|
|
Search result
เรียนพูด 100 ประโยคพื้นฐาน 49 ภาษาทั่วโลก ฟรี!
สวัสดีครับ
แม้ว่าเราจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการพูดกับคนต่างชาติ แต่ถ้าหากว่าเขามิได้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ถ้าเราสามารถพูดภาษาแม่ของเขาได้เพียงนิดหน่อย ก็จะสร้างความรู้สึกที่ดี ความประทับใจ และเพิ่มการผูกมิตรที่เว็บนี้http://www.linguanaut.com/ เขามี100 ประโยคพื้นฐาน ใน 49 ภาษาทั่วโลกให้เราฝึกอ่าน-ฝึกพูด และแม้ว่าจะมีคำอ่านมาให้ เราก็อาจจะออกเสียงเพี้ยนไปไม่ถูกต้อง วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ ถ้าเราต้องพูดกับคนภาษาใด ก็ print ภาษานั้นออกมาเลย ตอนคุยกับเขาถ้ามีโอกาสก็อาจจะถามเขาว่า คำนั้นคำนี้ออกเสียงยังไงจึงจะถูกต้อง เรื่องของเรื่องก็คือว่า การเรียน-การสอนภาษาเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็น small talk ที่ผูกสัมพันธ์ได้ดียิ่ง ไม่เหมือนการพูดเรื่องการเมืองหรือความเชื่อทางศาสนาที่พูดไปพูดมาอาจจะขัดใจกันได้ง่าย ๆ
ท่านเห็นไหมครับว่า แม้ว่าเราจะเรียนภาษาอื่น แต่เราก็ต้องเรียนผ่านภาษาอังกฤษ ผมรู้สึกว่าคนในโลกทุกวันนี้ จะต้องพูดได้อย่างน้อย 2 ภาษา คือภาษาแม่ของตัวเองและภาษาอังกฤษ ผมกำลังคิดว่าจะเป็นไปได้ไหมที่คนรุ่นต่อไป หรือ next generation ในอนาคตไม่ไกลข้างหน้า จะต้องถูกสถานการณ์ของโลกบังคับให้พูดได้อย่างน้อย 3 ภาษา อย่างน้อยก็ประโยคพื้นฐาน ภาษาต่างชาติเมื่อก่อนอาจจะเป็นวิชาเลือก แต่ตอนนี้สำหรับคนรุ่นลูกรุ่นหลานของผม มันกลายเป็นวิชาบังคับไปแล้ว ไม่ใช่ครูหรือโรงเรียนบังคับ แต่โลกยุคใหม่มันบังคับให้เราต้องเรียน ท่านผู้อ่านคิดยังไงครับเกี่ยวกับเรื่องนี้
วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยไม่มีครูสอน สวัสดีครับ
ตั้งแต่ทำ Blog นี้มาได้ประมาณปีครึ่ง เรื่องหนึ่งที่ผมถูกถามบ่อยคือ "ทำอย่างไรจึงจะพูดภาษาอังกฤษได้เก่ง?" ถ้าให้ผมตอบอย่างสั้นและตรงที่สุด ผมก็จะตอบว่า "ก็ฝึกพูดไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เก่งเองแหละ"
แต่วันนี้ผมขออนุญาตคุยยาว ๆ สักนิดนะครับ
เราทุกคนรู้ว่าทุกภาษามีอยู่ 4 ทักษะ คือ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน และถ้าเป็นการเรียนภาษาแม่อย่างคนไทยเรียนภาษาไทย เราก็จะฝึกทั้ง 4 ทักษะไปพร้อม ๆ กัน คนไทยทุกคนจึงฟัง-พูด-อ่าน-เขียน ภาษาไทยได้แม้ว่าจะเก่งไม่เท่ากันก็ตาม
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเราเรียนภาษาอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษที่เรากำลังพูดกันอยู่นี่แหละครับ ก็คือว่า ในแต่ละทักษะ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน นี้เราคนหนึ่ง ๆ นี้มีโอกาสฝึกแต่ละทักษะไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียน ผมขอยกตัวอย่างทีละคู่นะครับ
