|
|
Search result
ฝึกฟังทีละประโยคกับดิก Longman
สวัสดีครับ
ในอินเตอร์เน็ตมีหลายเว็บดิกหลายเว็บที่ให้เราฟังคำอ่านของศัพท์เป็นคำ ๆ แต่ไม่มีดิกเล่มไหนเลยที่ให้เราฟังคำอ่านของประโยคหรือวลีตัวอย่างที่เขาโชว์ให้เราดู จะมียกเว้นก็ดิก Longman เท่านั้นที่ให้เราฟังคำอ่านของประโยคหรือวลีตัวอย่าง แต่ก็เฉพาะคำศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยตัว d และ s เท่านั้น
ผมเคยอธิบายเรื่องนี้ไว้ละเอียดพอสมควรที่ลิงค์นี้ [139] ฝึกฟัง-พูด-อ่าน-เขียน กับ Longman Dictionary ผมอยากให้ท่านคลิกเข้าไปอ่านคร่าว ๆ สักเที่ยวหนึ่ง
และเพื่ออำนวยความสะดวก ผมได้ดึงศัพท์ง่าย ๆ บางตัวที่ขึ้นต้นด้วย d และ s เพื่อให้ท่านคลิกฟัง เป็นการฝึกทุก skill ที่ผมพูดไว้แล้วในลิงค์ข้าง
บน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เน้นมาก คือ listening skill
ตัวเลขหลังคำศัพท์ คือ จำนวนประโยคหรือวลีตัวอย่างของคำศัพท์ ลองฝึกไปเรื่อย ๆ นะครับ เชื่อว่าท่านจะได้รับประโยชน์พอสมควรทีเดียว
+ + + + + + + + + + +
คำทั้งหลายท้ายบทความนี้ เมื่อท่านคลิกจะมี 3 บรรทัดโชว์ คือ
-Play British pronunciation (คลิกเพื่อฟังเสียงอ่านคำศัพท์สำเนียงอังกฤษ)
-Play American pronunciation (คลิกเพื่อฟังเสียงอ่านคำศัพท์สำเนียงอเมริกัน)
-Play sentence (คลิกเพื่อฟังการอ่านประโยคตัวอย่าง ทีละประโยค ๆ , มี text ให้อ่านข้างล่าง)
ตรง Play sentence นี่แหละครับที่ผมบอกว่ามีประโยชน์มากเพราะท่านสามารถ
[1] ฝึก Listening: ท่านจะคลิกเพื่อฟังแต่ละประโยคกี่ครั้งก็ได้ ตามความพอใจ การฝึกฟังทีละประโยคเป็นพัฒนาการที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง สูงกว่าการฝึกทีละคำ และก็มีประโยชน์สำหรับท่านที่ยังไม่อยากจะฟังเป็นตอนยาวๆ เช่นการฟังข่าว ซึ่งถ้าหากจับประเด็นไม่ได้ก็อาจจะหลุดไปเลย เพราะฉะนั้นการฟังทีละประโยคและฟังซ้ำๆได้จึงดีมาก
[2] ฝึก Reading: เรื่องการฝึก Reading นี่ท่านสามารถฝึกได้หลายลักษณะตามความพร้อมของท่าน เช่น
2.1 ท่านบังคับสายตาตัวเองไม่ให้อ่านประโยคตัวอย่าง และคลิกฟังอย่างเดียวหลายๆครั้ง และตอบตัวเองให้ได้ว่าข้อความที่ฟังคืออะไร (เขียนลงกระดาษก็ดี) เสร็จแล้วจึงค่อยอ่านประโยคที่แสดงไว้ว่าถูกหรือไม่ วิธีนี้ท่านเน้นเรื่องการฟังมาก
2.2 ท่านอ่านประโยคตัวอย่าง และแปลให้เข้าใจเสียก่อน จึงค่อยคลิกฟัง
2.3 ท่านคลิกฟังไปพร้อม ๆ กับอ่านประโยคตัวอย่างผมอยากจะบอกว่าประโยคตัวอย่างของ Longman Dictionary นี้ดีมาก เป็นประโยคที่เป็นธรรมชาติ สามารถจดจำเอาไปใช้ได้ทั้งการพูดและการเขียน
[3] ฝึก speaking: เมื่อฟังจบประโยคแต่ละครั้ง ท่านพูดตามไปเลยครับ ถ้าฟังยังไม่ถนัดก็คลิกฟังซ้ำและพูดตาม ฝึกพูดตามทีละประโยคอย่างนี้แหละครับ ไม่เท่าไหร่ก็พูดคล่อง และตอนพูดตามนี้ก็สังเกตการใช้คำศัพท์-สำนวน การผูกประโยค การลงเสียงหนัก-เบา ฯลฯ ด้วย
[4] ฝึก writing: เมื่อฟัง - อ่าน - และพูดตามจนคล่องแล้ว ตอนสุดท้ายจะเป็นการดีมากครับ ถ้าท่านจะฝึกเขียนประโยคนั้นลงไปในสมุด โดยไม่เหลือบสายตาไปดูประโยคนั้นหรือไม่คลิกฟังประโยคนั้นขณะที่ท่านเขียน การฝึกเขียนโดยไม่อ่านหรือฟังเช่นนี้เท่ากับ Test ว่า หากถึงเวลาที่ท่านต้องพูดจริง ๆ ท่านจะพูดได้หรือเปล่า การเขียนลงไปจริง ๆ ในสมุดยังมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง เพราะจะเป็นการ Test ว่า ท่านจับเสียงท้ายคำ เช่น -ed, -es, หรือคำย่อได้ถูกต้องหรือเปล่า, ท่านสะกดคำได้ถูกต้องหรือเปล่า เพราะแม้แต่คำที่ท่านออกเสียงได้ถูกต้องท่านก็อาจจะสะกดผิดก็ได้
ในแต่ละประโยคตัวอย่างนี้ ท่านพยายามฝึกให้ครบถ้วนทั้ง ฟัง - อ่าน - พูด - เขียน อย่างนี้แหละครับ แล้วจึงค่อยคลิกเลื่อนไปยังประโยคต่อไป นี่เรียกว่าฝึกเอาคุณภาพ แต่ถ้าเวลาไหนท่านรู้สึกเครียดๆ ก็อาจจะฝึกสบาย ๆบ้างก็ได้ ไม่ต้องฝึกเป๊ะตามที่ผมแนะข้างบน แต่อยากจะเรียนด้วยความจริงใจว่า ถ้ามีวินัยฝึกอย่างที่เรียนไว้ข้างบนจะได้ประโยชน์มากทีเดียว
เมื่อท่านฝึกเดินหน้าไปหลาย ๆ ประโยคแล้ว เวลาที่ย้อนกลับ ให้ท่านคลิก Back เรื่อย ๆ เพราะท่านจะได้ฟังเสียงประโยคตัวอย่างย้อนหลังอีก 1 รอบ
บางท่านอาจจะบอกว่า ก็ได้ฝึกแค่ตัวอักษร d และ s เท่านั้น ไม่จริงหรอกครับ เพราะว่า คำอื่น ๆ ในประโยคตัวอย่างก็ขึ้นต้นด้วยอักษรตั้งแต่ a ถึง z เพราะฉะนั้นท่านก็ได้ฝึกฟังทุกคำตั้งแต่ a ถึง z แหละครับ
+ + + + + + + + + + +
Damage 14, demand 16, dance 9, dangerous 11, dark 22,
date 14, day 67, dead 37, deal 18, death 27,
debate 12, decide 16, deep 27, delay 6, depend 11,
describe 8, design 17, desire 8, develop 21, die 34,
different 18, difficult 12, direct 17, dirty 16, dish 8,
dispute 12, distance 13, divide 14, do 19, door 19,
double 13, doubt 19, down 56, draw 78, dream 21,
drink 13, drive 38, drop 52, dry 22, due 14, duty 19,
* * * * *
sad 17, safe 26, same 19, save 31, say 91,
school 25, score 14, sea 18, seat 23, second noun 8,
second number 25, secret 10, secure 13, see 142, seem 16,
send 48, separate adjective 8, eparate verb 13, serve 26, service 37,
set verb 104, set noun 15, sharp 29, shock 15, shoot 38,
shop 16, short 53, should 38, show verb 57, show noun 26,
sick 35, side 74, sign 30, since 14, sink 31,
sit 59, sleep 19, slow 19, small 28, smell 8,
smooth 16, so adverb 54, so conjunction 9, soft 29, something 26,
sorry 31, sound noun 13, sound verb 32, sound adjective 11, speak 37,
stand 125, stop 51, strike 55, strong 46, such 27, sure 31
เว็บสำหรับท่านที่ชอบฟังข่าว
สวัสดีครับ
แม้ผมจะเคยพูดอยู่บ่อย ๆ ว่า ถ้าเราจะฝึก listening skill เราควรจะเลือกฟังสิ่งที่เราชอบหรือมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้าง เพราะมันจะช่วยให้เรารู้เรื่องหรือเดาเรื่องได้ง่ายขึ้น ไม่เบื่อ มีกำลังใจ และสามารถฝึกฟังไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่ขี้เกียจเลิกเอาดื้อ ๆเสียก่อน
แต่โดยส่วนตัวแล้วผมชอบฟังข่าวมากกว่าอย่างอื่น ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1. ศัพท์ที่ใช้ในข่าวจะเป็นศัพท์รวมสมัยที่คนทั่วไปรู้จักอยู่แล้ว คือเป็นศัพท์พื้น ๆ ร่วมสมัย ไม่ใช่รายงานข่าวด้วยศัพท์เทคนิค, ศัพท์ slang, ศัพท์ทางการ ที่คนเฉพาะกลุ่มเท่านั้นเข้าใจ เมื่อฟังข่าวเราจึงได้ศัพท์ที่เอาไปใช้ในการพูดหรือเขียนในสถานการณ์อื่น ๆ ได้
