Links News Contact Us About us Privacy Terms FAQ Add feedback Invite a friend Bookmark

Home Members Blogs Photos Videos Music Groups Classifieds Events Polls Forums Articles Boards chat
Tags - dictionary

เกม-story-กิจกรรม ภาษาอังกฤษ สำหรับบุตรหลาน

สวัสดีครับ
เมื่อวานนี้ผมไปที่งานสัปดาห์สัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์สิริกิติ์ เห็นหนังสือ Story ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก ภาพสวย ๆ น่าอ่าน เลยนึกถึงบางท่านที่ไม่มีโอกาสไปที่งานนี้ โดยเฉพาะท่านที่อยู่ต่างจังหวัด จึงขอฝากเว็บข้างล่างนี้ เอาไปให้บุตรหลาน ลองเล่นหรืออ่านก็ได้ครับ

1. เกม Undersea ABC เล่นเพื่อเรียน A.. B... C... D.. ถึง Z
http://www.candlelightstories.com/Games/UnderseaABCgame.php

2. Stellar Speller (ดูภาพที่ให้มา แล้วคลิกแป้นตัวอักษรเพื่อเติมคำ)
http://www.candlelightstories.com/Games/StellarSpeller.htm

3. เรื่อง The Golden Goose
อ่าน:
http://www.candlelightstories.com/soundstoryblog/2007/03/the-golden-goose-full.html
ฟัง: http://www.stoneagerobot.com/SoundStories/The_Golden_Goose.mp3

4. เรื่อง A Chinese Fairytale
อ่าน:
http://www.candlelightstories.com/soundstoryblog/2007/02/a-chinese-fairytale-full.html
ฟัง: http://www.stoneagerobot.com/SoundStories/A_Chinese_Fairytale.mp3

5. เรื่อง Peach Boy
อ่าน:
http://www.candlelightstories.com/soundstoryblog/2007/02/peach-boy-full.html
ฟัง: http://www.stoneagerobot.com/SoundStories/Peach_Boy.mp3

6. เรื่อง The Three Little Pigs
อ่าน:
http://www.candlelightstories.com/soundstoryblog/2007/01/three-pigs-full.html
ฟัง: http://www.stoneagerobot.com/SoundStories/The_Three_Little_Pigs.mp3

7. เรื่อง Tom Thumb
ฟัง:
http://www.stoneagerobot.com/SoundStories/Tom_Thumb.mp3

8. เรื่อง Robinson Crusoe
ฟัง:
http://www.candlelightstories.com/Stories/RobinsonCrusoePodcast.php
อ่าน:
http://www.worldwideschool.org/library/books/lit/adventure/RobinsonCrusoe/Chap1.html

9. Games, activities, and songs มีเรื่องให้เล่นให้ทำกว่า 20 เรื่อง
http://www.hello-world.com/English/EN_English.php

10. Children's Storybooks มี story ให้อ่านสำหรับทุกวัย
http://www.magickeys.com/books/

11. [27] เล่นเกมคำศัพท์กับ Picture Dictionary

12. [50] เว็บนี้เพื่อเด็กโดยเฉพาะครับ

13. [66] เว็บที่ผู้ใหญ่ฝรั่ง ทำขึ้นเพื่อเด็กฝรั่ง
พิพัฒน์


ฝึกภาษาอังกฤษ ทีละคำ - ทีละประโยค ที่นี่ !

สวัสดีครับ
วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมนึกไม่ออกว่าควรจะเอาอะไรมาคุยกับท่านผู้อ่าน ก็เลยเดินเข้าไปในร้านหนังสือเผื่อว่าจะเก็บอะไรเอามาคุยได้บ้าง ผมเดินไปที่ชั้นหนังสือภาษาอังกฤษ ก็เห็นมีน้องผู้หญิง 3 คนกำลังพลิกหนังสือภาษาอังกฤษเล่มนั้นเล่มนี้ดู

จากเสียงที่ผมได้ยินน้องทั้งสามคุยกันขณะที่พลิกดูหนังสือ ผมเข้าใจว่าน้องกำลังหาหนังสือภาษาอังกฤษที่ง่าย ๆ แต่จนแล้วจนรอดก็หาไม่ได้ เล่มนั้นก็ยากเกินไป เล่มนี้ก็หนาเกินไป ทำไปทำมาก็เลยเดินออกจากชั้นหนังสือไปโดยไม่ได้ซื้อสักเล่มเดียว

ผมเองไม่เคยมีประสบการณ์ในการเป็นครู แต่อย่างน้อยผมก็เคยเป็นนักเรียน ผมไม่รู้ว่าถ้าเป็นครูจะต้องสอนยังไง แต่ผมรู้ว่าถ้าเป็นนักเรียนผมต้องการอะไร อย่างกรณีนี้ ถ้าผมเป็นน้องผู้หญิง 3 คนนี้ ผมก็ต้องการหนังสือที่ง่ายมาก ๆ... ง่ายมาก ๆ โดยเทียบกับความสามารถของตนเอง ไม่ใช่ไปเทียบกับคนที่เก่งแล้ว

ผมนึกถึงตัวเองเมื่อหลายปีที่แล้วซึ่งผมไปรับการอบรมหลักสูตรสั้น ๆ ที่เยอรมนี เขาอบรมเป็นภาษาอังกฤษ แต่เจ้าภาพเขาคงอยากจะให้คนต่างชาติรู้ภาษาของเขามั้ง เขาก็เลยจัดสอนภาษาเยอรมันในตอนเย็นให้ 5 วัน ๆ ละประมาณหนึ่งชั่วโมง

จำได้ว่าผมเรียนได้แย่ที่สุดในห้อง คำศัพท์หรือประโยคภาษาเยอรมันที่ครูสอน คนไทยอื่น ๆ ที่ไปเรียนห้องเดียวกันเขาจำกันได้หมด แต่ผมเองจำแทบไม่ได้แม้แต่คำเดียว มีอยู่ช่วงหนึ่งครูถามเป็นภาษาเยอรมันสั้น ๆ 5 ประโยค โดยถามทีละประโยคและให้ผู้เรียนตอบทีละประโยค ผมอยู่คนสุดท้ายที่เขาถาม แล้วก็ฟังไม่รู้เรื่องซะด้วยว่าประโยคที่ครูถามแปลว่าอะไร แต่ผมก็ใช้วิธีจำเอาว่า ถามครั้งที่ 1 ต้องตอบอย่างนี้ ถามครั้งที่ 2 ต้องตอบอย่างนี้ ไปเรื่อย ๆ จนถึงประโยคสุดท้าย คำถามก็ง่าย ๆ ครับ เช่น คุณมาจากประเทศอะไร คุณพักอยู่โรงแรมอะไร คุณขึ้นรถอะไรมาเรียน คุณชอบกินอะไร คุณชอบสีอะไร คำถามอะไรทำนองนี้แหละครับ

เรื่องของเรื่องก็คือว่า พอมาถึงผมซึ่งเป็นคนสุดท้าย ครูแกเล่นสลับคำถามถามหมดเลย ผมก็ไม่รู้ว่าครูจะล้อเล่น ก็ตอบไปตามลำดับที่ท่องไว้ในใจ ผลก็คือเพื่อนในห้องขำกันกลิ้งเลย ผมเองก็ขำไปด้วยจนน้ำตาทะเล็ด