คู่ที่ 1 คือฝึกอ่านกับฟัง
อ่านกับฟังเป็น passive skill คือศึกษาได้โดยไม่ต้องมีคนอื่นประกบ ท่านเพียงมีหนังสือ 1 เล่ม หรือ CD 1 แผ่น แค่นี้ก็พอแล้วที่จะฝึกอ่านฝึกฟัง ที่ดียิ่งไปกว่านี้ก็คือ ท่านสามารถเช็คผลการอ่านหรือการฟังได้ด้วยตัวเองทันทีเลยว่า ท่านฝึกสำเร็จหรือไม่ คือถ้าอ่านหรือฟังรู้เรื่อง-เข้าใจ ก็ถือว่าสำเร็จ ง่าย ๆ แค่นี้เอง และการฝึกก็สะดวกมาก เพียงแค่พกติดตัวหนังสือเล่มนึง หรือเครื่องเล่น mp3 เครื่องหนึ่ง ก็สามารถฝึกอ่านฝึกฟังที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ ด้วยสาเหตุนี้กระมังที่ผมได้รับคำถามน้อยมากเกี่ยวกับการอ่านและการฟัง เพราะทุกท่านสามารถฝึกเองได้อยู่แล้ว (ถ้าตั้งใจจะฝึก)
คู่ที่ 2 ฝึกการพูดและการเขียน
ผมได้รับคำถามเรื่องการพูด & เขียนมากกว่า การอ่าน & การฟัง ถ้าจะให้หาสาเหตุก็คงจะตรงกันข้ามกับคู่ที่ 1 คือ การพูดและการเขียนเป็น active skill โดยทั่วไปท่านต้องมี partner คือคนที่มาฟังท่านพูด และอ่านสิ่งที่ท่านเขียน และสำหรับคนไทยที่ฝึกภาษาอังกฤษ เราก็มักหวังในคน ๆ นั้นเป็น "ครู" ยิ่งเป็น "ครูฝรั่ง" ยิ่งดี จะได้ช่วยสอนเราว่า ควรจะพูดยังไง เขียนยังไง และถ้าเราพูดผิด เขียนผิด ก็ช่วยแก้ไขให้ด้วย เราไม่แน่ใจในวิธีการฝึกพูดคนเดียว หรือเขียนลงสมุดเก็บไว้อ่านคนเดียว เพราะเราไม่แน่ใจว่า ถ้าต้องพูดกับคนจริง ๆ เขาจะฟังเราพูดรู้เรื่องหรือเปล่า หรือสิ่งที่เราเขียนถ้าคนอื่นอ่านมันจะตลกหรือเปล่า
คำถามที่ผมได้รับจึงมักจะออกมาอย่างนั้น คือให้ผมแนะนำอาจารย์สอนภาษาที่เก่งที่สุด โรงเรียนสอนภาษาที่ดีที่สุด และเทคนิคการฝึกพูดที่ได้ผลมากที่สุด และใช้เวลาน้อยที่สุด หลายคนมี deadline รออยู่เบื้องหน้าใกล้ ๆ เช่น เดือนหน้าจะไปสอบสัมภาษณ์เข้าทำงาน, ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งใหม่ที่ต้องพูดภาษาอังกฤษให้ได้ บางคนก็แสดงความท้อแท้มาว่าไม่มีเงินสำหรับเสียค่าเรียนแพง ๆ เรื่องของเรื่องเลยกลายเป็นว่า คนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีคือคนที่มีเงินมากพอสำหรับค่าเรียนแพง ๆ หรือเด็กที่ผู้ปกครองมีกะตังค์สามารถส่งลูกไปเข้า summer course หรือหลักสูตรพิเศษที่เมืองนอก ส่วนคนที่งบน้อยก็เลยพูดไม่ได้เขียนไม่ได้ ถ้าแถมเกลียดภาษาอังกฤษด้วยแล้ว ก็อ่านไม่ได้และฟังไม่ได้ตามไปด้วย และพอพูดถึง 4 ทักษะนี้ที่เรียนมาจากโรงเรียนนับสิบปี ก็กลายเป็นว่าเรียนเพื่อให้สอบได้แต่ใช้งานจริง ๆ ไม่ได้ ฟังดูแล้วน่าหดหู่ใจ
ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลืมความขุ่นข้องหมองใจและความง่อยเปลี้ยเสียขา, ถ้ามี, ในการเรียนภาษาอังกฤษของท่านทิ้งไปให้หมด ผมเชื่อว่าเราเริ่มต้นใหม่ให้ดีกว่าเดิมได้
