่ฝรั่ง
-[52]ดาวน์โหลดไฟล์ "การฝึกพูดภ.อังกฤษเพื่อการทำงาน"
-[169]เว็บของศูนย์ทดสอบภาษา Goethe
-[177] ไทยเรียนพูดฝรั่ง กับเว็บที่สอนฝรั่งพูดไทย
-http://www.thai-language.com/id/589871
-การทักทายและการตอบรับ/ปฏิเสธแบบสั้นๆ
ฟัง
-[146] เรียนภาษาอังกฤษกับ Langhub.com
-[345] เรียนภาษาอังกฤษกับอาจารย์ Chris
-[76] ดูวีดิโอ เรียนภาษาอังกฤษกับเว็บไทย ihere.tv
ศึกษาเพิ่มเติมกับเว็บฝรั่ง
ฝึกสนทนา
http://www.bic-englishlearning.com/talking.html
ฝึกออกเสียง
http://www.bic-englishlearning.com/phonetics.html
Online Stories for Kids
http://www.sundhagen.com/babbooks/
ฟังและอ่าน News Stories
http://literacynet.org/cnnsf/archives.html
สูตรสำเร็จในการฝึกพูดกับเว็บ:Play-Pause-Repeat
สวัสดีครับ
อันที่จริงตามชื่อเรื่องข้างบน ผมสามารถพูดจบได้ภายในไม่กี่บรรทัด คือ
"เมื่อท่านเข้าไปที่เว็บสอนภาษาอังกฤษซึ่งมีไฟล์ MP3 ท่านสามารถฝึกพูดภาษาอังกฤษได้โดย (1)คลิกปุ่ม Play, (2)ฟังเสียง (3)คลิกปุ่ม Pause เพื่อหยุด (4) Repeat คือพูดตามเสียงที่ได้ยิน ทำซ้ำไปซ้ำมา วนไปวนมาอย่างนี้บ่อย ๆ ไม่นานก็จะเก่งทั้ง listening และ speaking" - - จบแล้วครับที่ผมต้องการจะบอก
แต่ถ้าท่านมีเวลา ผมขอนุญาตเล่าประสบการณ์และความคิดเห็นส่วนตัวในการศึกษาภาษาอังกฤษสักนิดนะครับ
ผมเชื่อว่าคนไทยไม่น้อยเป็นอย่างผม คือไม่มีโอกาสไปใช้ชีวิตและศึกษาเมืองนอกและได้ใช้ภาษาอังกฤษครบวงจรที่นั่น และแม้จะเรียนในเมืองไทย ท่านเชื่อผมไหมครับว่า ตั้งแต่เรียนชั้น ป.เตรียม (ตำบลที่ผมอยู่ตอนเด็ก ใน พ.ศ.นั้นไม่มีโรงเรียนอนุบาลให้ผมเดินไปเรียน) จนจบปริญญาโท ผมไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษกับครูฝรั่งแม้แต่คนเดียว และผมก็เชื่ออีกว่าต่อให้ได้เรียนกับครูไทยที่เก่งเต็มพิกัดเพียงใดก็ตาม เพียงใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อ 1 สัปดาห์ในชั้นเรียนภาษาอังกฤษแม้จะอย่างตั้งใจ ก็ไม่มีทางที่จะเก่งภาษาอังกฤษได้ ยิ่งถ้าเรียนอย่างไม่มีใจยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เมื่อเรียนจบและได้เดินทางไปหลายประเทศ ได้พูดคุยกับผู้คนพอสมควรทำให้ผมรู้ว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะคนไทย แต่เกิดขึ้นกับหลายชาติ แม้แต่ชาติที่รวย ๆ เช่น ญี่ปุ่น, ชาติที่คนไทยทึกทักว่าพูดภาษาอังกฤษได้ดีแทบทุกคน เช่น อินเดีย. และอีกหลายชาติที่เป็นฝรั่ง แต่พูดภาษาอังกฤษได้ทุรกันดารเต็มที