มามองย้อนดูอีกที ไอ้ที่ผมขำได้ก็เพราะว่าตัวเองแก่แล้ว เจอเหตุการณ์อย่างนี้ก็เฉย ๆ แถมสนุกซะอีก แต่ถ้าผมเป็นเด็กและถูกครูแกล้งต่อหน้าเพื่อนอย่างนี้ ผมอาจจะเกลียดครูอย่างชั่วคราว และเกลียดภาษาที่ครูสอนอย่างถาวร

ก็ผมไม่รู้เรื่องนี่ครับ สิ่งที่ครูสอนแล้วคนอื่น ๆ เขาตามทัน แต่ผมตามไม่ทัน ผมก็ว่ายากล่ะครับ ใครจะว่าง่ายก็ว่าไปเถอะ

ฉะนั้น ใน Blog นี้ผมจึงได้จัด 2 ลิงค์นี้แยกไว้ต่างหาก
สร้างพื้นฐานภาษาอังกฤษ
รวมเว็บไทย สอนภาษาอังกฤษ
โดยคิดว่าน่าจะง่าย, ท่านผู้อ่านที่ต้องการ start จากง่าย ๆ ลองเข้าไปดูนะครับ อาจจะเจอบางเว็บที่ท่านชอบใจ

ผมมาลองคิดดู ถ้าจะฝึกเรียนภาษาอังกฤษจากที่ง่ายจริง ๆ มันจะต้องเริ่มจากตรงไหน ก็เห็นว่าน่าจะเป็นการเรียนภาษาอังกฤษทีละคำ คือ ฟังทีละคำ พูดทีละคำ อ่านทีละคำ และเขียนทีละคำ และตามด้วยทีละประโยค

ขอเริ่มด้วยการฝึกทีละคำ
ผมขอแนะนำเว็บ Talking dictionary อังกฤษ - ไทย ที่ท่านสามารถคลิกฟังทีละคำ พูดตามทีละคำ อ่านสะกดทีละคำ และฝึกเขียนด้วยมือทีละคำ
คลิก:
พจนานุกรมแปล อังกฤษ เป็น ไทย โดย อ. สอ เสถบุตร

ท่านสามารถฝึกทีละคำ ได้ทั้งฟัง - พูด - อ่าน - เขียน กี่คำก็ได้ตามที่ท่านพิมพ์ลงไป
ให้คลิกที่ไอคอนรูปลำโพงกะพริบเพื่อฟังซ้ำ

ต่อจากนี้ก็เป็นการฝึกทีละประโยค เอาโครงสร้างง่าย ๆ คือ
(แบบที่ 1) ประธาน + กริยา เช่น
I + swim. ฉันว่ายน้ำ
I + sleep. ฉันนอนหลับ
I + walk. ฉันเดิน

(แบบที่ 2) ประธาน + กริยา + กรรม เช่น
I + eat + rice. ฉันกินข้าว
They + buy +food. พวกเขา + ซื้อ + อาหาร
We +play + football. พวกเรา + เล่น + ฟุตบอล

ให้คลิกที่เว็บนี้
http://www.readplease.com/downloads/setupreadplease2003.exe
เพื่อดาวน์โหลด (save) โปรแกรม ReadPlease Text - to -speech (คือแปลงจาก Text เป็นเสียงอ่าน)

[ตอนนี้ ทำตามผมไปเรื่อย ๆก่อน อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ เพราะโปรแกรมนี้มีประโยชน์มาก]

เมื่อ save เรียบร้อยแล้ว, ในขั้นตอนการติดตั้ง ผมขอแนะนำให้ท่านคลิกเพื่อลบเครื่องหมายถูก (/) ออกจากหน้าประโยค Install Trial of Commercial version of ReadPlease 2003

เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่ Start, All Programs, ReadPlease 2003, ReadPlease 2003 FREE

ท่านจะเห็นเครื่องหมาย Curser กะพริบอยู่ที่บรรทัดแรก, ให้ท่านกด Control+A, แล้วกด Space Bar เพื่อลบข้อความออกทั้งหมด

หลังจากนี้ ให้ท่านพิมพ์ประโยคที่ท่านต้องการฝึกฟัง - ฝึกพูดตามลงไป, แล้วคลิกที่ สามเหลี่ยมสีเขียวเหนือคำว่า Play ท่านก็จะได้ยินเสียงอ่านประโยคที่ท่านพิมพ์ลงไป เสียงอาจจะไม่เพราะนัก แต่ก็สามารถฟังเพื่อฝึกพูดออกเสียงตามได้

ท่านจะหัดพิมพ์ - ฝึกฟัง - ฝึกพูดตาม แบบนี้ กี่ครั้ง - กี่ประโยคก็ได้ตามใจชอบ

ก็เป็นอันว่า ผมมีของเล่นให้ท่าน ฟัง - พูด - อ่าน - เขียน ทีละคำ หรือทีละประโยค ได้ตามสะดวกแล้ว

ถ้าเว็บนี้ง่ายเกินไปสำหรับท่าน ก็ขยับไปหาเว็บอื่น ๆ ที่ยากขึ้น ซึ่งมีให้ท่านค้นหาได้อีกมากมายครับ ใน Blog นี้

ขอให้โชคดีพราะความพยายามที่ไม่หยุดยั้งครับ


January 12, 2009January 12, 2009  0 comments  การฟัง listening

ฝึก ฟัง-พูด,ทีละคำ-ทีละประโยคกับ Talking Dict

 

สวัสดีครับ
จาก email และ comment ที่ผมได้รับทำให้ผมทราบว่า มีท่านผู้อ่านจำนวนไม่น้อยที่จำเป็นต้องมีทักษะในการฟังและพูดภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ในการทำงาน อย่างไรก็ตาม บางท่านไม่มีเวลาหรือไม่พร้อมที่จะไปเรียนกับอาจารย์หรือชาวต่างชาติที่สอนการสนทนาภาษาอังกฤษ ทำให้มีปัญหาในการทำงาน

ผมเข้าใจดีครับว่า การเรียนภาษานอกจากมีใจรักแล้ว ยังต้องพยายามอย่างต่อเนื่อง ไม่ท้อใจ และไม่ใจร้อนมากเกินไป สูตรสำเร็จก็ง่าย ๆ ครับ ถ้าอยากจะฝึกให้ตัวเองฟังรู้เรื่องก็ต้องฝึกฟังบ่อย ๆ และ ถ้าอยากจะฝึกให้ตัวเองพูดรู้เรื่องก็ต้องฝึกพูดบ่อย ๆ แค่นี้เองครับ

หากเราไม่มีครูฝรั่งที่จะเรียนด้วย เราจะสามารถฝึกให้ตัวเองฟังคนอื่นพูดรู้เรื่อง และฝึกพูดให้คนอื่นฟังเราพูดรู้เรื่อง ได้หรือไม่ ? ตอบได้ทันทีเลยครับว่า "ได้... ได้แน่ ๆ "

และคำแนะนำของผมก็สรุปได้ง่าย ๆ สั้น ๆ ข้างล่างนี้:
"ถ้าเราฝึกฟังบ่อย ๆ ก็จะเริ่มชินหูและฟังรู้เรื่อง, ถ้าเราฝึกออกเสียงพูดบ่อย ๆ ก็จะเริ่มชินปากและพูดให้คนอื่นฟังรู้เรื่องเช่นกัน"

แบบฝึกหัดข้างล่างนี้ ผมเตรียมเป็นพิเศษให้ท่านผู้อ่านได้ใช้ฝึกฟังและพูดสื่อสารได้รู้เรื่องดังใจ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ขั้น คือ
1) ฝึกฟัง - ฝึกพูด ทีละคำ
2) ฝึกฟัง - ฝึกพูด ทีละประโยค
ผมเชื่อมั่นว่า หากฝึกอย่างต่อเนื่องจริงจัง ท่านจะพบกับความสำเร็จแน่นอน เหมือนภาษิตฝรั่งที่ว่า Practice makes perfect. และ Where there's a will there's a way.