ย้อนไปถึงเรื่องที่เป็นหัวข้อข้างต้นนี้ "วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยไม่มีครูสอน" เป็นไปได้หรือ? ผมกำลังจะบอกท่านว่า ถ้าเรามีเงินที่จะไปเรียนกับครู ก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่มีเงินพอ - ไม่มีเวลาพอ ก็จำเป็นครับที่เราจะต้องฝึกพูดโดยไม่มีครูสอน ท่านไม่ต้องใจร้อนหรือมองหาทางลัดหรอกครับ เพราะทางลัดในการเรียนภาษาอังกฤษไม่มีอยู่ในโลกนี้ มีแต่ทางตรงที่เราต้องขยันเดินไม่หยุดเท่านั้นเอง
เรื่องการพูดภาษาอังกฤษให้ได้ผลนี้ เราจะลืมเรื่องการอ่านและการฟังไม่ได้เด็ดขาด การอ่านทำให้เรารู้สำนวน และการฟังทำให้เรารู้สำเนียง ทั้งสำนวนและสำเนียงที่ค่อย ๆ สะสมไว้นี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีมากเมื่อเราฝึกพูด การฝึกพูดที่จะเอาแต่พูด พูด พูด... แต่ไม่สนใจเรื่องฝึกฟังและฝึกอ่าน ไปได้ไม่ไกลหรอกครับ และใน Blog นี้ก็แนะนำเว็บไซต์มากพอสมควรสำหรับฝึกอ่านและฝึกฟัง คลิกที่นี่ครับ
รวมเว็บฝึกอ่าน *** รวมเว็บฝึกฟัง ***รวมเว็บดูวีดิโอ
"วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยไม่มีครูสอน" ผมขอแนะดังนี้ครับ
[1]. ใช้วิธี play - pause - repeat: ผมพูดเรื่องนี้ไว้ค่อนข้างละเอียดที่นี่ [409]สูตรสำเร็จในการฝึกพูดกับเว็บ:Play-Pause-Repeat
[2]. ใช้วิธี think - talk: คือฝึกพูดกับ partner ในจินตนาการ ให้เราคิดวางแผนว่า เราจะพูดรื่องอะไร มีเนื้อหาอย่างไร พูดกับใคร นานกี่นาที อาจจะเตรียมเขียนสิ่งที่จะพูดลงกระดาษไว้เลยก็ได้ พอถึงเวลาก็นั่งลง - จับเวลา - และสร้างจินตนาการว่าคนที่เราพูดด้วย หรือคนที่เราจะพูดให้ฟังนั่งอยู่ข้างหน้า เราอาจจะ start ด้วยตั้งใจว่าจะต้องพูดให้ได้ครบ 5 นาที และก็ต้องทำให้ได้ ต่อไปอาจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 10 นาที, ฝึกพูดช้า ๆ ชัด ๆ
สำหรับบางท่านที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ และคิดว่าผมแนะนำอะไรก็ไม่รู้ ฝึกคนเดียวไม่มีครูมันก็คงผิด ๆ พลาด ๆ จะได้ผลรึ? ผมเรียนท่านแล้วว่าการฝึกพูดแบบนี้ มีสำนวนและสำเนียงที่ค่อย ๆ สะสมไว้จากการอ่านและการฟังเป็นพื้นฐาน เรื่องที่ผมขอเน้นก็คือ ท่านอย่าได้ดูถูกความใฝ่ฝันและจินตนาการนะครับ ถ้าเรา dream และ do สิ่งที่เรามุ่งหวังไว้ก็จะ done มันไม่ไปไหนหรอกครับ
ท่านใดต้องการฝึกพูดอย่างนี้ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะพูดเรื่องอะไร ลองคลิกหาไอเดียได้ที่นี่ครับ
[190]หัวข้อการฝึกพูด[ต้อง‘ได้พูด' ถึงจะ ‘พูดได้']