2. pattern ของภาษาที่ใช้ก็จะเป็น pattern พื้น ๆ ง่าย ๆ ที่คนทั่วไปเข้าใจและใช้พูดกัน ไม่ใช่ไปใช้ภาษาแบบโบราณ ภาษาวรรณคดี ภาษาแบบทางการ ภาษาการเขียนตำราวิชาการ และก็เช่นเดียวกันกับคำ pattern พื้น ๆ ง่าย ๆ เหล่านี้ เราสามารถลอกเลียนแบบเอาไปใช้ในการพูดหรือเขียนในสถานการณ์อื่น ๆ ได้
3. การฟังข่าว นอกจากได้ทักษะด้านภาษาแล้ว ยังได้ความรู้อีกด้วย เพราะข่าวมีหลายประเภท เช่นข่าวสถานการณ์ปัจจุบัน ข่าววิทยาการใหม่ ๆ หรือข่าวที่เป็นสารคดีที่น่าสนใจ ในตอนแรก ๆ อาจจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ถ้าไม่ท้อทนฟังไปเรื่อย ๆ ก็จะค่อย ๆ ฟังรู้เรื่องมากขึ้น และข่าวมีการ update ทุกวันหรือทุกชั่วโมง เช่นข่าวสั้นหรือข่าวด่วน เมื่อติดตามข่าวจึงไม่เป็นคน "ตกข่าว"
4. ความเร็วของคนอ่านข่าว จะเป็นความเร็วที่เขาคัดกรองมาแล้วว่า ต้องพูดไม่ช้าแต่ต้องชัด ตามปกติคนเราทั่วไปถ้าพูดเร็วติดต่อกันนาน ๆ ความชัดก็จะน้อยลง ถ้าจะให้ชัดเจนตลอดเวลาก็ต้องพูดช้าลงสักนิด แต่คนอ่านข่าวทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะเวลามีจำกัด การฝึกฟังข่าวจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่ใช่ฝรั่งอย่างพวกเรา
5. ข่าวที่มาจากสำนักข่าวระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นของอเมริกัน เช่น CNN หรือของอังกฤษ เช่น BBC ผู้อ่านข่าวจะมีสำเนียงกลาง ๆ ที่คนฟังทั่วโลกสามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ และแม้จะเป็นข่าวภาคภาษาอังกฤษจากสำนักข่าวประเทศอื่น เขาก็พยายามคัดคนอ่านข่าวที่มีสำเนียงอินเตอร์ฯมากที่สุด เมื่อฟังข่าวบ่อย ๆ เราจึงได้ซึมซับสำเนียง(อาจจะโดยไม่รู้ตัว)ที่เมื่อพูดแล้วคนฟังเข้าใจง่าย
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลส่วนตัวที่ผมชอบฟังข่าวมากกว่าอย่างอื่น
ข้างล่างนี้ เป็นเว็บฟังข่าวที่มีคุณสมบัติครบตาม 5 ข้อข้างต้น และส่วนใหญ่จะมี script ประกอบการฟังด้วย
ถ้าท่านต้องการดาวน์โหลดไฟล์ข่าวซึ่งมักเป็นไฟล์ mp3 ให้ท่านคลิกขวาที่ลิงค์ mp3 และคลิกซ้าย Save Target As... และหาที่ save ไว้ในเครื่อง จะทำให้ท่านฟังข่าวจากไฟล์ที่ดาวน์โหลดไว้แล้วนี้ได้อย่างไม่ติดขัด แม้ว่าอาจจะต้องเสียเวลาในการดาวน์โหลดมากสักนิด (แต่เก็บไว้ฟังหลาย ๆ ครั้งได้) และขอให้ท่านสังเกตว่า เมื่อท่านคลิกซ้าย Save Target As... ในช่อง Save as type: จะต้องมีคำว่า "MPEG Layer 3 Audio" หรือ "Real Player" หรือ "M3U Audio Playlist" หรืออะไรทำนองนี้ ถ้าเป็นคำว่า HTML Document เมื่อดาวน์โหลดเสร็จจะฟังไม่ได้ เพราะไม่ใช่ไฟล์เสียง ส่วนท่านที่ใช้ high speed Internet ก็คลิกฟังได้ทันทีเลยโดยเสียงมักจะไม่ติดขัด
เอาละครับ เชิญเลือกฟังได้ตามสะดวกครับ
[1] ฟังข่าว (มี script ประกอบ) update ทุกชั่วโมง/ทุกวัน/ทุกสัปดาห์
-http://a4esl.org/podcasts/
-ReadBangkokPost.com's General News (Daily)
-VOA News - VOA Special English Education Report
-ReadBangkokPost.com's Weekend Practice (Weekly)
-http://www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/newsenglish/
-ฟัง VOA Special English
-ฟังข่าวสั้น CNN, BBC, NPR, VOA, NHK
-ฟังข่าวสด CNN, BBC, NPR, ABC, กปส.
[2] ฝึกหูให้พร้อมเพื่อการฟังข่าว
Listen and Answer
Dictation Quiz
Repeat
Songs
Jokes
Listen and Read Along
Cloze
Special English
Selected MP3 Files
Train Your Ear
Repeat After Us - Children's Stories
[3] รวมหลายลิงค์ฟังอังกฤษ
-http://iteslj.org/links/ESL/Listening/Podcasts/
-http://iteslj.org/links/ESL/Listening/Podcasts/p2.html
-http://iteslj.org/links/ESL/Listening/Downloadable_MP3_Files/index.html
-ttp://iteslj.org/links/ESL/Listening/Downloadable_MP3_Files/p2.html
-http://iteslj.org/links/ESL/Listening/Downloadable_MP3_Files/p3.html
-http://iteslj.org/links/ESL/Listening/RealAudio/
-http://iteslj.org/links/ESL/Listening/
ศึกษา ‘Words in the News' เว็บ BBC
สวัสดีครับ
ผมขอแบ่งหนังสือภาษาอังกฤษที่ช่วยในการจดจำคำศัพท์ ที่มีวางขายในตลาดหนังสือเมืองไทย ออกเป็นสัก 3 ประเภท
ประเภทที่ 1 - รวบรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษพร้อมคำแปลภาษาไทย นักศึกษาซื้อเอาไปท่องอย่างเดียว
ประเภทที่ 2 - เหมือนประเภทที่ 1 แต่เพิ่มประโยคตัวอย่างเป็นภาษาอังกฤษ หรือบางทีแปลประโยคตัวอย่างเป็นภาษาไทยให้ดูอีกด้วย
ประเภทที่ 3 - มีเนื้อเรื่องสั้น ๆ ให้อ่าน แล้วก็ยกศัพท์จากเนื้อเรื่องมาอธิบายขยายความ
ทั้ง 3 ประเภทนี้ ประเภทที่ 3 ดีที่สุด เพราะผู้ศึกษาจะได้ศึกษารอบด้าน คือ ได้ฝึกอ่านทำความเข้าใจ ตีความเนื้อเรื่อง และตีความหรือเดาศัพท์ที่ไม่รู้หรือไม่แน่ใจ หลังจากนี้จึงค่อยดูเฉลยหรืออ่านคำอธิบาย และจริง ๆ แล้วการจะจำศัพท์ก็ควรจะจำไปพร้อมกับการเห็นศัพท์ปรากฏอยู่ในสถานที่ของมันคือหน้าหนังสือที่เราอ่าน ไม่ใช่แยกศัพท์ออกมาท่องต่างหาก ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดธรรมชาติ
ที่ Words in the News ของสำนักข่าว BBC มีเรื่องให้เราเรียนรู้และจำศัพท์อย่างเป็นธรรมชาติที่น่าสนใจมาก คือ เขามี News Story สั้น ๆ ที่น่าสนใจให้เราอ่าน (ค.ศ. 2000 - 2008) มีไฟล์เสียงให้เราคลิกฟัง ยกเอาคำศัพท์มาอธิบาย บางเรื่องมีแบบฝึกหัดในลองทำ หรือมีเอกสารสำหรับให้อาจารย์สอนภาษาอังกฤษดาวน์โหลดเอาไปสอนลูกศิษย์
ผมรู้สึกว่าคอลัมน์ Words in the News ของสำนักข่าว BBC นี้เยี่ยมมากเลยครับ ท่านใดต้องการเพิ่ม Reading Skill โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ศัพท์ข่าว', Listening Skill, Vocabulary Skill เอาคอลัมน์นี้เป็นอาจารย์ได้เลยครับ
สำหรับท่านที่ไม่สะดวกในการต่ออินเตอร์เน็ตบ่อย ๆ เชิญดาวน์โหลดไฟล์ Words in the News ของสำนักข่าว BBC ที่ผม save ไว้แล้วเอาไปศึกษาได้เลย แต่มีเฉพาะไฟล์ข้อความและไฟล์ภาพ ของปี ค.ศ. 2004 ถึงวันที่ 7 May 2008 (ไม่มีไฟล์เสียง) แต่ก็คิดว่ามากเพียงพอต่อการฝึกฝน reading skill และ vocabulary skill (ถ้า print ออกมา ก็คงเป็นหนังสือเล่มใหญ่ทีเดียว)
คลิก: http://home.dsd.go.th/freeenglish/words_in_the_news.zip
ฝึกฟังฝรั่งพูด
สวัสดีครับ
การฝึกฟังภาษาอังกฤษจากเน็ตน่าจะมี 2 วิธีใหญ่ ๆ คือฟังฝรั่งอ่าน กับฟังฝรั่งพูด