ขอเชิญเลยครับ...

1: ฝึกฟัง - ฝึกพูด ทีละคำ

1.1 ดิกอังกฤษ-ไทย ของอาจารย์สอ เสถบุตร
-คลิก
ดิกชันนารีอังกฤษ-ไทย
วิธีใช้:
1) พิมพ์คำศัพท์
2) Enter, ฟังเสียง
3) คลิกรูปลำโพงเพื่อฟังเสียงซ้ำ
4) ออกเสียงพูดตาม
5) คลิกฟังและพูดซ้ำหลาย ๆ ครั้ง
6) ฝึกเขียนและตรวจว่าเขียนได้ถูกต้องไหม

1.2 ดิกอังกฤษ - อังกฤษ K Talking Dictionary
ไปที่นี่ และดูที่มุมบนซ้าย
http://freeenglishjokes.blogspot.com/

วิธีใช้: เหมือนดิกอังกฤษ-ไทย ของอาจารย์สอ เสถบุตร

1.3 เว็บ itcansay.com
ถ้าท่านต้องการฟังการออกเสียงเป็นคำ ๆ ก็ไปที่นี่
http://www.itcansay.com/

วิธีใช้
1) พิมพ์คำที่ต้องการลงไป, Enter
2) คลิก pronounce the word, ฟังเสียง - พูดตาม
3) คลิก pronounce the word เพื่อฟังเสียงซ้ำ - ออกเสียงพูดตาม
4) คลิกฟังและพูดซ้ำหลาย ๆ ครั้ง
5) ฝึกเขียนและตรวจว่าเขียนได้ถูกต้องไหม

1.4 ที่เว็บ itcansay.com ยังมีอีก 1 สิ่งที่น่าสนใจมาก
วิธีใช้
1) ให้ท่านไปคลิกที่
Learn to pronounce
2) คลิก pronounce the word, ฟังเสียง - พูดตาม คลิกซ้ำ ๆ เพื่อฝึกฟังให้ชินหู และฝึกพูดให้ชินปาก
3) คลิก Next Random Word เพื่อฝึกกับคำต่อไปที่เว็บสุ่มมาให้เรา โดยฝึกในลักษณะเดียวกัน ถ้าเห็นว่าคำไหนยากเกินไปและคงยังไม่มีโอกาสใช้ตอนนี้ ท่านจะกด Next Random Word เพื่อศึกษาคำใหม่ก็ได้

1.5 ดิกอังกฤษ (ไม่มีคำแปลให้อ่าน) howjsay.com
http://www.howjsay.com/
วิธีใช้:
1) พิมพ์คำศัพท์
2)คลิก Submit
3)ฟังเสียง
4)เอาเมาส์วางที่คำสีชมพู เพื่อฟังซ้ำ ฝึกหลาย ๆ ครั้ง
5) ฝึกเขียนและตรวจว่าเขียนได้ถูดกต้องไหม

1.6 ดิกอังกฤษ - อังกฤษ
http://www.thefreedictionary.com/
วิธีใช้: พิมพ์คำศัพท์, เลือกคลิกฟังได้ทั้งสำเนียงอเมริกัน และอังกฤษ

1.7 ดิกอังกฤษ - อังกฤษ
http://encarta.msn.com/encnet/features/dictionary/dictionaryhome.aspx
http://www.m-w.com/
http://www.learnersdictionary.com/
http://www.yourdictionary.com/
วิธีใช้: พิมพ์คำศัพท์, คลิกฟัง

2: ฝึกฟัง - ฝึกพูด ทีละประโยค

2.1 ดิกอังกฤษ - อังกฤษ Longman http://www.ldoceonline.com/


วิธีใช้:
1) นึกคำศัพท์ ที่ขึ้นต้นด้วย d หรือ s ถ้านึกไม่ออก คลิกดูที่นี่
d หรือ s
และเลือกคำที่ต้องการ
2) พิมพ์คำที่เลือกแล้วลงในข้อ 2.1 แล้ว Enter
3) คลิกรูปลำโพงที่อยู่หน้าคำศัพท์ เพื่อฟังการออกเสียงคำศัพท์
4) คลิกรูปลำโพงที่อยู่หน้าประโยคหรือวลีตัวอย่างเพื่อฟังการอ่าน, ควรจะฝึกกับหลาย ๆ ตัวอย่าง (ถึงตรงนี้ ถ้าท่านต้องการฝึกฟังมากเป็นพิเศษ, ให้ท่านคลิกที่รูปลำโพงโดยพยายามอย่าเหลือบสายตาไปดูข้อความในประโยคตัวอย่าง ,ดูซิว่าจะฟังรู้เรื่องทุกคำไหม, ลองฟังหลาย ๆ ครั้งซะก่อน แล้วจึงค่อยมองดูประโยคว่าเราฟังถูกต้องครบถ้วนแค่ไหน, หรือก่อนดูจะเขียนประโยคลงกระดาษก่อนก็ได้, บางทีเรื่องที่ฟังผิดเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น จับการออกเสียงท้ายคำ -d, -ed, -s) ไม่ค่อยได้
4) ออกเสียงพูดตาม
5) คลิกฟังและพูดซ้ำหลาย ๆ ครั้ง, ครั้งหลัง ๆ ให้พูดตามโดยไม่ต้องดูประโยคที่หน้าจอ
6) ฝึกเขียนสัก 2 - 3 ครั้ง และตรวจว่าเขียนได้ถูกต้องไหม

2.2 ดิกอังกฤษ - อังกฤษ
http://www.jukuu.com/
วิธีใช้:
2) พิมพ์คำที่ต้องการศึกษาลงในข้อ 2.2 แล้ว Enter
3) คลิกรูปลำโพงที่ท้ายคำศัพท์ที่มุมบนขวาของหน้า เพื่อฟังการออกเสียงคำศัพท์
4) คลิกรูปลำโพงท้ายบางประโยคหรือท้ายบางวลีตัวอย่างเพื่อฟังการอ่าน, ควรจะฝึกกับหลาย ๆ ตัวอย่าง
5) ออกเสียงพูดตาม
6) คลิกฟังและพูดซ้ำหลาย ๆ ครั้ง, ครั้งหลัง ๆ ให้พูดตามโดยไม่ต้องดูประโยคที่หน้าจอ
7) ที่ตอนล่างของหน้า (ถ้ามี) ให้คลิกที่หมายเลข 1 [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10].... เพื่อพลิกไปยังหน้าถัดไป
8) ทำซ้ำ ตามขั้นตอนในข้อ 4), 5) และ 6)
9) ฝึกเขียนสัก 2 - 3 ครั้ง และตรวจว่าเขียนได้ถูดกต้องไหม