[3]. ใช้วิธี English phone conversation: ท่านลองนัดแนะกับเพื่อนที่รู้ใจว่า จะช่วยกันพัฒนา conversation skill โดยการสนทนาภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์ ทำไมต้องสนทนาทางโทรศัพท์ เพราะว่าคู่สนทนาจะได้พูดให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้เรื่อง และขณะเดียวกันก็ต้องมีสมาธิเงี่ยหูฟังสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งพูด จึงเป็นการฝึกทั้ง speaking และ listening skill โดยไม่ต้องอ่านภาษาหน้าหรือภาษาท่าท่าง การที่พูดกันต่อหน้าด้วยภาษาอังกฤษและเราเข้าใจ มันอาจจะเป็นความเข้าใจที่บวกกับการอ่านสีหน้าและท่าทาง แต่ถ้าคุยกันทางโทรศัพท์เราจะรู้ว่า เราพูดให้เพื่อนรู้เรื่องได้หรือเปล่า หรือเราสามารถฟังเพื่อนพูดรู้เรื่องหรือเปล่า ทั้งนี้เราอาจจะตกลงหัวข้อการพูดโดยเจาะจงไว้ก่อน ข้อสำคัญที่สุดของการฝึกวิธีนี้ก็คือ 1)ต้องพูดให้ครบตามเวลาที่ตกลงกันไว้ และ 2)ห้ามแทรกภาษาไทยระหว่างการพูดเด็ดขาด ยกเว้นชื่อเฉพาะ
ผมไม่แน่ใจว่า เราสามารถใช้โทรศัพท์บ้านหรือโทรศัพท์มือถือพูดสายกันเกิน 2 คนหรือเปล่า ถ้าทำได้ก็จะช่วยให้การพูดสนุกยิ่งขึ้น
[4]. รวบรวม stock sentence ที่ต้องใช้บ่อย: ถ้าท่านต้องพูดภาษาอังกฤษ แต่ประโยคที่ใช้พูดซ้ำ ๆ กันเป็นส่วนใหญ่ อย่างนี้ง่ายครับ ท่านก็พยายามรวบรวมประโยคเหล่านี้ไว้ให้หมด แปลเป็นภาษาไทย ฝึกพูดให้คล่อง ที่ลิงค์นี้มีตัวอย่างให้ท่านศึกษามากพอสมควร
[275] มาฝึกสนทนาภาษาอังกฤษกันหน่อยไหมครับ
[271] 50 ประโยคพื้นฐานที่ใช้ในการสนทนา ที่นี่ครับ....
[147] แจกไฟล์ MP3 พร้อมใช้ (conversation:ฟัง & พูด...
[75] พูดภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์
[177] การตั้งคำถามโดยใช้ 8 W และ 1 H
และ รวมลิงค์การสนทนาใน Blog นี้
การพูด การสนทนา การออกเสียง
[5]. สุดท้าย ร้องเพลงฝรั่ง: เรื่องนี้ผมแนะได้ แต่ทำเองไม่ได้ เพราะไม่ถนัดเอาจริง ๆ เลย แต่ผมเชื่อว่าวิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบนี้หลายคนใช้ได้ผล เลยเอามาเขียนพ่วงไว้
ท่านผู้อ่านครับ
บางคนพูดหรือฝึกพูดภาษาอังกฤษเพราะงานบังคับให้ต้องพูด บางคนพูดเพราะต้องติดต่อกับเพื่อนชาวต่างชาติที่ได้รู้จักกัน เช่น โดยใช้โปรแกรม Skype บางคนพูดให้เป็นไว้จะได้ไปเที่ยวเมืองนอกสะดวกและสนุก แต่ไม่ว่าท่านจะพูดภาษาอังกฤษด้วยแรงผลักดันอะไรก็ตาม ท่านสามารถพูดได้แน่ ๆ ถ้าท่านพยายาม แม้ว่าจะเป็นการฝึกพูดภาษาอังกฤษที่ไม่มีครูสอนก็ตาม
หัวข้อการฝึกพูด[ต้อง‘ได้พูด' ถึงจะ ‘พูดได้'] สวัสดีครับ
ผมเข้าใจว่าทุกคนที่เรียนภาษาอังกฤษต้องการพูดได้ หลายคนเขียนมาถามว่าทำยังไงถึงจะ ‘พูดได้' คำตอบของผมสั้นมาก คือ ต้อง ‘ได้พูด' ถึงจะ ‘พูดได้'
คำถามต่อเนื่องคือ ไม่มีฝรั่งจะให้พูดด้วย จึงไม่มีโอกาส ‘ได้พูด' แล้วจะทำยังไง? คำตอบของผมก็สั้นอีกเช่นกัน คือ ต้องหาคนที่จะพูดด้วยให้ได้ ถ้าหายากจริง ๆ ก็หากลุ่มเพื่อนสนิทที่รู้ใจ 2 - 3 ฝึกพูดกันเอง แต่ถ้าถึงขั้นนี้ก็ยังหาไม่ได้ ก็ฝึกพูดคนเดียวนั่นแหละครับหมดเรื่องหมดราวไปเลย วันละสัก 5 - 10 นาทีก็ได้ รับรองว่าไม่เท่าไรก็ ‘พูดได้' เพราะว่าเรา ‘ได้พูด'
และจะพูดเรื่องอะไรล่ะ?