ถ้าฟังเขาอ่าน ก็มักจะเป็นอ่านข่าว สิ่งที่เราจะได้มาก คือ วีธีการ ‘เล่าเรื่อง' แค่ถ้าฟังเขาพูด ซึ่งมักเป็นการสนทนาระหว่างคน 2 คน สิ่งที่เราจะได้มาก คือการ ‘พูดคุย' และจริง ๆ แล้วผมคิดว่าเราก็คงต้องฝึกฟังทั้ง 2 ประเภทนั่นแหละครับ เพื่อที่เราจะได้สามารถทั้ง‘เล่าเรื่อง และ ‘พูดคุย'
และเว็บเพื่อการฝึก Listening Skill ที่ผู้จัดรายการ ‘อ่าน' หรือ ‘สนทนา' ให้เราฟังก็มีทั้งพูดด้วยคว่ามเร็วปกติ (normal speed) และ ความเร็วช้า (slow speed) และสำหรับผู้เริ่มต้น การฝึกฟังบทพูดหรือบทสนทนาที่เป็น slow speed น่าจดี
ผมรวบรวมไว้มากมายให้ท่านเลืกฟังที่นี่ครับ
การฟัง listening
[376] เพลิดเพลินกับการฝึกภาษาผ่านการดูวีดิโอ
วันนี้ผมขอแนะนำเว็บเพื่อการฝึกฟังบทสนทนา
ผมเคยแนะนำไว้เว็บหนึ่งแล้ว คือ eslpod.com ที่ลิงค์นี้
[176]ฝึกฟังช้า ๆ จะได้ทั้ง 'สำเนียง' และ 'สำนวนพูด'
และขอแนะนำวันนี้อีก 2 เว็บคือ
เว็บที่ [1] http://www.china232.com/lessons.php
เป็นบทสนทนาง่าย ๆ เบา ๆ มีฝรั่ง 2 คนเป็นผู้ชายพักอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เป็นผู้จัดรายการ จะเริ่มรายการด้วยการอารัมภบทเพื่อชักนำเข้าสู่บมเรียน ตามด้วยการอ่านบทสั้น ๆ และตอนท้ายเป็นการอธิบายศัพท์-สำนวนที่ใช้ในการสนทนา
เว็บที่ [2] betteratenglish.com
เขาบอกว่าเป็น Real English for Real People! มีผู้จัดรายการเป็นหญิง 1 ชาย 1 เว็บนี้ยากกว่า eslpod.com และ china232.com แต่ข้อดีคือมี script ฉบับเต็มให้ดาวน์โหลดอ่านพร้อมกับฟัง
ลองฟังระดับง่ายสุดของเว็บนี้ก่อนแล้วกันครับ หลังจากนี้ค่อยขยับไปฟังระดับที่ยากขึ้น (ที่คอลัมน์ใหญ่ซ้ายมือ คลิกที่ Play Now และ PDF:Download)
page/1 - page/2/ - page/3/ - page/4/ - page/5/ - page/6/ - page/7/ -page/8/
เว็บที่ [3] http://www.podcastsinenglish.com/
มีบทสนทนา บทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจ แบ่งออกเป็นระดับ ง่าย - ยากให้เลือก
ทั้ง 4 เว็บที่กล่าวนี้ ท่านสามารถดาวน์โหลดไฟล์ mp3เก็บไว้ฟังได้
มีอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำคือสมาธิในการฟัง ท่านเคยฟังอย่างนี้ไหมครับ นั่งอยู่คนเดียวที่บ้านในห้องและเปิดฟังโดยหลับตา ใช้สมาธิ 100 % พยายามจับเสียงที่กำลังเปิดฟัง ถ้าเราเก่งแล้วก็ไม่จำเป็นต้องตั้งใจฟังมากปานนี้หรอกครับ แค่สำหรับผู้ฝึกหัด ผมขอรับรองว่าด้วยระยะเวลาที่เท่ากัน การฟังด้วยสมาธิจะได้ผลมากกว่าและเร็วกว่าการฟังที่ปราศจากสมาธิ หรือมีสมาธิน้อยเกินไป
ฝึกฟังช้า ๆ จะได้ทั้ง 'สำเนียง' และ 'สำนวนพูด'
สวัสดีครับ
ประโยชน์ของการฝึกฟังภาษาอังกฤษนอกจากการ ‘ฟังรู้เรื่อง' แล้ว ยังมีอีกหลายอย่าง เช่น
1. การฟังทำให้เราคุ้นเคยกับ ‘สำเนียง' ซึ่งช่วยให้เราพูดออกเสียงถูกต้อง และคนอื่นฟังเราพูดรู้เรื่อง ท่านเชื่อไหมว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่อ่านหนังสือเยอะ และสิ่งที่เขาได้รับจากการอ่าน คือ ‘สำนวน' แต่เขาจะไม่ได้รับ ‘สำเนียง' ถ้าเขาเอาแต่อ่านไม่ยอมฟัง สรุปง่าย ๆ ก็คือ อ่านช่วยให้ได้สำนวน แต่ฟังช่วยให้ได้สำเนียง(+สำนวน) ซึ่งช่วยให้เราเลียนแบบการออกเสียงพูดได้ถูกต้อง
2. การฟังทำให้เราคุ้นเคยกับ ‘สำนวนพูด' - - หลายคนที่เอาแต่อ่านอย่างเดียว เมื่อถึงเวลาพูดก็มักจะติด ‘ภาษาเขียน' แต่ถ้าฝึกทั้งอ่านและฟัง เราก็จะได้ทั้งสำนวนและสำเนียง ทั้งภาษาเขียนและภาษาพูด พูดด้วยสำนวนที่เป็นธรรมชาติ และด้วยสำเนียงที่คนฟังรู้เรื่อง
แต่สำหรับผู้ที่ยังอยู่ในช่วงฝึกหัดซึ่งรวมทั้งตัวผมเองด้วย การฝึกฟังควรจะเริ่มที่เรื่องซึ่งมี speed ช้า ๆ เพราะ speed ปกติหรือ speed ที่เร็วนั้น เรามักจะต้องใส่ใจที่การฟังให้รู้เรื่อง จึงมีสมาธิน้อยลงที่จะให้กับการฟังการออกเสียงเป็นคำ ๆ, เป็นวลี, หรือเป็นประโยค เพื่อที่เราจะได้สามารถพูดเองเมื่อถึงเวลาต้องพูด แต่การฟังช้า ๆ ช่วยให้สำเสียงที่เราได้ยิน sink in หรือดำดิ่งเข้าไปในสมองหรือความรู้สึก แต่ถ้าเราเอาแต่ฝึกฟังเรื่องที่พูดหรืออ่านเร็ว ๆ เราก็จะได้แค่การฝึกจับใจความ ส่วนเรื่องอื่น ๆ จะได้น้อย
ผมมีความเห็นว่า สำหรับเราทุกคนที่เป็นนักศึกษา เราควรจะฝึกฟังทั้งเรื่องที่อ่านหรือพูดด้วยความเร็วปกติ และความเร็วที่ช้ากว่าปกติ ซึ่งมีมากมายให้ท่านฝึก ที่นี่ครับ
การฟัง listening
[200] เว็บที่อ่านข่าวภาษาอังกฤษ... ช้า ๆ
สำหรับเว็บฟังภาษาอังกฤษที่มี speed ช้า ๆ ที่ผมขอแนะนำวันนี้เป็นพิเศษ คือ http://www.eslpod.com/website/index.php
เขาแบ่งประเภทของเนื้อเรื่องออกเป็น 10 ประเภทข้างล่างนี้ แต่ละเรื่องจะเริ่มด้วยการสนทนาหรือการเล่าเรื่องด้วย speed ที่ช้ากว่าปกติ, ตามด้วยการอธิบายศัพท์สำนวนด้วย speed ที่ช้ากว่าปกติอีกเช่นกัน, จบท้ายด้วยการพูดเนื้อหาเดิมด้วย speed ปกติ
เว็บนี้น่าสนใจและมีประโยชน์จริง ๆ ครับ และยัง update บ่อย ๆ ลองคลิกเข้าไปเลือกเรื่องฟังได้เลยครับ
{เมื่อคลิกเข้าไปในแต่ละประเภทข้างล่างนี้แล้ว ให้ท่าน
1.คลิกที่ชื่อเรื่อง ใต้บรรทัดวันที่ จะมี script ให้อ่าน
2.คลิก Listen เพื่อฟัง
3.ถ้าต้องการดาวน์โหลดไฟล์ mp3เพื่อเก็บไฟล์ไว้ฟังในโอกาสหน้าโดยไม่ต้องต่อเน็ตอีก ให้คลิกขวาที่ Download Podcast, แล้วคลิกซ้าย Save Target As.. , หาที่ save ไว้ในเครื่อง}
[1] English Café
[2] Daily Life
[3] Business
[4] Dining (การรับประธานอาหารเย็น)
[5] Entertainment
[6] Health/Medicine
[7] Relationships
[8] Shopping
[9] Transportation
[10] Travel
ดู TV เมืองไทย - และ TV ทั่วโลก ผ่านเน็ต
สวัสดีครับ
มีเว็บไทย มากมายที่จัดให้เราดู TV เมืองไทย - และ TV ทั่วโลก ผ่านเน็ต ผมขอยกตัวอย่างสัก 1 เว็บข้างล่างนี้ คือ siamtv.org
http://www.siamtv.org/start.html
เมื่อเข้าไปแล้ว เขามีคำอธิบายในการชม TV ผ่านเน็ต ดังนี้ครับ
[1] ซ้ายมือ คือรายการ TV ประเภทต่าง ๆ, เมื่อคลิกที่แต่ละประเภท จะปรากฏช่อง TV เป็น ไอคอนที่ด้านขวามือของจอ TV เมื่อเอาเมาส์วางที่ไอคอนจะปรากฏคำอธิบายลักษณะของรายการ TV ช่องนั้น ๆ
[2]กลางหน้า คือ จอ TV, เมื่อคลิกที่นี่ จะขยายขนาดจอเต็มหน้า, กด Escape จะย่อขนาดจอลงเท่าเดิม
[3]เมื่อคลิกที่ไอคอนแต่ละช่องแล้ว ให้รอคำว่า "buffering 100 % complete" ที่ด้านล่างของจอ อาจต้องรอนานถ้าอินเตอร์เน็ตของท่านช้า
[4]ถ้าปรากฏคำว่า "Ready" แสดงว่าช่องนี้ไม่ทำงาน
เท่าที่ผมลองใช้ดูพบว่า บางช่องก็ดูได้ บางช่องก็ดูไม่ได้ ถ้าท่านพบว่าช่องใดพอจะดูได้ ให้จดไว้เลยว่าเป็นช่องใด-เวลาใด คราวหน้าจะได้คลิกชมได้เลยไม่ต้องเสียเวลาไล่หา
อาจจะลองเปลี่ยนเวลาในการชมก็ได้ครับ เช่น ตอนค่ำดูไม่ค่อยได้ ลองตื่นขึ้นมาชมตอนเช้ามืดอาจจะชมได้
เรื่องของเรื่องก็คือว่า ประสิทธิภาพในการถ่ายทอดผ่านเน็ตของแต่ละประเทศไม่เท่ากัน, เวลาออกอากาศของแต่ละประเทศไม่ตรงกัน, และบางประเทศ-บางช่อง ก็มิได้ถ่ายทอดทุกวัน หรือตลอด 24 ชั่วโมง
พยายามหาช่องที่มีประโยชน์ในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Listening Skill
ลองดูตัวอย่างเว็บของไทยอีกสัก 3 เว็บข้างล่างนี้ คำแนะนำในการใช้ก็เหมือนข้างบน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า "buffering 100 % complete" และ "Ready"
http://www.tlcthai.com/tv_online/tv_discovery.php
http://www.radompon.com/tvonline/
http://myhomepagestyle.tripod.com/tv2.html
เว็บฝรั่งที่ทำในลักษณะนี้ก็มีครับ รู้สึกว่าจะทำได้ดีกว่าเว็บไทย
http://www.myeasytv.com/
http://www.konthai.ch/page_1195569005312.html
และอีกกว่า 20 เว็บ คลิกที่นี่
เว็บ Train Your Ear
สวัสดีครับ
เว็บนี้ http://www.englishdaily626.com/ มีอะไรมากมายและดี ๆ ทั้งนั้น สำหรับท่านที่รักจะเรียนภาษาอังกฤษ ท่านต้องเข้าไปดูเองครับว่าดียังไง
แต่มีอยู่หัวข้อหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำเป็นพิเศษในวันนี้ คือ: "Train your ear" ท่านคงเดาถูกนะครับ คือมี audio mp3 clip สั้น ๆ เรื่องละ 2 - 3 นาที ให้คลิกฟัง (ถึงวันที่ Aug 16 มี 424 เรื่อง), มี script ให้อ่าน, โดย script มีศัพท์แหว่งอยู่ 4 - 5 คำให้เราเงี่ยหูฟังว่าคือคำอะไร ถ้าฟังหลายเที่ยวแล้วยังจับไม่ได้ก็ให้ดูเฉลยที่ท้ายหน้า คลิกที่นี่ครับ "Train your ear"
บางเรื่องพอคลิกแล้วอาจจะพบลิงค์เป็นตัวเลขและต่อท้ายด้วยคำว่า .mp3 (เช่น 365.mp3 )
-ถ้าท่านจะฟังทันทีก็คลิกซ้าย
-ถ้าจะดาวน์โหลดให้เรียบร้อยซะก่อนเพื่อเก็บไว้ฝึกฟังหลาย ๆ ครั้ง ก็คลิกขวาที่ mp3, คลิกซ้ายที่ Save Target As... และ Save ไว้ในเครื่อง อย่าลืม save Script ไว้ด้วยนะครับ จะได้เก็บเอาไว้ฝึกอ่านพร้อมฝึกฟัง
ท่านใดติดศัพท์และไม่อยากเสียเวลาเดาและเปิดดิก ไปที่เว็บนี้ครับ เมื่อเอาเมาส์ไปวางบนคำศัพท์จะปรากฏคำแปลทันที(ลด font ลงอาจจะดูง่ายขึ้น): http://tinyurl.com/2pmsho แล้วคลิกที่ Train your ear
= = = = = =
เพิ่ม 13 ตค 2550
ท่านใดต้องการไฟล์ข้อความทั้งหมดของเว็บ englishdaily626.com เชิญดาวน์โหลดได้ที่ไฟล์ข้างล่างนี้ครับ
ไฟล์ที่ 1: http://home.dsd.go.th/freeenglish/englishdaily_file1.zip
ไฟล์ที่ 2: http://home.dsd.go.th/freeenglish/englishdaily_file2.zip
ดาวน์โหลดไฟล์เสียงเพื่อฝึก Listening Skill
สวัสดีครับ
สำหรับท่านที่อยู่ต่างจังหวัด หรือท่านที่ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วต่ำ การฝึกฟังภาษาอังกฤษจากเน็ตอาจทำได้อย่างน่ารำคาญใจมาก เพราะเสียงที่ฟังจะติด ๆ ขัด ๆ ไม่น่ารื่นรมย์เลย
แต่เมื่อเน็ตมีบริการ podcast ก็น่าจะแก้ปัญหานี้ได้ คือว่า ท่านเข้าไปที่เว็บข้างล่างนี้ ท่านเลือกเรื่องที่ท่านต้องการฟัง ซึ่งมีหลากหลายมาก แล้วก็คลิกเพื่อดาวน์โหลดไฟล์เสียง อาจจะใช้เวลานานสักนิดในการดาวน์โหลด แต่เมื่อดาวน์โหลดไฟล์เสร็จแล้ว ท่านก็จะสามารถเก็บไฟล์นั้นไว้ในเครื่อง, ใน handy drive, ใน ipod, หรือเบิร์นใส่ CD เอาไปเปิดฟังในรถ จะฟังสักกี่ครั้งก็ได้ตามต้องการ และถ้าท่านโชคดี บางเว็บอาจจะมี script ของเนื้อเรื่องที่ท่านฟังให้ท่านเอาไปอ่านอีกด้วย
ผมคิดว่า รวมเว็บ podcast มากมายข้างล่างนี้ คงจะมีอย่างน้อยสัก 2 - 3 เว็บที่ท่านชอบมาก ๆ เมื่อท่านพบเว็บที่ชอบแล้วก็ทำ Favorite ไว้เลยครับ คราวหน้าจะได้ไปที่เว็บนั้นเลย ผมจะบอกให้อย่างหนึ่งครับ เว็บพวกนี้หลาย ๆ เว็บอาจจะดีกว่า CD ฝึกฟังภาษาที่ท่านไปหาซื้อตามร้านหนังสือ เพราะว่าที่นี่มีเนื้อหา update มากกว่า หลากหลายมากกว่า และที่สำคัญคือ ไม่ต้องเสียเงินครับ
ตอนที่จะดาวน์โหลด
-โดยมากท่านต้องหาให้พบเพื่อคลิกคำว่า DOWNLOAD และคลิก Save เก็บไว้ในเครื่อง,
-หรือถ้าไปพบรูปลำโพงหรือคำว่า Listen ถ้าคลิกซ้ายก็ได้ฟังทันที, แต่ถ้าต้องการ Save เก็บไว้ ก็ให้คลิกขวา และเลือก Save Target As..." และคลิก Save เก็บไว้ในเครื่อง
-แต่บางเว็บก็อาจจะง่ายกว่านี้
-ลองคลิกเล่น ๆ ดูสักพัก เดี๋ยวก็จะรู้วิธีเองแหละครับ
เชิญเข้าไปได้เลยครับ
http://www.rong-chang.com/podcast.htm
http://www.podcastdirectory.com/
Google: http://www.google.com/Top/Computers/Internet/On_the_Web/Podcasts/Directories/
Yahoo: http://podcasts.yahoo.com/
มีกว่า 3 ล้านเรื่องที่นี่: http://odeo.com/tag/listening
Listening Lab Online ที่ดีสุด ๆ
ขออธิบายการดาวน์โหลดไฟล์ mp3 (10 กย 51)
1. คลิกที่ลิงค์หลังหมายเลขหัวข้อ เช่น "912 Speed Dating"
2. ที่ส่วนบนของหน้า ใต้คำว่า "Audio MP3" ให้คลิกขวาที่ลิงค์ซึ่งต่อท้าย คือที่ Interview Audio และคลิกซ้าย Save Target As.. และหาที่ Save
= = = = = =
สวัสดีครับ
วันนี้ผมไปพบเว็บที่ดีที่สุดเว็บหนึ่งในอินเตอร์เน็ต ที่สามารถช่วยเราในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้อย่างสนุกสนาน คือ elllo.org http://www.elllo.org/index.htm โดยเขาชี้แจงว่า
"เอลโลคือ คำย่อภาษาอังกฤษมาจาก English Language Listening Lab Online ท่านจะได้ยิน ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกสนทนาภาษาอังกฤษ ท่านสามารถที่จะฝึกพูดหรือเรียนภาษา อังกฤษโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ท่านสามารถเข้าไปทางอิน เตอร์เน็ต กิจกรรมส่วนใหญ่มาพร้อมกับรูปภาพของผู้พูด และธงชาติของพวกเขาเหล่านั้น เนื่องจากกิจกรรมในการฟังส่วนใหญ่นี้ท่านสามารถดาวน์โหลดโดยการจัด เก็บข้อมูลไว้ใน MP3ได้โดยไม่มีข้อจำกัด"
อ่านคำชี้แจงภาษาไทย http://www.elllo.org/00Indexes/AboutThai.htm
อ่านคำชี้แจงภาษาอังกฤษhttp://www.elllo.org/00Indexes/AboutEnglish.htm
ทุกกิจกรรมจะมี code+ตัวเลขกำกับเพื่อให้จำง่าย, มีไฟล์ MP3ให้ฟัง, มี slide ภาพให้ชม, มี text หรือ Script ให้อ่าน, มีแบบฝึกหัดให้ทำพร้อมเฉลย
ถ้าท่านต้องการเปิดหลาย Windows เพื่อจะได้สามารถอ่าน text และฟังเสียงไปพร้อม ๆ กัน ก็ให้ใช้วิธี คลิกขวาที่ลิงค์ แล้วเลือก "Open in New Window"
ผังใหญ่บอกกิจกรรมของเว็บอยู่ที่นี่ครับ
http://www.elllo.org/00Indexes/TheBigList.htm
โดยแยกเป็น
(1) Interview Archives บทสัมภาษณ์
(2)English by Region ภาษาอังกฤษแยกรายประเทศ
(3)Common Topics เลือกคลิกฟัง แยกตามเรื่อง
ท่านสามารถคลิกเลือกได้ตามต้องการ
หรือแยกอีกลักษณะหนึ่งตามหัวข้อข้างล่างนี้:
A.. News Center http://www.elllo.org/00Indexes/NewCenter.htm
B. Listening Games http://www.elllo.org/00Indexes/Games.htm
C. Talking Points http://www.elllo.org/00Indexes/TalkingPoints.htm
D. Mixer http://www.elllo.org/00Indexes/Mixer.htm
E. Songs http://www.elllo.org/00Indexes/Songs.htm
ค้นหาเรื่องที่ต้องการฟัง-อ่าน-ฝึก (Search): http://www.elllo.org/graphics/search.htm
ในกรณีที่ท่านต้องการฟังเรื่องหนึ่งเรื่องใดเป็นพิเศษ
นอกจากนี้เขายังแยกตามความง่าย-ยาก ให้ท่านคลิกเลือกตามต้องการ (ยกมาเป็นตัวอย่างเท่านั้น): http://www.elllo.org/months/levels.htm
ขอเชิญชวนท่าน ลองใช้เวลาสักนิดศึกษาการใช้เว็บนี้ จนท่านพบกิจกรรมที่ท่านชอบ
ถ้าอินเตอร์เน็ตของท่านไม่ใช่ high speed อาจฟังไฟล์ MP3 ได้ไม่ราบรื่น คงต้องตัดสินใจล่ะครับว่า จะติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อประโยชน์ในการศึกษาภาษาอังกฤษหรือไม่
สุดท้าย - มีลิงค์ไปยังเว็บอื่นที่คัดมาเยี่ยม ๆ ทั้งนั้น http://www.elllo.org/00Indexes/Links.htm
เรียน Listening 40 บท.. ฟรี!
สวัสดีครับ
ที่เว็บนี้: http://www.1-language.com/audiocourse/index.htm
มีแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ 40 บทให้ฝึกทำ แต่ละบทประกอบด้วย
1. ฟังเสียงสนทนา ซึ่งเป็นสำเนียงนานาชาติ
2. คลิกปุ่ม Script เพื่ออ่านบทสนทนา ซึ่งเป็นสำนวนอเมริกัน
3. คลิกปุ่ม Questions เพื่ออ่านและตอบคำถาม, สามารถคลิกเพื่อเช็กคำตอบ และดูเฉลยได้
ผมเชื่อว่า ถ้าทำแบบฝึกหัดทั้ง 40 บทนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว จะได้อะไร ๆ เยอะทีเดียวครับ
มีตัวช่วย 2 ตัวครับ
1. ดิกชันนารี อังกฤษ - อังกฤษ Cambridge: http://dictionary.cambridge.org/
2. ดิกชันนารี อังกฤษ - ไทย & ไทย - อังกฤษ NECTEC:
http://lexitron.nectec.or.th/index.php
บทเรียนแบ่งออกเป็น 2 part คือ
Part A. Practical Topics ( บทที่ 1 - 20 เป็น practical conversations ภาษาอังกฤษที่ใช้ในสถานการณ์ทั่ว ๆ ไป )
Conversation Starters
Unit 1: Introductions 1 - Informal
Unit 2: Introductions 2 - Name Pronunciation
Unit 3: Introductions 3 - Formal
Unit 4: Friends in Common
Unit 5: Country of Origin
Unit 6: Where Do You Come From?
Unit 7: Your Family
Unit 8: What Languages Do You Speak?
Unit 9: Favorite Things
Unit 10: What do you do?
Getting Around
Unit 11: Telling the Time
Unit 12: Timetables and Schedules
Unit 13: Using a Map
Unit 14: Taking a Taxi
Unit 15: Taking a Train
Unit 16: Taking a Bus
Unit 17: Making Arrangements
Unit 18: Buildings and Landmarks
Unit 19: Buying Train Tickets
Unit 20: Buying Bus Tickets
Part B. Campus Topics ( บทที่ 21 - 40 เป็น academic language ซึ่งนักศึกษามหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาใช้สนทนา )
Telephone Conversations
Unit 21: Calling a Friend - Arrangement
Unit 22: Travel Agent
Unit 23: Movie Ticket Reservation
Unit 24: Hotel Reservation
Unit 25: Emergency
Unit 26: Ordering Pizza
Unit 27: Doctor's Appointment
Unit 28: International Phone Calls
Unit 29: Restaurant Reservation
Unit 30: Leaving a Message / Voice Mail
Assignments
Unit 31: Researching a Paper
Unit 32: Submitting a Paper
Unit 33: Doing Homework
Unit 34: Choosing a Topic
Classes
Unit 35: Study Partners
Unit 36: Attending Class
Short Talks
Unit 37: Short Talk 1 - Planetology
Unit 38: Short Talk 2 - Sigmund Freud
Unit 39: Short Talk 3 - Earth Formation
Unit 40: Short Talk 4 - English Etymology
InterelaDSD
เว็บสำหรับท่านที่จะสอบ listening พรุ่งนี้
สวัสดีครับ
สำหรับท่านที่กำลังจะไปสอบ listening ในไม่ช้านี้ เช่นพรุ่งนี้ หรือสัปดาห์หน้า เว็บนี้เหมาะกับท่านอย่างยิ่งครับ
1. ไปที่ http://www.englishlistening.com/
2. คลิกที่ "FREE GUEST AREA" ด้านขวาของหน้า
3. จะขึ้นหน้าตาของเว็บที่จะใช้งาน (คอมฯ ของท่านต้องลงโปรแกรม JAVA ไว้ก่อน)
ขอชี้แจงการใช้งานดังนี้ครับ
a) ที่คอลัมน์ซ้ายมือใต้คำว่า Passages มีเรื่องให้ท่านคลิกเลือกทั้งหมด 30 เรื่อง (1 บรรทัด 1 เรื่อง)
b) เมื่อท่านดับเบิ้ลคลิกที่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง จะปรากฏดังนี้
- ที่คอลัมน์ซ้ายมือ ในช่อง Details เหนือช่อง Passages จะมีสรุปย่อเนื้อเรื่องที่ท่านคลิก
- ในคอลัมน์กลางหน้า ด้านล่างใต้คำว่า Details มีบอก Topic ของเรื่อง, ความยาวของไฟล์เสียง, สำเนียงของผู้พูด, เพศ, และความเร็วของเสียงพูด
- เมื่อคลิกเครื่องหมายสามเหลี่ยมใต้ภาพ ก็จะได้ยินเสียงพูด มีปุ่ม pause ด้วย
- ที่ตอนบนของภาพ เมื่อคลิก Transcript จะปรากฏบทพูด ท่านสามารถใช้เมาส์ลากเส้นขวางใต้ภาพลงมา เพื่อขยายเนื้อที่ของ Transcript ได้; คลิก Questions เพื่ออ่านคำถาม; คลิก Questions and Answers เพื่ออ่านคำถามพร้อมคำตอบ
ขอแนะว่าท่านไม่ควรคลิกดู Transcript จนกว่าจะฟังหลายรอบแล้วไม่รู้เรื่องจริง ๆ จึ่งค่อยคลิกอ่าน
ท่านที่เน็ตช้า เสียงที่ฟังอาจติด ๆ ขัด ๆ ต้องใจเย็นหน่อยครับ แต่ถ้าเป็น high speed คงไม่มีปัญหา
ดาวน์โหลดไฟล์ MP3 เพื่อการศึกษาภาษาอังกฤษ
สวัสดีครับ
ข้างล่างนี้เป็น ไฟล์ MP 3 จำนวน 37 ตอนเพื่อการศึกษาและฝึกหัด Grammar, listening, reading, vocabulary, idiom, และ speaking ไปในคราวเดียวกัน
Script ของทุกตอน: http://home.dsd.go.th/freeenglish/Script.pdf
คำชี้แจง
1) ไฟล์ MP3 ชุดนี้มีทั้งหมด 37 ตอน
2) แต่ละตอนเป็นเสียงพูดสั้น ๆ เป็นข้อ ๆ 10 ข้อ แต่ก็มีหลายตอนที่ทั้ง 10 ข้อมีเนื้อเรื่องผูกติดต่อกันไป
3) คุณภาพเสียงไฟล์และสำเนียงการพูดชัดมาก,
4) มีประโยชน์มากต่อการศึกษาการใช้ศัพท์, สำนวน, สำเนียง และการแต่งประโยค สามารถจดจำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้
5) ในการฟัง เราอาจจะอ่าน script ซะก่อน, อ่านพร้อมกับฟัง, หรือฟังแล้วค่อยกลับมาอ่าน Script ก็ทำได้ตามสะดวกครับ
6) ในการใช้ไฟล์ชุดนี้เพื่อการฝึกพูดนั้น ผมขอเสนอให้ใช้สูตร "Play - Pause - Repeat" คือเราคลิกปุ่ม Play เพื่อฟัง - คลิกปุ่ม Pause เพื่อหยุด - และ Repeat คือพูดตามเสียงที่ได้ยิน
7) ถ้าต้องการฟัง online ให้คลิกซ้าย ที่ลิงค์ข้างล่างนี้ , ถ้าต้องการดาวน์โหลดไฟล์เพื่อเก็บไว้ฟังในโอกาสต่อไปโดยไม่ต้องต่อเน็ตอีก ให้คลิกขวา, คลิกซ้าย Save Target As.... และหาที่ Save ไว้ในเครื่อง