2. 3. ฝึกพูดตามโปรแกรม Text - to -Speech

วิธีใช้
1) พิมพ์หรือ copy/paste ประโยคภาษาอังกฤษที่ท่านต้องการฟังเสียงอ่านลงในช่อง Text3To-Speech ที่ลิงค์นี้
http://freeenglishjokes.blogspot.com/ หรือที่มุมบนขวามือที่หน้านี้ก็ได้
2) คลิก Say it (รอสักครู่) และฟังเสียง

3) ออกเสียงพูดตาม
4) คลิกฟังซ้ำและพูดซ้ำ, ฝึกทำหลาย ๆ ครั้ง

ขอให้ทุกท่านได้รับความรู้และความชำนาญ ทั้งการฟัง - พูด - อ่าน - เขียน ภาษาอังกฤษ พยายามทำอย่างใจเย็น ๆ ไปเรื่อย ๆ เถอะครับ "ฝีมือ" ไม่ได้เดินหนีเราไปไหนหรอกครับ ขอให้เราเดินเรื่อย ๆ ไปหามันเท่านั้นแหละ วันไหนมีเวลาน้อย- มีแรงน้อย - และมีความขี้เกียจมาก ก็อาจจะเดินน้อยหน่อย แต่ถ้าวันไหนมีเวลามาก - มีแรงมาก - และมีความขี้เกียจน้อย ก็เดินให้เต็มที่เลยครับ ยิ่งถ้าสามารถเดินชดเชยกับวันที่เดินน้อย ก็ยิ่งวิเศษเลยครับ !


January 12, 2009January 12, 2009  0 comments  การฟัง listening

ฝึกฟังทีละประโยคกับดิก Longman

สวัสดีครับ
ในอินเตอร์เน็ตมีหลายเว็บดิกหลายเว็บที่ให้เราฟังคำอ่านของศัพท์เป็นคำ ๆ แต่ไม่มีดิกเล่มไหนเลยที่ให้เราฟังคำอ่านของประโยคหรือวลีตัวอย่างที่เขาโชว์ให้เราดู จะมียกเว้นก็ดิก Longman เท่านั้นที่ให้เราฟังคำอ่านของประโยคหรือวลีตัวอย่าง แต่ก็เฉพาะคำศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยตัว d และ s เท่านั้น

ผมเคยอธิบายเรื่องนี้ไว้ละเอียดพอสมควรที่ลิงค์นี้
[139] ฝึกฟัง-พูด-อ่าน-เขียน กับ Longman Dictionary ผมอยากให้ท่านคลิกเข้าไปอ่านคร่าว ๆ สักเที่ยวหนึ่ง

และเพื่ออำนวยความสะดวก ผมได้ดึงศัพท์ง่าย ๆ บางตัวที่ขึ้นต้นด้วย d และ s เพื่อให้ท่านคลิกฟัง เป็นการฝึกทุก skill ที่ผมพูดไว้แล้วในลิงค์ข้าง
บน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เน้นมาก คือ listening skill


ตัวเลขหลังคำศัพท์ คือ จำนวนประโยคหรือวลีตัวอย่างของคำศัพท์ ลองฝึกไปเรื่อย ๆ นะครับ เชื่อว่าท่านจะได้รับประโยชน์พอสมควรทีเดียว

+ + + + + + + + + + +
คำทั้งหลายท้ายบทความนี้ เมื่อท่านคลิกจะมี 3 บรรทัดโชว์ คือ
-Play British pronunciation (คลิกเพื่อฟังเสียงอ่านคำศัพท์สำเนียงอังกฤษ)
-Play American pronunciation (คลิกเพื่อฟังเสียงอ่านคำศัพท์สำเนียงอเมริกัน)
-Play sentence (คลิกเพื่อฟังการอ่านประโยคตัวอย่าง ทีละประโยค ๆ , มี text ให้อ่านข้างล่าง)

ตรง Play sentence นี่แหละครับที่ผมบอกว่ามีประโยชน์มากเพราะท่านสามารถ
[1] ฝึก Listening: ท่านจะคลิกเพื่อฟังแต่ละประโยคกี่ครั้งก็ได้ ตามความพอใจ การฝึกฟังทีละประโยคเป็นพัฒนาการที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง สูงกว่าการฝึกทีละคำ และก็มีประโยชน์สำหรับท่านที่ยังไม่อยากจะฟังเป็นตอนยาวๆ เช่นการฟังข่าว ซึ่งถ้าหากจับประเด็นไม่ได้ก็อาจจะหลุดไปเลย เพราะฉะนั้นการฟังทีละประโยคและฟังซ้ำๆได้จึงดีมาก
[2] ฝึก Reading: เรื่องการฝึก Reading นี่ท่านสามารถฝึกได้หลายลักษณะตามความพร้อมของท่าน เช่น
2.1 ท่านบังคับสายตาตัวเองไม่ให้อ่านประโยคตัวอย่าง และคลิกฟังอย่างเดียวหลายๆครั้ง และตอบตัวเองให้ได้ว่าข้อความที่ฟังคืออะไร (เขียนลงกระดาษก็ดี) เสร็จแล้วจึงค่อยอ่านประโยคที่แสดงไว้ว่าถูกหรือไม่ วิธีนี้ท่านเน้นเรื่องการฟังมาก
2.2 ท่านอ่านประโยคตัวอย่าง และแปลให้เข้าใจเสียก่อน จึงค่อยคลิกฟัง
2.3 ท่านคลิกฟังไปพร้อม ๆ กับอ่านประโยคตัวอย่างผมอยากจะบอกว่าประโยคตัวอย่างของ Longman Dictionary นี้ดีมาก เป็นประโยคที่เป็นธรรมชาติ สามารถจดจำเอาไปใช้ได้ทั้งการพูดและการเขียน
[3] ฝึก speaking: เมื่อฟังจบประโยคแต่ละครั้ง ท่านพูดตามไปเลยครับ ถ้าฟังยังไม่ถนัดก็คลิกฟังซ้ำและพูดตาม ฝึกพูดตามทีละประโยคอย่างนี้แหละครับ ไม่เท่าไหร่ก็พูดคล่อง และตอนพูดตามนี้ก็สังเกตการใช้คำศัพท์-สำนวน การผูกประโยค การลงเสียงหนัก-เบา ฯลฯ ด้วย
[4] ฝึก writing: เมื่อฟัง - อ่าน - และพูดตามจนคล่องแล้ว ตอนสุดท้ายจะเป็นการดีมากครับ ถ้าท่านจะฝึกเขียนประโยคนั้นลงไปในสมุด โดยไม่เหลือบสายตาไปดูประโยคนั้นหรือไม่คลิกฟังประโยคนั้นขณะที่ท่านเขียน การฝึกเขียนโดยไม่อ่านหรือฟังเช่นนี้เท่ากับ Test ว่า หากถึงเวลาที่ท่านต้องพูดจริง ๆ ท่านจะพูดได้หรือเปล่า การเขียนลงไปจริง ๆ ในสมุดยังมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง เพราะจะเป็นการ Test ว่า ท่านจับเสียงท้ายคำ เช่น -ed, -es, หรือคำย่อได้ถูกต้องหรือเปล่า, ท่านสะกดคำได้ถูกต้องหรือเปล่า เพราะแม้แต่คำที่ท่านออกเสียงได้ถูกต้องท่านก็อาจจะสะกดผิดก็ได้