สองลิงค์ข้างล่างนี้ คือคำถามหรือหัวข้อให้ท่านเลือกฝึกพูด เลือกเอาตามสบายเลยครับ
http://iteslj.org/questions/
http://www.eslpartyland.com/teachers/nov/conv.htm
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การฝึกพูดควรจะทำไปพร้อม ๆ กับการฝึกฟังและฝึกอ่าน ซึ่งท่านสามารถฝึกได้จากลิงค์ข้างล่างนี้ มีมากมายให้ท่านเลือก
การฟังทำให้เราได้ ‘สำเนียง' - การอ่านทำให้เราได้ ‘สำนวน' ถ้าเราทั้งฟังและอ่าน เราก็จะได้สำเนียงและสำนวนมาฝึกพูด ไม่ว่าจะเป็นการฝึกพูดกับเพื่อนหรือฝึกพูดคนเดียวก็ตาม
คลิก:
ฝึกฟัง
คลิก: ฝึกอ่าน
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น สุภาษิตนี้ยังเป็นจริงอยู่เสมอครับ
รวมสคริปต์ ฝึกสนทนาภาษาอังกฤษ (+แปลไทย) สวัสดีครับ
ผมรวบรวมสคริปต์ ฝึกสนทนาภาษาอังกฤษซึ่งมีคำแปลภาษาไทยด้วยไว้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้ เป็นการสนทนาในหลากหลายสถานการณ์
และถ้าท่านต้องการฟังการออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษของประโยคใดก็ตาม ท่านก็เพียง พิมพ์ประโยคภาษาอังกฤษนั้นลงไป เพื่อให้เว็บอ่าน คลิกเพื่อศึกษาวิธีใช้ที่นี่ครับ
เชิญคลิกเพื่อศึกษาได้เลยครับ
-http://www.bb.go.th/information/library/lbb/om/omweb/html/yiam/ext/lbr/skill.htm
-http://www.nabia10.com/learnenglish/conversation/title.html
-[7]ดาวน์โหลดไฟล์บทสนทนา แปลไทยเป็นอังกฤษ(+Test)
-[204] ตำราสอนการสนทนา 2 เล่ม ฟรี !!
-[274]เว็บสำหรับท่านที่ต้องรับโทรศัพท์ชาวต่างชาติ
-[275] มาฝึกสนทนาภาษาอังกฤษกันหน่อยไหมครับ (ขอแนะนำเป็นพิเศษ)
-[276] ประโยคสำหรับบอกเส้นทางรถเมล์ให้แก่ฝรั่ง
-[52]ดาวน์โหลดไฟล์ "การฝึกพูดภ.อังกฤษเพื่อการทำงาน"
-[169]เว็บของศูนย์ทดสอบภาษา Goethe
-[177] ไทยเรียนพูดฝรั่ง กับเว็บที่สอนฝรั่งพูดไทย
-http://www.thai-language.com/id/589871
-การทักทายและการตอบรับ/ปฏิเสธแบบสั้นๆ
ฟัง
-[146] เรียนภาษาอังกฤษกับ Langhub.com
-[345] เรียนภาษาอังกฤษกับอาจารย์ Chris
-[76] ดูวีดิโอ เรียนภาษาอังกฤษกับเว็บไทย ihere.tv
ศึกษาเพิ่มเติมกับเว็บฝรั่ง
ฝึกสนทนา
http://www.bic-englishlearning.com/talking.html
ฝึกออกเสียง
http://www.bic-englishlearning.com/phonetics.html
Online Stories for Kids
http://www.sundhagen.com/babbooks/
ฟังและอ่าน News Stories
http://literacynet.org/cnnsf/archives.html
Posts: 187
Comments: 15
"พัฒนาคนไทย ด้วยของฟรีๆ" ... ภาษาอังกฤษ English for Thais รวมรวมของฟรี ของดี เพื่อคนชอบ ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ การฟัง listening, การพูด การสนทนา การออกเสียง, การอ่าน reading, การเขียน writing, ไวยากรณ์ grammar, ศัพท์ vocabulary, Test ภาษาอังกฤษ