คนรุ่นผมซึ่งเหลือเวลาทำงานไม่นานนักอาจจะไม่ถูกกดดันมากนักให้ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็น แต่คนรุ่นน้อง - รุ่นลูก - และรุ่นหลาน ไม่ได้โชคดีอย่างผม ไม่ได้โชคดีแปลว่าจะโชคร้าย ถ้าไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างที่ชีวิตการทำงานของโลกยุคใหม่มันบังคับให้ต้องใช้ เว้นแต่ว่าจะยอมรับที่จะเป็นคนตกรุ่นซึ่งคงไม่มีใครยอมรับ
และเนื่องจากเรามีข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้ไม่สามารถฟิตภาษาอังกฤษให้เข้มแข็งได้เหมือนใจ เราไม่มีคุณพ่อคุณแม่เป็นเศรษฐีส่งให้ไปเข้าคอร์ส summer camp ที่อังกฤษหรือนิวซีแลนด์, เงินเดือนเราไม่มากพอที่จะจ้างฝรั่งมาสอน private conversation course, งานของเราต้องติดต่อกับฝรั่งในฐานะคนที่พูดภาษาอังกฤษเป็น ไม่ใช่คนที่หัดพูดภาษาอังกฤษ, ฯลฯ เมื่อเงินก็น้อย เวลาก็ไม่ค่อยมี แล้วจะทำอย่างไรกันล่ะครับ
ผมอยากจะชวนทุกท่านอ่านคำสอนของหลวงปู่พุทธะอิสระสัก 2 ตอนสั้น ๆ คลิกข้างล่างนี้ครับ (ดาวน์โหลดเสร็จแล้วคลิกที่ภาพเพื่อขยาย)
http://home.dsd.go.th/freeenglish/22.png
http://home.dsd.go.th/freeenglish/24.png
(เพิ่ม ยันต์กันท้อ ของท่านอาจารย์พยอม: http://home.dsd.go.th/freeenglish/yankanto.jpg)
ผมเชื่อว่าสิ่งที่หลวงปู่สอนเป็นความจริง และอยากให้ท่านผู้อ่านทุกคนมีกำลังใจเพราะความจริงนี้ ความจริงที่สามารถทำให้ความฝันของท่านเป็นความจริง
ย้อนกลับมาเรื่องพูดเรื่อง "สูตรสำเร็จในการฝึกพูดกับเว็บ: Play-Pause-Repeat" ตามหัวข้อข้างบน ผมเคยได้ยินบางคนพูดว่า รู้ศัพท์ตั้งเยอะแยะ แต่พอถึงเวลาต้องพูดกลับพูดไม่ออก ไม่รู้จะทำยังไงดี
ผมขออนุญาตทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ เอาประสบการณ์ของตัวเองมาเล่าสักนิดนะครับ ขออนุญาตพูดเป็นข้อ ๆ อย่างนี้นะครับ
[1]. เด็กฟังเสียงของโลกภายนอกตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ มีงานวิจัยว่าไว้อย่างนั้น คุณแม่บางท่านอยากให้ลูกเกิดมาเป็นคนอารมณ์ดีตอนตั้งท้องก็เปิดเพลง classic เย็น ๆ โดยนักวิจัยบอกว่าเด็กก็ได้ยินด้วย (ผมสงสัยว่า ถ้าฟังเพลงฝรั่งเย็น ๆ อาจจะช่วยให้ลูกฝึก English listening skill ตั้งแต่อยูในท้องก็เป็นไปได้) พอคลอดออกมาแล้ว ทักษะแรกทางภาษาที่เด็กฝึกก็คือ listening skill ผมเข้าใจว่าพร้อม ๆ กันนั้นเจ้าหนูก็พยายามฝึก speaking skill ไปพร้อม ๆ กัน เสียงอ้อ ๆ แอ้ ๆ ที่เราฟังไม่รู้เรื่องนั้นก็คงเป็นความพยายามพูดออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง และจนถึงวันหนึ่งเจ้าหนูก็พูดคำแรกได้ อาจจะเป็นคำว่า "แม่" เพราะแม่เรียกตัวเองว่า "แม่" ให้ลูกฟังจนนับครั้งไม่ถ้วน ถึงตรงนี้ผมอยากจะสรุปตามประสาของผมว่า ตามธรรมชาติของการเรียนภาษานั้น ต้องฝึกฟังให้ได้ คือ listening ก่อนที่จะพูดเป็น คือ speaking และมันจะเป็นการ ฟัง - พูด, ฟัง - พูด, ฟัง - พูด, ๆ ๆ ๆ.... ไปเรื่อย ๆ เด็กสามารถพูดทีละคำ ทีละวรรค ทีละประโยคด้วยวิธีนี้
[2]. ข้อสรุปที่ 2 ของผมก็คือ เมื่อเราต้องเรียนพูดภาษาที่ 2 คือภาษาอังกฤษเมื่ออายุเยอะแล้ว และจ้องแต่จะฝึกพูดอย่างเดียวโดยไม่ยอมลงทุนฟังเยอะ ๆ ก็ยากครับที่จะพูดได้ ลองคิดดูง่าย ๆ ก็ได้ครับ กว่าเด็กจะพูดคำว่า "แม่" ออกมาได้ เด็กจะต้องได้ยินเสียงคำนี้จากปากของแม่ ผ่านเข้าไปในหูของตัวเองกี่ร้อยครั้ง แล้วกว่าจะขยับปาก ขยับลิ้น ขยับขากรรไกร ให้เปล่งเสียงพูดออกมาให้กับเหมือนเสียงที่ตัวเองได้ยิน ก็คงต้องขยับกล้ามเนื้อบริเวณปากกันเป็นพัน ๆ ครั้งนะครับ จึงจะทำงานนี้สำเร็จ ใครนะบอกว่าเด็กเอาแต่นอนไม่ต้องทำงาน เขาก็ทำงานเหมือนกับที่เรากำลังทำนี่แหละครับ คือการฝึก listening skill และ speaking ภาษาไทยครับ
[3]. ฉะนั้น ขั้นแรกของการเรียนภาษาคือการฝึกฟังให้ชินหู และพูดให้ชินปาก ต้องทำทั้ง 2 อย่าง ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ครับ ถ้าเราฟังอย่างเดียวโดยไม่พูด จะรู้ได้อย่างไรว่าเราฟังถูกต้อง การพูดออกมาให้คนอื่นหรือตัวเองได้ยินนั้น คือการพิสูจน์ว่าเราฟังถูก
4. ภาษาไทยที่เราเรียนตอนเด็กเป็นเช่นใด ภาษาอังกฤษที่เราเรียนตอนโตก็เป็นเช่นนั้น เราต้อง ฟัง - พูด, ฟัง - พูด, ฟัง - พูด, ๆ ๆ ๆ . . . ไปเรื่อย ๆ จนชินหูและชินปาก
ท่านอาจะถามว่า จะไปพูดให้ใครฟังล่ะ พูดออกเสียงถูกต้องหรือเปล่าก็ไม่รู้ แขกฝรั่งก็ไม่มี ครูฝรั่งก็ไม่มี เพื่อนฝรั่งก็ไม่มี แฟนฝรั่งยิ่งไม่ต้องพูดถึง จะพูดให้ใครฟังล่ะ? คำตอบของผมคือ ตอนที่ยังหาไม่ได้นี้ ก็ฝึกพูดกับเว็บไปก่อนแล้วกันครับ การฝึกกับเว็บดียังไง ผมขอเจียระไนสรรพคุณดังนี้ครับ
[1]. สะดวก สบาย จะฟังเมื่อไรก็ได้ ฟังนานเท่าไรก็ได้ ฟังที่ไหนก็ได้ (save ใส่เครื่องเล่น MP3 ไปฟังขณะเดินทาง)
[2]. มี choice ให้เลือกฟังเยอะ เรื่องที่ชอบ เรื่องยาว เรื่องสั้น เรื่องยาก เรื่องง่าย พูดเร็ว พูดช้า เรื่องเล่น ๆ เรื่องทางวิชาการ โอ๊ย! เยอะจนพูดไม่หมด
[3]. ไม่เสียตังค์ ตรงนี้แหละครับที่สำคัญ