ในแต่ละประโยคตัวอย่างนี้ ท่านพยายามฝึกให้ครบถ้วนทั้ง ฟัง - อ่าน - พูด - เขียน อย่างนี้แหละครับ แล้วจึงค่อยคลิกเลื่อนไปยังประโยคต่อไป นี่เรียกว่าฝึกเอาคุณภาพ แต่ถ้าเวลาไหนท่านรู้สึกเครียดๆ ก็อาจจะฝึกสบาย ๆบ้างก็ได้ ไม่ต้องฝึกเป๊ะตามที่ผมแนะข้างบน แต่อยากจะเรียนด้วยความจริงใจว่า ถ้ามีวินัยฝึกอย่างที่เรียนไว้ข้างบนจะได้ประโยชน์มากทีเดียว

เมื่อท่านฝึกเดินหน้าไปหลาย ๆ ประโยคแล้ว เวลาที่ย้อนกลับ ให้ท่านคลิก Back เรื่อย ๆ เพราะท่านจะได้ฟังเสียงประโยคตัวอย่างย้อนหลังอีก 1 รอบ

บางท่านอาจจะบอกว่า ก็ได้ฝึกแค่ตัวอักษร d และ s เท่านั้น ไม่จริงหรอกครับ เพราะว่า คำอื่น ๆ ในประโยคตัวอย่างก็ขึ้นต้นด้วยอักษรตั้งแต่ a ถึง z เพราะฉะนั้นท่านก็ได้ฝึกฟังทุกคำตั้งแต่ a ถึง z แหละครับ

+ + + + + + + + + + +
Damage 14, demand 16, dance 9, dangerous 11, dark 22,

date 14, day 67, dead 37, deal 18, death 27,

debate 12, decide 16, deep 27, delay 6, depend 11,

describe 8, design 17, desire 8, develop 21, die 34,

different 18, difficult 12, direct 17, dirty 16, dish 8,

dispute 12, distance 13, divide 14, do 19, door 19,

double 13, doubt 19, down 56, draw 78, dream 21,

drink 13, drive 38, drop 52, dry 22, due 14, duty 19,
* * * * *

sad 17, safe 26, same 19, save 31, say 91,

school 25, score 14, sea 18, seat 23, second noun 8,

second number 25, secret 10, secure 13, see 142, seem 16,

send 48, separate adjective 8, eparate verb 13, serve 26, service 37,

set verb 104, set noun 15, sharp 29, shock 15, shoot 38,

shop 16, short 53, should 38, show verb 57, show noun 26,

sick 35, side 74, sign 30, since 14, sink 31,

sit 59, sleep 19, slow 19, small 28, smell 8,

smooth 16, so adverb 54, so conjunction 9, soft 29, something 26,

sorry 31, sound noun 13, sound verb 32, sound adjective 11, speak 37,

stand 125, stop 51, strike 55, strong 46, such 27, sure 31


ฟังเสียงทุกคำให้คุ้นหู-ออกเสียงทุกคำให้คุ้นปาก

สวัสดีครับ
การที่เราจะฟังภาษาอังกฤษให้รู้เรื่อง จะต้องเริ่มจากรู้เรื่องเป็นคำ ๆ แล้วค่อยขยับขึ้นไปเป็นรู้เรื่องทีละวลี ทีละประโยค ทีละหลาย ๆ ประโยค

การพูดก็เช่นเดียวกันครับ ต้องเริ่มจากพูดได้ทีละคำ แล้วค่อยขยับขึ้นไปเป็นพูดได้ทีละวลี พูดได้ทั้งประโยค จนถึงพูดได้ครั้งละหลาย ๆ ประโยค

ฟังกับพูด ฟังมาก่อนพูด หลังจากนั้นก็ ฟัง - พูด, ฟัง - พูด, ฟัง - พูด, ฟัง - พูด, ... ไปเรื่อย ๆ

ปัญหาอย่างหนึ่งของการฝึกฟังจากเน็ตก็คือ ไฟล์เสียงอ่านคำศัพท์นี้จะดาวน์โหลดได้ช้ากว่าไฟล์ข้อความ พอต้องรอนานก็เลยไม่อยากรอ เราก็เลยไม่ค่อยได้ฝึกฟัง เป้าหมายที่เราตั้งไว้ คือ "ฝึกฟังเสียงทุกคำให้คุ้นหู - ฝึกออกเสียงทุกคำให้คุ้นปาก" ก็เลยไปไม่ถึงสักที

สิ่งที่ผมต้องการจะชักชวนท่านวันนี้ก็คือ ท่านดาวน์โหลดโปรแกรม ดิกชันนารี อังกฤษ - อังกฤษ WordWeb (ขนาด 7 - 8 MB เท่านั้นเอง) ไปลงไว้ในเครื่องคอมฯของท่าน หรือที่ทำงานก็ได้ ติดตั้งแล้วไม่ทำให้เครื่องทำงานอืดครับ ขอรับรอง

ดาวน์โหลดที่นี่:
http://www.download.com/WordWeb/3000-2279_4-10777088.html?tag=lst-1

เหตุที่ผมเลือกแนะนำ ดิกชันนารี อังกฤษ - อังกฤษ WordWeb ก็เพราะว่า ดิกเล่มนี้คุณภาพดีสุด ๆ จริง ๆ เช่น
- ภาษาอ่านง่าย
- เนื้อหากว้างขวาง ศัพท์เยอะมาก
- มีตัวอย่างประโยค
- มี คำเหมือน คำคล้าย คำต่าง
- ใช้งานง่าย คือเมื่อท่านดาวน์โหลดและติดตั้งไว้ในเครื่องคอมฯเรียบร้อยแล้ว เวลาจะเปิดดูศัพท์
ไม่ว่าจะจากหน้า webpage, ในเอกสาร WORD, ใน Excel, ในPowerPoint, ในไฟล์ PDF, ใน Outlook, หรือแม้แต่ใน notepad (สรุปก็คือ ไฟล์ทุกประเภท) ท่านเพียงแต่เปิดโปรแกรมขึ้นมา วางเมาส์บนศัพท์คำนั้น-คลิกขวา-พร้อมกับกด control ก็จะมีหน้าต่างคำแปลปรากฏขึ้นมาทันที
- เวลาใช้งาน ท่านสามารถคลิกที่ options บน menu bar ของโปรแกรมดิก แล้วขยาย font ให้ใหญ่ได้ตามต้องการ นี่ผมนึกถึงคนแก่สายตาไม่ค่อยดีอย่างผม สำหรับน้อง ๆ อายุยังน้อยคงไม่มีปัญหาเรื่องนี้

และ WordWeb ยังเป็น talking dictionary อีกด้วย
ท่านเพียงแต่คลิกรูปลำโพงที่มุมบนขวา ก็จะได้ยินคำอ่านอย่างรวดเร็ว และใช้งานได้โดยไม่ต้องต่อเน็ต และอย่างที่ผมบอกแล้ว แม้เสียงจะไม่เพราะนัก แต่ท่านก็สามารถ "หัดฟังเสียงทุกคำให้คุ้นหู - หัดออกเสียงทุกคำให้คุ้นปาก" ได้แน่ ๆ จากโปรแกรมดิก WordWerb นี้

หรืออีกวิธีหนึ่ง ท่านพิมพ์ประโยคภาษาอังกฤษลงไปในช่อง Lookup: และคลิกรูปลำโพงที่มุมบนขวาเช่นเดียวกัน โปรแกรมดิกก็จะออกเสียงทั้งประโยคให้ท่านฟัง