8) ต้องมีโปรแกรมสำหรับฟัง MP 3 ถ้าไม่มีไปดาวน์โหลดเอามาติดตั้งได้จากที่นี่:
RealPlayer 11 Download Now
Windows Media Player 11 Download Now
[หมายเหตุ: ถ้ามีปัญหาในการดาวน์โหลดไฟล์ลิงค์ข้างล่างนี้ ให้คลิกที่นี่ครับ
MP3 เพื่อการศึกษาภาษาอังกฤษ ]
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei001/incompl-elem-001.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei002/incompl-elem-002.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei003/incompl-elem-003.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei004/incompl-elem-004.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei005/incompl-elem-005.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei006/incompl-elem-006.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei007/incompl-elem-007.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei008/incompl-elem-008.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei009/incompl-elem-009.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei010/incompl-elem-010.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei011/incompl-elem-011.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei012/incompl-elem-012.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei013/incompl-elem-013.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei014/incompl-elem-014.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei015/incompl-elem-015.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei016/incompl-elem-016.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei017/incompl-elem-017.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei018/incompl-elem-018.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei019/incompl-elem-019.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei020/incompl-elem-020.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei021/incompl-elem-021.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei022/incompl-elem-022.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei023/incompl-elem-023.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei024/incompl-elem-024.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei025/incompl-elem-025.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei026/incompl-elem-026.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei027/incompl-elem-027.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei028/incompl-elem-028.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei029/incompl-elem-029.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei030/incompl-elem-030.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei031/incompl-elem-031.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei032/incompl-elem-032.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei033/incompl-elem-033.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei034/incompl-elem-034.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei035/incompl-elem-035.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei036/incompl-elem-036.mp3
http://www.english-test.net/esl/learn/english/grammar/ei037/incompl-elem-037.mp3
ลิงค์เดิม:
http://www.thaiall.com/listen/_englishtest.php
http://english4u.blog.mthai.com/
http://www.thaiall.com/listen/
mp3 ศึกษาภาษาอังกฤษ ฟรี มีอีกแล้วครับ
สวัสดีครับ
การที่เว็บสอนภาษาอังกฤษดี ๆ มีชีวิตอยู่ได้ใน world wide web นี้ ส่วนใหญ่ก็เพราะมีโฆษณา หรือขายสินค้า แต่ถ้าเอาแต่ขายของอย่างเดียวก็คงไม่มีใครเข้าไปชมเว็บของเขา เขาก็เลยต้องมีอะไรดี ๆ ฟรี ๆ ให้คนเข้าไปใช้ หรือมีให้เป็นตัวอย่าง แต่เมื่อชมแล้วเรายังไม่พร้อมจะซื้อก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าพร้อมก็ซื้อ ระบบนี้ก็ยุติธรรมดี
ที่เว็บนี้ เขามีทั้งหนังสือ และ CD ขาย
http://liveabc.did.co.th/show.aspx?myid=7#MP3
http://liveabc.did.co.th/show.aspx?myid=53
แต่ขณะเดียวกัน เขาก็มีไฟล์ mp3 ให้เราศึกษาภาษาอังกฤษด้วย ให้ท่านเลื่อนลงไปและดูที่คอลัมน์กลาง
- ถ้าต้องการฟัง online ก็คลิกที่ไอคอนรูปลำโพง
- ถ้าต้องการดาวน์โหลดไฟล์ mp3 เพื่อเก็บไว้ฟัง ก็
1) คลิกขวาที่ปุ่มสีเขียวหน้ารูปลำโพง(ซึ่งมีหัวลูกศรชี้ลง 2 อัน)
2) คลิกซ้าย Save Target As...
3) หาที่ save ในเครื่องคอมฯ หรือ flat drive หรือเครื่องเล่น MP3ก็ได้
ผมฟังดูแล้ว ไฟล์ MP3 ที่มีให้ฟรีในเว็บนี้ ฟังไม่ยากเกินไป เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการฝึก listening skill หรือ speaking skill
ฝึกฟังทีละประโยคสั้น ๆ พร้อมอ่าน script
สวัสดีครับ
ถ้าถามคนไทยส่วนใหญ่รวมทั้งผมด้วยว่า ระหว่างฟังกับอ่านภาษาอังกฤษ อย่างไหนยากกว่า ผมว่าเราจะได้คำตอบว่า ฟังยากกว่า ซึ่งสาเหตุน่าจะเป็นอย่างนี้
1. เมื่ออยู่ในชั้นเรียน คนไทยเรียน reading มากกว่า listening จึงได้ฝึกและถนัดอ่านมากกว่าฟัง
2. อ่าน - ถ้าไม่เข้าใจก็อ่านซ้ำได้ เปิดดิกได้ แต่ฟัง เช่นดูหนัง ไม่มีเวลาเปิดดิกทันและย้อนกลับไม่สะดวก หรือเมื่อฟังคนอื่นพูด จะขอให้เขาพูดช้ามาก ๆ จนถึงระดับที่เราฟังได้สบาย ๆ หรือให้เขาพูดซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้ง ก็คงไม่สะดวกนัก
3. อ่าน - ความยาก คือ สำนวน, แต่ ฟัง - ความยากคือสำเนียง และต้นฉบับสำนวนเดียว ให้คนสิบชาติพูดหรืออ่าน ก็อาจจะได้ถึงสิบสำเนียง เราก็ต้องพยายามปรับหูของเราให้เข้าใจทุกสำเนียง ซึ่งอาจจะไม่ง่ายนักถ้าเรายังไม่ชำนาญในการฟัง
เฉพาะส่วนตัว เมื่อผมฝึกฟัง ผมทำอย่างนี้ครับ
1. หาเรื่องฟังที่มี script ให้อ่าน อาจจะอ่านก่อนฟัง - อ่านพร้อมฟัง - อ่านหลังฟัง ก็แล้วแต่สะดวก
2. หาเรื่องฟังที่ไม่ยากเกินไป เป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป หรือเรื่องที่ผมชอบฟัง
3. ในตอนแรก หาเรื่องฟังที่ไม่เร็วเกินไป เป็น slow speed
ได้ทำทำนองนี้ ก็พอไหวครับ
เว็บที่ 1: http://www.manythings.org/listen/ เขามีอย่างที่ผมว่าไว้ข้างบนครบถ้วน คือ