แต่ประเด็นที่ผมต้องการบอกในวันนี้ก็คือ อย่าให้การฟังหยุดอยู่แต่ฟัง ให้มันต่อไปเป็นการพูดด้วย คือเมื่อชินหูแล้วต้องฝึกขยับปากให้เปล่งเสียงออกมาด้วยจนชินปากที่จะพูด พอถึงย่อหน้านี้ผมขอยกย่อหน้าแรกของข้อเขียนนี้มาพูดอีกครั้ง คือ
"เมื่อท่านเข้าไปที่เว็บสอนภาษาอังกฤษซึ่งมีไฟล์ MP3 ท่านสามารถฝึกพูดภาษาอังกฤษได้โดย (1)คลิกปุ่ม Play, (2)ฟังเสียง, (3)คลิกปุ่ม Pause เพื่อหยุด, (4) Repeat คือพูดตามเสียงที่ได้ยิน, ทำซ้ำไปซ้ำมา วนไปวนมาอย่างนี้บ่อย ๆ ไม่นานก็จะเก่งทั้ง listening และ speaking"
บางท่านอาจจะแคลงใจว่า เอ๊ะ! แล้วเราจะออกเสียงถูกหรือนี่ ผมต้องขอร้องท่าน อย่าดูถูกหูของตัวเองครับ หูของท่านมีประสิทธิภาพครับ ไม่อย่างนั้นท่านไม่สามารถพูดคำว่า "พ่อ", "แม่", "หม่ำ", "นม", "น้ำ" และอีก 9,999 คำมาได้ตั้งแต่เด็กหรอกครับ คนที่เป็นใบ้พูดไม่ได้ก็เพราะหูหนวกมาตั้งแต่เด็ก ท่านไม่ได้หูหนวก เมื่อท่านฟังภาษาไทยและพูดภาษาไทยได้เมื่อตอนเด็ก ท่านก็ต้องฟังภาษาอังกฤษและพูดภาษาอังกฤษได้แม้ท่านจะโตแล้วก็ตาม
แต่... การพูดต้องทำไปพร้อม ๆ กับการฟังครับ เมื่อท่านฟัง นอกจากท่านจะได้สำเนียงแล้ว ท่านยังได้สำนวน ศัพท์ และความรู้อีกด้วย และเมื่อท่านฝึกกับเว็บ สูตรศักดิ์สิทธิ์แห่งความสำเร็จที่ผมขอแนะนำก็คือ Play - Pause - Repeat เริ่มจากง่ายไปยาก จากน้อยไปมาก จากช้าไปเร็ว จากที่ชอบมากๆไปยังเรื่องที่จำเป็นต้องรู้แม้ไม่ค่อยชอบ แต่ต้องฝึกบ่อย ๆ ฝึกทุกวัน
มีที่ให้ท่านฝึก Play - Pause - Repeat ได้ฟรี ๆ มากมาย เข้าไปที่นี่ครับ:
การฟัง listening
การพูด การสนทนา การออกเสียง
ท่านเชื่อได้เลยครับ ผมไม่ได้เอาเรื่องเกินจริงมาพูดเพื่อให้กำลังใจ แต่ผมเอาเรื่องจริงมาพูด เรื่องจริงที่ช่วยให้ท่านฟังและพูดภาษาอังกฤษได้จริง ถ้าท่านเอาจริง
ผมเชื่อว่าทุกท่านทำได้จริงครับ
ฝึกฟังภาษาอังกฤษทีละคำ
สวัสดีครับ
ผมไปพบเว็บหนึ่ง เขามีบริการให้เราฝึกฟังภาษาอังกฤษทีละคำ
ที่เว็บนี้ครับ http://www.thefreedictionary.com/
ต้องขอโฆษณาหน่อยนะครับว่า เว็บนี้มีประโยชน์มาก ตามความเห็นของผม การฝึกฟังภาษาอังกฤษเป็นคำ ๆ นี้ จะช่วยสร้างพื้นฐานของ listening skill ของเราให้แน่น เมื่อไปฟังข้อความยาว ๆ ก็จะฟังได้ง่ายขึ้น แต่ก็แน่นอนแหละครับ ในการฝึกฟังภาษาอังกฤษก็คงต้องไปพร้อม ๆ กัน ทั้งสั้นและยาว
เสียง pronunciation จากเว็บนี้เป็นเสียงธรรมชาติของมนุษย์ ดีกว่าเสียงจาก talking dict ราคาแพงบางยี่ห้อเสียอีก