ลองดูนะครับ ผมใช้บริการจากดิก WordWeb นี้มาหลายปีแล้ว ทั้งในการดูคำแปล ฟังเสียงคำอ่าน และหัดออกเสียงตาม เลยอยากจะให้ท่านได้รับประโยชน์ด้วย


January 12, 2009January 12, 2009  0 comments  การอ่าน reading

อ่าน Bangkok Post ให้รู้เรื่องเหมือนอ่าน ไทยรัฐ

สวัสดีครับ
มีคนถามผมว่า ต้องรู้ศัพท์สักกี่คำจึงจะเพียงพอต่อการอ่านภาษาอังกฤษ ผมมักจะตอบง่าย ๆ ว่า เอาอย่างนี้แล้วกัน ถ้าคุณสามารถอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ เช่น
Bangkok Post หรือ The Nation ได้รู้เรื่องเหมือนอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาไทย เช่น ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน หรือ ผู้จัดการ ก็น่าจะถือว่าพอแล้ว

แต่การที่ใครจะสามารถอ่านหนังสือพิมพ์ฝรั่งได้รู้เรื่องเหมือนอ่านหนังสือพิมพ์ไทย ก็ต้องฝึกกันมาพอสมควร และถ้าหากท่านใดต้องการทำให้ได้ ผมขอแนะนำให้ท่านฝึกอ่านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เริ่มอ่านจากเรื่องง่ายไปหายาก, จากเรื่องสั้น ๆ ไปสู่เรื่องที่ยาวขึ้น

ผมขอแนะนำเว็บอ่าน Story ของ
British Council ซึ่งเขามีเรื่องสนุก ๆ ให้อ่านหลายเรื่อง และมีระดับความยากง่ายให้ท่านเลือก และที่น่าสนใจก็คือ มีวีดิโอ animation หรือมีไฟล์ mp3 ให้ท่านชมและฟังประกอบด้วย การฝึกกับเว็บนี้ นอกจากเพิ่มพูน Reading Skill แล้ว ยังได้ฝึก Listening Skill อีกด้วย

เมื่อท่านเข้าไปในเว็บข้างล่างนี้แล้ว โดยทั่วไปถ้ามี วีดิโอ animation ก็จะมีคำว่า Read ตัวโต ๆ ที่มุมล่างซ้ายของหน้าจอ ให้ท่านคลิกที่คำว่า Read นี้เพื่อให้ script ของเรื่องปรากฏ หรือไม่ปรากฏ บนจอวีดิโอ

แต่ถ้าเป็นเรื่องที่มีให้ฟังอย่างเดียว (ไม่มี animation) ก็จะมีบรรทัดที่เขียนว่า CLICK HERE TO LISTEN TO THIS PAGE OF THE STORY ให้ท่านคลิกที่นี่เพื่อฟัง

ทุกเรื่องเมื่อจะฟังหรือชม ให้คลิก Start, เมื่อจะดูหน้าถัดไป ให้คลืก
Next

ผมขอแนะนำว่า ให้ท่านใช้หลาย ๆ วิธีในการศึกษา
เช่น อาจจะเริ่มด้วยอ่านโดยไม่ต้องฟัง, ฟังพร้อมอ่าน, ฟังโดยไม่ต้องอ่าน, และเมื่อรู้เรื่องแล้ว ให้สังเกตการผูกประโยคหรือการใช้ภาษาของเขาว่า เขามีวิธีการใช้คำศัพท์หรือผูกประโยคอย่างไรที่ทำให้เราอ่านหรือฟังเรื่องเข้าใจได้ง่าย ๆ อย่าลืมนะครับว่า การสังเกตเป็นคุณสมบัติที่ดีของผู้ที่ศึกษาภาษาอังกฤษ

ใน 5 หัวข้อข้างล่างนี้ มีหลายเรื่องให้ท่านชมหรืออ่าน ถ้าท่านสงสัยศัพท์คำใด เพียงดับเบิ้ลคลิกที่ศัพท์คำนั้น ก็จะมีความหมายจากดิกอังกฤษ-อังกฤษ Cambridge Dictionary ปรากฏในหน้าต่างใหม่ให้ท่านศึกษา(บางทีหน้าต่างนี้ก็ค้างอยู่ที่ task bar ข้างล่าง,ท่านต้องคลิกขึ้นมาดูเอง) แต่ถ้าท่านต้องการดิกอังกฤษ - ไทย ก็ไปที่เว็บนี้ก็ได้ครับ
http://www.babylon.com/define/122

ขอให้ถือเสียว่าการอ่าน Story เหล่านี้เป็นบันไดที่จะช่วยพาท่านไปอ่านเรื่องที่ยากกว่านี้ แต่ถ้าท่านรู้สึกว่าเรื่องเหล่านี้ง่ายเกินไป ผมขอแสดงความยินดีด้วยครับ เพราะแสดงว่า ท่านสามารถอ่าน Bangkok Post หรือ The Nation ได้แล้ว โดยไม่ต้องมาไต่บันไดขั้นต้น ๆ เหล่านี้อีกแล้ว แต่ถ้าท่านใดยังอ่าน Bangkok Post หรือ The Nation ไม่ได้ถนัด ผมขอรับรองว่า Story ทั้งหลายข้างล่างนี้ เป็นบันไดที่ดีสำหรับการฝึก Reading Skill (และ Listening Skill) ให้ท่านครับ

[1]
short stories

[2] stories for little kids

[3] longer stories

[4] FAIRY TALES

[5] stories from the web


ฝึกฟังภาษาอังกฤษทีละคำ

สวัสดีครับ
ผมไปพบเว็บหนึ่ง เขามีบริการให้เราฝึกฟังภาษาอังกฤษทีละคำ
ที่เว็บนี้ครับ
http://www.thefreedictionary.com/



ต้องขอโฆษณาหน่อยนะครับว่า เว็บนี้มีประโยชน์มาก ตามความเห็นของผม การฝึกฟังภาษาอังกฤษเป็นคำ ๆ นี้ จะช่วยสร้างพื้นฐานของ listening skill ของเราให้แน่น เมื่อไปฟังข้อความยาว ๆ ก็จะฟังได้ง่ายขึ้น แต่ก็แน่นอนแหละครับ ในการฝึกฟังภาษาอังกฤษก็คงต้องไปพร้อม ๆ กัน ทั้งสั้นและยาว

เสียง pronunciation จากเว็บนี้เป็นเสียงธรรมชาติของมนุษย์ ดีกว่าเสียงจาก talking dict ราคาแพงบางยี่ห้อเสียอีก

เมื่อเข้าไปที่เว็บนี้แล้ว... ดูที่ช่อง Spelling Bee
1. ให้คลิกเลือกว่า เราต้องการฝึกฟัง หรือทดสอบตัวเอง แบบ easy (ง่าย), hard (ยาก), หรือ expert (ยากมาก)

2. หน้าที่ของเรา คือ พิมพ์คำที่ถูกต้องลงไปในช่องต่อจากคำว่า spell the word: โดยเราสามารถ
- - คลิกที่รูปลำโพงเพื่อฟังการออกเสียงคำนี้ และ
- - (ถ้าต้องการ) เราก็อ่านข้อความด้านขวามือของรูปลำโพง ข้อความนี้จะบอก 2 อย่างคือ
(1) บอกว่าเป็นคำประเภทอะไร เช่น คำนาม ( n ) หรือคำ adjective (adj.) เป็นต้น และ
(2) บอกความหมายของคำนั้น
แต่ถ้าเราจะฟังอย่างเดียวโดยไม่อ่าน เพราะเราต้องการฝึกฟังอย่างเข้มข้น เราก็ทำเป็นไม่เห็นข้อความที่เขาพิมพ์ไว้ ก็ทำได้ครับ