1. มี script ตัวโต ๆ ให้อ่านขณะฟัง
2. เป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป ที่น่าสนใจ และไม่ยาก
3. พูดข้า ๆ เป็น low speed ครับ
ในการฟัง ท่านสามารถคลิกเครื่องหมาย pause, stop, forward, backward, repeat ได้ตามต้องหาร
ถ้าท่านกำลังฝึกฟัง ลองเข้าไปชมดูสักหนาอยซีครับ
เว็บที่ 2: เมื่อเข้าไปแล้ว เลือกเรื่องที่จะฟัง - คลิกฟัง, มี script ภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปลภาษาไทย และคำอธิบายศัพท์สำนวนด้วย
http://www.bkkonline.com/edialog-voice/stock.shtml
ฝึก writing, reading, listening กับ eslfast.com สวัสดีครับ
การฝึก writing และได้ดูเฉลยทันทีเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะถ้าไม่มีเฉลยเราก็ไม่รู้ว่าเขียนถูกหรือผิด
และที่เว็บนี้ http://www.eslfast.com/writing/ ท่านสามารถฝึกเขียนเกี่ยวกับโครงสร้างประโยค (Sentence Structure Writing Practice) ตามหัวข้อข้างล่างนี้
แบบฝึกหัดนี้น่าสนใจมากทีเดียว ที่ผมบอกว่าน่าสนใจก็เพราะว่า สิ่งที่เขามีให้เราฝึกนี้ คือการแต่งประโยคขั้นพื้นฐานที่เราใช้บ่อยมากในการพูดและเขียน เช่น
- การแต่งประโยคคำถามเพื่อให้ตอบว่า Yes หรือ No
- การแต่งประโยคคำถาม โดยใช้ question word เช่น what, where, when
- การแต่งประโยคโดยใช้ passive voice
- การแต่งประโยคโดยใช้ adjective clause, noun clause, reported speech
- การแต่งประโยคโดยใช้ 5 tense พื้นฐาน คือ simple present tense, present continuous tense, simple past tense, present perfect tense, future tense
เรื่องการแต่งประโยคเพื่อใช้ในการพูดหรือเขียน โดยไม่ผิดแกรมมาร์ หรือผิดเพียงนิดหน่อยแล้วยังอ่านหรือฟังรู้เรื่อง เป็นเรื่องที่ต้องฝึกซ้ำ ๆ บ่อย ๆ จนสามารถทำได้โดยอัตโนมัติ ลำพังแค่เรียนแกรมมาร์จนคล่องอาจจะทำให้เราเก่งจับผิดคนอื่นได้เวลาที่เขาพูดหรือเขียน แต่ถ้าเราไม่ฝึกแต่งประโยคเองให้มากพอ ตอนเราจะพูดหรือเขียนก็จะแต่งไม่ออก แม้จะรู้หลักแกรมมาร์ก็ตาม
เมื่อพูดถึงการทำแบบฝึกหัด เราอาจจะนึกถึงคำภาษาอังกฤษ "exercise" แต่คำที่ถูกต้องมากกว่าน่าจะเป็นคำว่า "drill" ซึ่ง Oxford Dictionary ให้ความหมายไว้ว่า "a way of learning something by means of repeated exercises" คือการเรียนให้รู้และทำให้เป็นโดยการฝึกทำซ้ำแล้วซ้ำอีก
ขอเชิญท่านหาความสำราญกับ drill ข้างล่างนี้ได้เลยครับ
·
Yes/No Questions (1)
· Yes/No Questions (2)
· Wh- Questions (1)
· Wh- Questions (2)
· Passive Voice (1)
· Passive Voice (2)
· Passive Voice (3)
· Adjective Clauses (1)
· Adjective Clauses (2)
· Noun Clauses (1)
· Noun Clauses (2)
· Reported Speech
· Scrambled Sentences - The Simple Present Tense
· Scrambled Sentences - The Present Continuous Tense
· Scrambled Sentences - The Simple Past Tense
· Scrambled Sentences - The Present Perfect Tense
· Scrambled Sentences - The Future Tense
ในเว็บนี้ http://www.eslfast.com/ ยังมีอีก 2 สิ่งที่น่าศึกษา คือ
1. เรื่องสั้นง่าย ๆ 220 เรื่อง (Free Short Stories for Low Intermediate ESL Learners) ท่านสามารถอ่านขณะต่อเน็ต หรือจะดาวน์โหลดไฟล์ของทั้ง 220 เรื่องสั้นไปเก็บไว้ในเครื่องของท่าน เพื่อเปิดอ่านอีกโดยไม่ต้องต่อเน็ต คลิกดาวน์โหลดที่นี่ครับ
2.ฝึกสนทนากับหุ่นยนต์ 3 หุ่น คือ Hotel Robot, Shopping Robot และ Apartment Robot
คลิก: Practice Speaking English with Intelligent Robots
แต่ละหุ่น ท่านสามารถพิมพ์คุย หรือจะคลิกที่หัวข้อขวามือเพื่อศึกษาโดยการอ่านและฟัง ก็ทำได้ตามสะดวกครับ
ฝึก writing, reading, listening กับ eslfast.com
สวัสดีครับ
การฝึก writing และได้ดูเฉลยทันทีเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะถ้าไม่มีเฉลยเราก็ไม่รู้ว่าเขียนถูกหรือผิด
และที่เว็บนี้ http://www.eslfast.com/writing/ ท่านสามารถฝึกเขียนเกี่ยวกับโครงสร้างประโยค (Sentence Structure Writing Practice) ตามหัวข้อข้างล่างนี้
แบบฝึกหัดนี้น่าสนใจมากทีเดียว ที่ผมบอกว่าน่าสนใจก็เพราะว่า สิ่งที่เขามีให้เราฝึกนี้ คือการแต่งประโยคขั้นพื้นฐานที่เราใช้บ่อยมากในการพูดและเขียน เช่น
- การแต่งประโยคคำถามเพื่อให้ตอบว่า Yes หรือ No
- การแต่งประโยคคำถาม โดยใช้ question word เช่น what, where, when
- การแต่งประโยคโดยใช้ passive voice
- การแต่งประโยคโดยใช้ adjective clause, noun clause, reported speech
- การแต่งประโยคโดยใช้ 5 tense พื้นฐาน คือ simple present tense, present continuous tense, simple past tense, present perfect tense, future tense
เรื่องการแต่งประโยคเพื่อใช้ในการพูดหรือเขียน โดยไม่ผิดแกรมมาร์ หรือผิดเพียงนิดหน่อยแล้วยังอ่านหรือฟังรู้เรื่อง เป็นเรื่องที่ต้องฝึกซ้ำ ๆ บ่อย ๆ จนสามารถทำได้โดยอัตโนมัติ ลำพังแค่เรียนแกรมมาร์จนคล่องอาจจะทำให้เราเก่งจับผิดคนอื่นได้เวลาที่เขาพูดหรือเขียน แต่ถ้าเราไม่ฝึกแต่งประโยคเองให้มากพอ ตอนเราจะพูดหรือเขียนก็จะแต่งไม่ออก แม้จะรู้หลักแกรมมาร์ก็ตาม
เมื่อพูดถึงการทำแบบฝึกหัด เราอาจจะนึกถึงคำภาษาอังกฤษ "exercise" แต่คำที่ถูกต้องมากกว่าน่าจะเป็นคำว่า "drill" ซึ่ง Oxford Dictionary ให้ความหมายไว้ว่า "a way of learning something by means of repeated exercises" คือการเรียนให้รู้และทำให้เป็นโดยการฝึกทำซ้ำแล้วซ้ำอีก
ขอเชิญท่านหาความสำราญกับ drill ข้างล่างนี้ได้เลยครับ
· Yes/No Questions (1)
· Yes/No Questions (2)
· Wh- Questions (1)
· Wh- Questions (2)
· Passive Voice (1)
· Passive Voice (2)
· Passive Voice (3)
· Adjective Clauses (1)
· Adjective Clauses (2)
· Noun Clauses (1)
· Noun Clauses (2)
· Reported Speech
· Scrambled Sentences - The Simple Present Tense
· Scrambled Sentences - The Present Continuous Tense
· Scrambled Sentences - The Simple Past Tense
· Scrambled Sentences - The Present Perfect Tense
· Scrambled Sentences - The Future Tense
ในเว็บนี้ http://www.eslfast.com/ ยังมีอีก 2 สิ่งที่น่าศึกษา คือ
1. เรื่องสั้นง่าย ๆ 220 เรื่อง (Free Short Stories for Low Intermediate ESL Learners) ท่านสามารถอ่านขณะต่อเน็ต หรือจะดาวน์โหลดไฟล์ของทั้ง 220 เรื่องสั้นไปเก็บไว้ในเครื่องของท่าน เพื่อเปิดอ่านอีกโดยไม่ต้องต่อเน็ต คลิกดาวน์โหลดที่นี่ครับ