เมื่อเข้าไปที่เว็บนี้แล้ว... ดูที่ช่อง Spelling Bee
1. ให้คลิกเลือกว่า เราต้องการฝึกฟัง หรือทดสอบตัวเอง แบบ easy (ง่าย), hard (ยาก), หรือ expert (ยากมาก)
2. หน้าที่ของเรา คือ พิมพ์คำที่ถูกต้องลงไปในช่องต่อจากคำว่า spell the word: โดยเราสามารถ
- - คลิกที่รูปลำโพงเพื่อฟังการออกเสียงคำนี้ และ
- - (ถ้าต้องการ) เราก็อ่านข้อความด้านขวามือของรูปลำโพง ข้อความนี้จะบอก 2 อย่างคือ
(1) บอกว่าเป็นคำประเภทอะไร เช่น คำนาม ( n ) หรือคำ adjective (adj.) เป็นต้น และ
(2) บอกความหมายของคำนั้น
แต่ถ้าเราจะฟังอย่างเดียวโดยไม่อ่าน เพราะเราต้องการฝึกฟังอย่างเข้มข้น เราก็ทำเป็นไม่เห็นข้อความที่เขาพิมพ์ไว้ ก็ทำได้ครับ
3. เมื่อคลิกฟัง (จะกี่ครั้งก็ได้) (+ อ่าน) แล้ว ก็พิมพ์คำที่เราคิดว่าถูกต้องลงไป แล้วคลิก answer
4. ถ้าพิมพ์ถูก - จะขึ้นเป็นสีเขียว; ถ้าพิมพ์ผิด - จะขึ้นเป็นสีชมพู
5. แต่ไม่ว่าจะพิมพ์ถูกหรือผิด จะมีคำเฉลยขึ้นมาใต้รูปลำโพง ; และเมื่อคลิกที่คำเฉลยนี้ก็จะนำไปสู่ คำอธิบายที่สมบูรณ์ของศัพท์ใน The American Heritage® Dictionary of the English Language ขอเรียนว่า ดิก American Heritage นี้เป็นดิกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเล่มหนึ่งของสหรัฐอเมริกา (ท่านสามารถคลิกขวาที่คำเฉลยนี้ แล้วเลือก Open in New Window เมื่ออ่านจบแล้ว จะได้ close ได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลากด Back กลับ)
6. คลิก new word เพื่อฟังคำใหม่
7. ท่านสามารถคลิกเปลี่ยนความยากเป็น hard หรือ expert ก็ได้
8. มี score บอกคะแนนที่เราทำได้ แต่ถ้าท่านต้องการล้าง score เพื่อเริ่มต้นนับเปอร์เซนต์ของแต้มใหม่ ให้คลิก Refresh โดยทุกครั้งที่เริ่มเล่นใหม่ เว็บจะตั้งความยากไว้ที่ระดับ hard (ยาก) ถ้าเราต้องการทำระดับที่ง่ายกว่า คือ easy หรือยากกว่า คือ expert ก็ต้องคลิกเลือกเอาเอง
เว็บนี้ฝึกทั้ง listening spelling vocabulary reading และถ้าท่านออกเสียงตามหลังจากที่คลิกรูปลำโพง ก็จะได้ฝึก pronunciation เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งด้วย
Posts: 187
Comments: 5
"พัฒนาคนไทย ด้วยของฟรีๆ" ... ภาษาอังกฤษ English for Thais รวมรวมของฟรี ของดี เพื่อคนชอบ ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ การฟัง listening, การพูด การสนทนา การออกเสียง, การอ่าน reading, การเขียน writing, ไวยากรณ์ grammar, ศัพท์ vocabulary, Test ภาษาอังกฤษ