3. เมื่อคลิกฟัง (จะกี่ครั้งก็ได้) (+ อ่าน) แล้ว ก็พิมพ์คำที่เราคิดว่าถูกต้องลงไป แล้วคลิก answer

4. ถ้าพิมพ์ถูก - จะขึ้นเป็นสีเขียว; ถ้าพิมพ์ผิด - จะขึ้นเป็นสีชมพู

5. แต่ไม่ว่าจะพิมพ์ถูกหรือผิด จะมีคำเฉลยขึ้นมาใต้รูปลำโพง ; และเมื่อคลิกที่คำเฉลยนี้ก็จะนำไปสู่ คำอธิบายที่สมบูรณ์ของศัพท์ใน The American Heritage® Dictionary of the English Language ขอเรียนว่า ดิก American Heritage นี้เป็นดิกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเล่มหนึ่งของสหรัฐอเมริกา (ท่านสามารถคลิกขวาที่คำเฉลยนี้ แล้วเลือก Open in New Window เมื่ออ่านจบแล้ว จะได้ close ได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลากด Back กลับ)

6. คลิก new word เพื่อฟังคำใหม่

7. ท่านสามารถคลิกเปลี่ยนความยากเป็น hard หรือ expert ก็ได้

8. มี score บอกคะแนนที่เราทำได้ แต่ถ้าท่านต้องการล้าง score เพื่อเริ่มต้นนับเปอร์เซนต์ของแต้มใหม่ ให้คลิก Refresh โดยทุกครั้งที่เริ่มเล่นใหม่ เว็บจะตั้งความยากไว้ที่ระดับ hard (ยาก) ถ้าเราต้องการทำระดับที่ง่ายกว่า คือ easy หรือยากกว่า คือ expert ก็ต้องคลิกเลือกเอาเอง

เว็บนี้ฝึกทั้ง listening spelling vocabulary reading และถ้าท่านออกเสียงตามหลังจากที่คลิกรูปลำโพง ก็จะได้ฝึก pronunciation เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งด้วย


ใช้ Talking Dict จากหน้าคอมฯ

สวัสดีครับ
สำหรับท่านที่ไม่มี talking dict ใช้ หากสงสัยว่า คำนี้ ๆ ออกเสียงยังไง ท่านสามารถไหว้วาน 3 เว็บข้างล่างนี้ได้เลยครับ พอเข้าไปแล้ว ให้พิมพ์คำที่ต้องการลงไป และกด Enter และคลิกที่ไอคอนรูปลำโพงเพื่อฟังเสียง
http://encarta.msn.com/encnet/features/dictionary/dictionaryhome.aspx
http://www.allwords.com/
http://www.m-w.com/
http://www.yourdictionary.com/
http://www.thefreedictionary.com/

แต่ถ้าท่านเจอปัญหา คือ ท่านใจร้อนเกินไป หรือเน็ตที่ใช้ใจเย็นเกินไป รอตั้งนานก็ไม่มีเสียงมาให้ได้ยิน ท่านจะไปเปิดเว็บข้างล่างนี้เพื่อ "อ่านคำอ่าน" ก่อนก็ได้ครับ
http://www.cyberdict.com/t_version/dictonline.php
InterelaDSD


เมื่อพูดภ.อังกฤษแต่นึกศัพท์ไม่ออก จะทำอย่างไร

สวัสดีครับ
ถ้าต้องแปลจากอังกฤษเป็นไทย และจากไทยเป็นอังกฤษ สำหรับท่านอย่างไหนง่ายกว่า? สำหรับผม - แปลจากอังกฤษเป็นไทยง่ายกว่าเยอะ สาเหตุก็อาจจะเป็นเพราะว่าผมรู้ภาษาไทยดีกว่าภาษาอังกฤษ จึงหาคำไทยมาเทียบศัพท์อังกฤษได้ง่ายกว่าที่จะหาคำอังกฤษมาเทียบศัพท์ไทย ผมเข้าใจว่าคนไทยหลายๆคนก็คงเป็นอย่างผม

แต่เมื่อต้องคุยกับคนต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษหรือต้องเป็นล่าม ปัญหาที่พบบ่อยก็คือ เมื่อต้องพูดหรือแปลเป็นภาษาอังกฤษ มันนึกศัพท์อังกฤษไม่ออก แล้วจะทำยังไงดีล่ะครับ...

 

ถ้าต้องแปลจากอังกฤษเป็นไทย และจากไทยเป็นอังกฤษ สำหรับท่านอย่างไหนง่ายกว่า? สำหรับผม - แปลจากอังกฤษเป็นไทยง่ายกว่าเยอะ สาเหตุก็อาจจะเป็นเพราะว่าผมรู้ภาษาไทยดีกว่าภาษาอังกฤษ จึงหาคำไทยมาเทียบศัพท์อังกฤษได้ง่ายกว่าที่จะหาคำอังกฤษมาเทียบศัพท์ไทย ผมเข้าใจว่าคนไทยหลายๆคนก็คงเป็นอย่างผม

แต่เมื่อต้องคุยกับคนต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษหรือต้องเป็นล่าม ปัญหาที่พบบ่อยก็คือ เมื่อต้องพูดหรือแปลเป็นภาษาอังกฤษ มันนึกศัพท์อังกฤษไม่ออก แล้วจะทำยังไงดีล่ะครับ ก็ต้องหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน มันจะถูกหรือผิดผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เพราะไม่เคยได้รับการอบรมเรื่องนี้มาเลย แต่ผมก็แก้ปัญหาตามประสาลูกทุ่งอย่างนี้ครับ



วิธีที่ 1: แปลจากภาษาไทยยากๆเป็นภาษาไทยง่ายๆ
ยกตัวอย่างเช่น ตอนแปลคำว่า "ความรู้สึกกระอักกระอ่วน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" ตอนจะแปลจริงๆนึกไม่ออกครับว่า ต้องแปลยังไง รู้แต่ว่าความรู้สึกแบบนี้ มันไม่มีความสุขแน่ๆก็เลยแปลง่ายๆว่า

 

difficult feeling

มีอยู่ครั้งหนึ่งต้องพูดคำว่า "ตามผลการสำรวจสำมโนประชากรของประเทศไทย" นึกไม่ออกจริงๆครับว่า "สำมโนประชากร" นี่ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร รู้แต่ว่ามันเป็นการสำรวจข้อมูลประชากรในประเทศในด้านต่างๆ เลยแปลไปว่า population survey

หลายๆคำที่ใช้คำพูดถึงความรู้สึก เช่น "น้อยใจ" จะให้แปลไทยเป็นไทยยังคิดไม่ออกเลยครับว่าจะแปลยังไง แล้วจะแปลเป็นภาษาอังกฤษได้รึนี่? ผมแปลดื้อๆเลยครับว่า feel sorry

ยกตัวอย่างอีกคำหนึ่ง คือ "เกรงใจ" เช่นกันครับแปลคำนี้เป็นภาษาไทยยังต้องคิดนาน จริงๆแล้วถ้าพูดว่า "เกรงใจ" แต่ละสถานการณ์ก็ไม่เหมือนกันอีก แต่โดยทั่วไปคงจะหมายถีง ไม่อยากให้คนอื่นลำบาก เช่น พูดว่า "ผมเกรงใจคุณเลยไม่ได้โทรถึงเมื่อวันอาทิตย์" ผมพูดง่ายๆเลยว่า "I didn't call you on Sunday because I didn't want to annoy you."