2.ฝึกสนทนากับหุ่นยนต์ 3 หุ่น คือ Hotel Robot, Shopping Robot และ Apartment Robot
คลิก: Practice Speaking English with Intelligent Robots
แต่ละหุ่น ท่านสามารถพิมพ์คุย หรือจะคลิกที่หัวข้อขวามือเพื่อศึกษาโดยการอ่านและฟัง ก็ทำได้ตามสะดวกครับ
ฝึกฟังภาษาอังกฤษทีละคำ
สวัสดีครับ
ผมไปพบเว็บหนึ่ง เขามีบริการให้เราฝึกฟังภาษาอังกฤษทีละคำ
ที่เว็บนี้ครับ http://www.thefreedictionary.com/
ต้องขอโฆษณาหน่อยนะครับว่า เว็บนี้มีประโยชน์มาก ตามความเห็นของผม การฝึกฟังภาษาอังกฤษเป็นคำ ๆ นี้ จะช่วยสร้างพื้นฐานของ listening skill ของเราให้แน่น เมื่อไปฟังข้อความยาว ๆ ก็จะฟังได้ง่ายขึ้น แต่ก็แน่นอนแหละครับ ในการฝึกฟังภาษาอังกฤษก็คงต้องไปพร้อม ๆ กัน ทั้งสั้นและยาว
เสียง pronunciation จากเว็บนี้เป็นเสียงธรรมชาติของมนุษย์ ดีกว่าเสียงจาก talking dict ราคาแพงบางยี่ห้อเสียอีก
เมื่อเข้าไปที่เว็บนี้แล้ว... ดูที่ช่อง Spelling Bee
1. ให้คลิกเลือกว่า เราต้องการฝึกฟัง หรือทดสอบตัวเอง แบบ easy (ง่าย), hard (ยาก), หรือ expert (ยากมาก)
2. หน้าที่ของเรา คือ พิมพ์คำที่ถูกต้องลงไปในช่องต่อจากคำว่า spell the word: โดยเราสามารถ
- - คลิกที่รูปลำโพงเพื่อฟังการออกเสียงคำนี้ และ
- - (ถ้าต้องการ) เราก็อ่านข้อความด้านขวามือของรูปลำโพง ข้อความนี้จะบอก 2 อย่างคือ
(1) บอกว่าเป็นคำประเภทอะไร เช่น คำนาม ( n ) หรือคำ adjective (adj.) เป็นต้น และ
(2) บอกความหมายของคำนั้น
แต่ถ้าเราจะฟังอย่างเดียวโดยไม่อ่าน เพราะเราต้องการฝึกฟังอย่างเข้มข้น เราก็ทำเป็นไม่เห็นข้อความที่เขาพิมพ์ไว้ ก็ทำได้ครับ
3. เมื่อคลิกฟัง (จะกี่ครั้งก็ได้) (+ อ่าน) แล้ว ก็พิมพ์คำที่เราคิดว่าถูกต้องลงไป แล้วคลิก answer
4. ถ้าพิมพ์ถูก - จะขึ้นเป็นสีเขียว; ถ้าพิมพ์ผิด - จะขึ้นเป็นสีชมพู
5. แต่ไม่ว่าจะพิมพ์ถูกหรือผิด จะมีคำเฉลยขึ้นมาใต้รูปลำโพง ; และเมื่อคลิกที่คำเฉลยนี้ก็จะนำไปสู่ คำอธิบายที่สมบูรณ์ของศัพท์ใน The American Heritage® Dictionary of the English Language ขอเรียนว่า ดิก American Heritage นี้เป็นดิกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเล่มหนึ่งของสหรัฐอเมริกา (ท่านสามารถคลิกขวาที่คำเฉลยนี้ แล้วเลือก Open in New Window เมื่ออ่านจบแล้ว จะได้ close ได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลากด Back กลับ)
6. คลิก new word เพื่อฟังคำใหม่
7. ท่านสามารถคลิกเปลี่ยนความยากเป็น hard หรือ expert ก็ได้
8. มี score บอกคะแนนที่เราทำได้ แต่ถ้าท่านต้องการล้าง score เพื่อเริ่มต้นนับเปอร์เซนต์ของแต้มใหม่ ให้คลิก Refresh โดยทุกครั้งที่เริ่มเล่นใหม่ เว็บจะตั้งความยากไว้ที่ระดับ hard (ยาก) ถ้าเราต้องการทำระดับที่ง่ายกว่า คือ easy หรือยากกว่า คือ expert ก็ต้องคลิกเลือกเอาเอง
เว็บนี้ฝึกทั้ง listening spelling vocabulary reading และถ้าท่านออกเสียงตามหลังจากที่คลิกรูปลำโพง ก็จะได้ฝึก pronunciation เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งด้วย
ดาวน์โหลด 300 ไฟล์ mp3 เก็บไว้ฝึกฟังภาษาอังกฤษ
สวัสดีครับ
ผมเคยแนะนำเว็บ eslpod.com ไว้แล้ว เพราะเว็บนี้เหมาะมาก ๆ สำหรับท่านที่ต้องการพัฒนา speaking skill และ listening skill ดีมากจริง ๆ ครับ
วันก่อน ผมได้แนะนำให้ท่านติดตั้งโปรแกรม iTunes เพื่อใช้ในการพัฒนาภาษาอังกฤษ และได้แนะนำวิธรใช้ไว้แล้ว ที่นี่
วันนี้ผมขอแนะนำเพิ่มเติมว่า ท่านสามารถดาวน์โหลดไฟล์เก่า จำนวน 300 ไฟล์ของ eslpod.com ได้จาก iTunes โดยเมื่อท่านเปิดโปรแกรม iTunes ขึ้นมาแล้ว
1. พิมพ์คำว่า "ESL Podcast - Previous Episodes" ในช่อง Search
2. คลิกที่รูปเล่มหนังสือสีฟ้าด้านขวา
3. ด้านล่างจะปรากฏไฟล์ให้ดาวน์โหลดทั้งหมด 301 ไฟล์ ถ้าจะดาวน์โหลดทุกไฟล์จะต้องมีเนื้อที่เหลือใน Drive C ไม่น้อยกว่า 3 - 4 GB (วิธีทำง่าย ๆ ก็คือ ก่อนนอน ท่านคลิกทุก Get ตามที่ท่านต้องการ แล้วปล่อยเครื่องไว้อย่างนั้น พอรุ่งเช้าก็จะได้ไฟล์ mp3 ครบ)
ท่านสามารถคลิกได้หลาย ๆ Get เพื่อให้ iTunes ดาวน์โหลดพร้อม ๆ กันตามที่ท่านต้องการ
อย่าลืมอ่านคำอธิบายใน ลิงค์นี้ เกี่ยวกับการใช้ iTunes ประกอบด้วยนะครับ
Mp3 ทั้ง 300 ไฟล์นี้ ท่านจะใส่เครื่องเล่น mp3 ไว้ฟังขณะเดินทางก็จะสะดวกมาก
* * * * *
ถ้าการดาวน์โหลดไฟล์จาก iTunes ข้างต้นมีปัญหา ศึกษาจาก YouTube ตามลิงค์ข้างล่างนี้แล้วกันนะครับ
http://www.youtube.com/results?search_query=%22learn+english%22
http://english-for-thais-2.blogspot.com/2008/12/899-youtube.html
ดาวน์โหลดวีดิโอ Fun TOEIC Listening Practice
สวัสดีครับ
ขอฝากวีดิโอ 2 เรื่องให้ชมครับ คือ Fun TOEIC Listening Practice Part 1 และ 2 มีอาจารย์ฝรั่งพูดให้ฟังเรื่องหุ่นยนต์ พอพูดจบอาจารย์ก็จะพูดคำถาม และหยุดนิดนึ่งในเราพูดตอบ แล้วอาจารย์ก็จะพูดเฉลยคำตอบ Part 1 มี 18 คำถาม, Part 2 มี 15 คำถาม เนื้อเรื่องเบา ๆ สนุกดีครับ
ท่านสามารถฟัง online ที่ลิงค์ YouTube นี้
Fun TOEIC Listening Practice
http://www.youtube.com/watch?v=alXB2Fg2EIE
Fun TOEIC Listening Practice (part 2)
http://www.youtube.com/watch?v=IHWaT8d-ITY
หรือจะดาวน์โหลดไฟล์วีดิโอข้างล่างนี้ก็ได้ครับ
part 1
part 2
เมื่อดาวน์โหลดเสร็จ จะต้องเปิดใช้ด้วยโปรแกรม FLV Player โปรแกรมนี้ ท่านดาวน์โหลดได้นี้ครับ http://home.dsd.go.th/freeenglish/FLVPlayerSetup.exe [ตอนระหว่างติดตั้งโปรแกรม ให้ติ๊กเอาครื่องหมายหน้าบรรทัด Install Freecorder Toolbar และ Install a Free Demo ออก จะได้ไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดมัน]วิธีใช้งานโปรแกรมก็ง่าย ๆ เมื่อติดตั้งโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาใช้งานก็เปิดโปรแกรมขึ้นมา ใช้เมาส์ลาก (drag) ไอคอนไฟล์วีดิโอมาวาง (drop) ไว้ที่หน้าจอ[โปรแกรมที่เปิดไว้แล้ว จะคลิกขยายหน้าจอก็ได้]
หากเกิดปัญหาไม่มีภาพวีดิโอที่หน้าจอ ให้ Rename ชื่อไฟล์วืดิโอ โดยต่อด้วย .flvการดูวีดิโอจากไฟล์ที่ดาวน์โหลดไว้แล้วนี้ ดีกว่าดูจากเน็ตอีกครับ เพราะว่าภาพที่ชมไหลไปเรื่อย ๆ ไม่ติดขัด แต่ถ้าเป็นเน็ตช้า บางทีชะงักบ่อย ๆ จนเสียอารมณ์ดู
Posts: 187
Comments: 15
"พัฒนาคนไทย ด้วยของฟรีๆ" ... ภาษาอังกฤษ English for Thais รวมรวมของฟรี ของดี เพื่อคนชอบ ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ การฟัง listening, การพูด การสนทนา การออกเสียง, การอ่าน reading, การเขียน writing, ไวยากรณ์ grammar, ศัพท์ vocabulary, Test ภาษาอังกฤษ