มีอยู่ครั้งหนึ่งผมคุยกับคนต่างชาติ คุยเลยไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ แล้วจะต้องพูดว่า "ช่วงนั้นประเทศไทยประสบปัญหาเงินเฟ้อ" ผมนึกถึงคำว่า inflation ไม่ออกจริงๆ รู้แต่ว่า ถ้าเงินเฟ้อล่ะก็ของต้องแพง เลยพูดไหลไปเลยว่า "During that time, everything in Thailand was expensive." ก็พอมั่วๆไปได้

ผมเข้าข้างตัวเองไว้ก่อนว่า วิธีแก้ปัญหาแบบนี้ คือ แปลจากภาษาไทยยากๆเป็นภาษาไทยง่ายๆซะก่อน (ใช้เวลาไม่กี่วินาที) แล้วจึงค่อยแปลเป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ แม้วิธีนี้อาจจะไม่ perfect แต่ก็น่าจะพอถูไถไปได้



วิธีที่ 2: ถ้านึกศัพท์ที่เจาะจงไม่ออก ก็ใช้ศัพท์ทั่วไป
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมต้องพาผู้เชี่ยวชาญฝรั่งไปดูงานที่จังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการของหน่วยงานที่ไปเยี่ยม เขาบรรยายว่า "นักโบราณคดีขุดพบซากไดโนเสาร์ที่จังหวัดขอนแก่น" ผมเจอปัญหาเดิมครับ คือ นึกไม่ออกว่า "นักโบราณคดี" นี่ภาษาอังกฤษว่ายังไง ผมเลยใช้คำว่า an expert เพราะยังไงๆนักโบราณคดีก็ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญแน่ๆ

คำบางคำฟังแล้วเป็นศัพท์วิชาการมากๆเลย เช่น พูดว่า "เขาศึกษานิเวศวิทยา" นึกภาษาฝรั่งไม่ออกอีกแล้วครับ รู้แต่ว่ามันเป็นวิชาๆหนึ่ง ผมรู้ว่า "วิชา" ภาษาอังกฤษ คือ " a subject" และนิเวศวิทยาก็คงเป็นวิชาที่ว่าด้วยการรักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ก็น่าจะเป็น a subject about clean environment และตอนหลังเมื่อต้องพูดถึงคำนี้อีกก็พูดสั้นๆว่า the study หรือ the subject เมื่อเสร็จงานแล้วมาเปิดดิกก็พบว่า แปลอย่างนี้ไม่ค่อยจะถูกนัก แต่ก็น่าจะพออภัยให้ได้นะครับ

ผมคิดว่าวิธีใช้ศัพท์ทั่วไป เพื่อแปลศัพท์จำเพาะนี้น่าจะเอาไปใช้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นคำนาม, adjective, หรือคำกริยา เช่น ภาษาไทย คำอะไรทั้งหลายแหล่ที่มันหมายถึงไม่ค่อยมีความสุข เช่น ทรมาน โศก เศร้า ทุกข์ เสียใจ หดหู่ ฯลฯ ถ้านึกศัพท์เจาะจงไม่ได้เดี๋ยวนั้น ก็ใช้ not happy หรือ unhappy ไปก่อน

คำที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "ต้น" หรือ "ดอก" ต้นไม้นั้น ดอกไม้นี้มีเป็นสิบๆร้อยๆ อย่างใครจะไปจำศัพท์ได้ ก็เอาง่ายๆเลยว่า a tree หรือ a flower และเมื่อพูดกับเขาครั้งต่อไปหลังจากที่เข้าใจกันแล้วว่า หมายถึง ต้นไม้อะไรหรือดอกไม้อะไร ก็ใช้ the tree หรือ the flower แทน

สรุปก็คือถ้าเราไม่รู้ศัพท์โดยเจาะจง ให้เราพยายามดูว่ามันเป็นประเภทอะไร แล้วก็พูดโดยใช้ศัพท์กลางๆตัวนั้น เช่น เครื่องมือ ก็ tool, สัตว์ ก็ animal, "นัก" นั่น "นัก" นี่ ซึ่งหมายถึงผู้เชี่ยวชาญก็ใช้ "expert", หมอสารพัดหมอ ไม่ว่าจะเป็นหมอสูติฯ หมอศัลย์ หมอฟัน หมอเด็ก หมอโรคหัวใจ ฯลฯ นึกไม่ออกก็ใช้ " doctor" ไปก่อน เป็นต้น

หรือคำกริยาก็เหมือนกันครับ ถ้าเราต้องเป็นล่ามหรือแม้ต้องเป็นคนพูดเองก็ตาม ภาษาไทย(รากศัพท์จากบาลี) บางคำหรูหราและมีวรรณศิลป์มาก เช่น "เขาค่อยๆประดิดประดอยนำดอกไม้ใส่แจกัน" ตอนแปลไม่ต้องคิดมากเกินไปหรอกครับ ทำอย่างประดิดประดอยก็ต้องไม่ทำอย่างลวกๆ ต้องตั้งใจทำหน่อย ใช้ carefully ก็น่าจะได้

ท่านที่เป็นแฟน Blog นี้ คงจะสังเกตว่าผมเน้นเรื่องการจำศัพท์พื้นฐานให้ได้ เพราะว่าศัพท์พื้นฐานเพียงสัก 1 -2,000 คำนี่แหละครับ เอาไปใช้พูด-ใช้แปลได้ตั้งแต่เรื่องไม้จิ้มฟันยันเรือรบ และแม้ว่าเราจะไม่สามารถพูดหรือแปลได้อย่างนักวิชาการ แต่เราก็สามารถพูดให้คนต่างชาติรู้เรื่องได้แหละน่า

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นวิธีที่ผมใช้แก้ปัญหาเวลาพูดหรือเป็นล่าม แต่นึกศัพท์ภาษาอังกฤษไม่ออกในทันที และต้องหาทางพูดสื่อสารออกไปให้ได้ก่อน

ท่านใดมีประสบการณ์เกี่ยวกับการพูดหรือการเป็นล่าม เขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

ศัพท์พื้นฐานที่น่าสนใจ
[367] ศัพท์พื้นฐาน 1,000 คำ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
[407] 1,000 คำศัพท์ไทยที่ใช้บ่อย (พร้อมคำแปล)
[450] ฟังเสียงศัพท์หมวด 1,500 คำ
[444]ดาวน์โหลด‘ตัวช่วย'พิชิตดิก Oxford & Longman
[476] จำศัพท์วิ่ง 1,500 คำ จากหน้าคอมฯ


Description
Pipat
Posts: 187
Comments: 15
"พัฒนาคนไทย ด้วยของฟรีๆ" ... ภาษาอังกฤษ English for Thais รวมรวมของฟรี ของดี เพื่อคนชอบ ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ การฟัง listening, การพูด การสนทนา การออกเสียง, การอ่าน reading, การเขียน writing, ไวยากรณ์ grammar, ศัพท์ vocabulary, Test ภาษาอังกฤษ
Powered by:
BoonEx - Community Software; Dating And Social Networking Scripts; Video Chat And More.
Copyright © 2010 www.ThaiCampus.Net