Links News Contact Us About us Privacy Terms FAQ Add feedback Invite a friend Bookmark

Home Members Blogs Photos Videos Music Groups Classifieds Events Polls Forums Articles Boards chat
Tags - longman
January 12, 2009January 12, 2009  0 comments  การฟัง listening

ฝึกฟังทีละประโยคกับดิก Longman

สวัสดีครับ
ในอินเตอร์เน็ตมีหลายเว็บดิกหลายเว็บที่ให้เราฟังคำอ่านของศัพท์เป็นคำ ๆ แต่ไม่มีดิกเล่มไหนเลยที่ให้เราฟังคำอ่านของประโยคหรือวลีตัวอย่างที่เขาโชว์ให้เราดู จะมียกเว้นก็ดิก Longman เท่านั้นที่ให้เราฟังคำอ่านของประโยคหรือวลีตัวอย่าง แต่ก็เฉพาะคำศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยตัว d และ s เท่านั้น

ผมเคยอธิบายเรื่องนี้ไว้ละเอียดพอสมควรที่ลิงค์นี้
[139] ฝึกฟัง-พูด-อ่าน-เขียน กับ Longman Dictionary ผมอยากให้ท่านคลิกเข้าไปอ่านคร่าว ๆ สักเที่ยวหนึ่ง

และเพื่ออำนวยความสะดวก ผมได้ดึงศัพท์ง่าย ๆ บางตัวที่ขึ้นต้นด้วย d และ s เพื่อให้ท่านคลิกฟัง เป็นการฝึกทุก skill ที่ผมพูดไว้แล้วในลิงค์ข้าง
บน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เน้นมาก คือ listening skill


ตัวเลขหลังคำศัพท์ คือ จำนวนประโยคหรือวลีตัวอย่างของคำศัพท์ ลองฝึกไปเรื่อย ๆ นะครับ เชื่อว่าท่านจะได้รับประโยชน์พอสมควรทีเดียว

+ + + + + + + + + + +
คำทั้งหลายท้ายบทความนี้ เมื่อท่านคลิกจะมี 3 บรรทัดโชว์ คือ
-Play British pronunciation (คลิกเพื่อฟังเสียงอ่านคำศัพท์สำเนียงอังกฤษ)
-Play American pronunciation (คลิกเพื่อฟังเสียงอ่านคำศัพท์สำเนียงอเมริกัน)
-Play sentence (คลิกเพื่อฟังการอ่านประโยคตัวอย่าง ทีละประโยค ๆ , มี text ให้อ่านข้างล่าง)

ตรง Play sentence นี่แหละครับที่ผมบอกว่ามีประโยชน์มากเพราะท่านสามารถ
[1] ฝึก Listening: ท่านจะคลิกเพื่อฟังแต่ละประโยคกี่ครั้งก็ได้ ตามความพอใจ การฝึกฟังทีละประโยคเป็นพัฒนาการที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง สูงกว่าการฝึกทีละคำ และก็มีประโยชน์สำหรับท่านที่ยังไม่อยากจะฟังเป็นตอนยาวๆ เช่นการฟังข่าว ซึ่งถ้าหากจับประเด็นไม่ได้ก็อาจจะหลุดไปเลย เพราะฉะนั้นการฟังทีละประโยคและฟังซ้ำๆได้จึงดีมาก
[2] ฝึก Reading: เรื่องการฝึก Reading นี่ท่านสามารถฝึกได้หลายลักษณะตามความพร้อมของท่าน เช่น
2.1 ท่านบังคับสายตาตัวเองไม่ให้อ่านประโยคตัวอย่าง และคลิกฟังอย่างเดียวหลายๆครั้ง และตอบตัวเองให้ได้ว่าข้อความที่ฟังคืออะไร (เขียนลงกระดาษก็ดี) เสร็จแล้วจึงค่อยอ่านประโยคที่แสดงไว้ว่าถูกหรือไม่ วิธีนี้ท่านเน้นเรื่องการฟังมาก
2.2 ท่านอ่านประโยคตัวอย่าง และแปลให้เข้าใจเสียก่อน จึงค่อยคลิกฟัง
2.3 ท่านคลิกฟังไปพร้อม ๆ กับอ่านประโยคตัวอย่างผมอยากจะบอกว่าประโยคตัวอย่างของ Longman Dictionary นี้ดีมาก เป็นประโยคที่เป็นธรรมชาติ สามารถจดจำเอาไปใช้ได้ทั้งการพูดและการเขียน
[3] ฝึก speaking: เมื่อฟังจบประโยคแต่ละครั้ง ท่านพูดตามไปเลยครับ ถ้าฟังยังไม่ถนัดก็คลิกฟังซ้ำและพูดตาม ฝึกพูดตามทีละประโยคอย่างนี้แหละครับ ไม่เท่าไหร่ก็พูดคล่อง และตอนพูดตามนี้ก็สังเกตการใช้คำศัพท์-สำนวน การผูกประโยค การลงเสียงหนัก-เบา ฯลฯ ด้วย
[4] ฝึก writing: เมื่อฟัง - อ่าน - และพูดตามจนคล่องแล้ว ตอนสุดท้ายจะเป็นการดีมากครับ ถ้าท่านจะฝึกเขียนประโยคนั้นลงไปในสมุด โดยไม่เหลือบสายตาไปดูประโยคนั้นหรือไม่คลิกฟังประโยคนั้นขณะที่ท่านเขียน การฝึกเขียนโดยไม่อ่านหรือฟังเช่นนี้เท่ากับ Test ว่า หากถึงเวลาที่ท่านต้องพูดจริง ๆ ท่านจะพูดได้หรือเปล่า การเขียนลงไปจริง ๆ ในสมุดยังมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง เพราะจะเป็นการ Test ว่า ท่านจับเสียงท้ายคำ เช่น -ed, -es, หรือคำย่อได้ถูกต้องหรือเปล่า, ท่านสะกดคำได้ถูกต้องหรือเปล่า เพราะแม้แต่คำที่ท่านออกเสียงได้ถูกต้องท่านก็อาจจะสะกดผิดก็ได้

ในแต่ละประโยคตัวอย่างนี้ ท่านพยายามฝึกให้ครบถ้วนทั้ง ฟัง - อ่าน - พูด - เขียน อย่างนี้แหละครับ แล้วจึงค่อยคลิกเลื่อนไปยังประโยคต่อไป นี่เรียกว่าฝึกเอาคุณภาพ แต่ถ้าเวลาไหนท่านรู้สึกเครียดๆ ก็อาจจะฝึกสบาย ๆบ้างก็ได้ ไม่ต้องฝึกเป๊ะตามที่ผมแนะข้างบน แต่อยากจะเรียนด้วยความจริงใจว่า ถ้ามีวินัยฝึกอย่างที่เรียนไว้ข้างบนจะได้ประโยชน์มากทีเดียว

เมื่อท่านฝึกเดินหน้าไปหลาย ๆ ประโยคแล้ว เวลาที่ย้อนกลับ ให้ท่านคลิก Back เรื่อย ๆ เพราะท่านจะได้ฟังเสียงประโยคตัวอย่างย้อนหลังอีก 1 รอบ

บางท่านอาจจะบอกว่า ก็ได้ฝึกแค่ตัวอักษร d และ s เท่านั้น ไม่จริงหรอกครับ เพราะว่า คำอื่น ๆ ในประโยคตัวอย่างก็ขึ้นต้นด้วยอักษรตั้งแต่ a ถึง z เพราะฉะนั้นท่านก็ได้ฝึกฟังทุกคำตั้งแต่ a ถึง z แหละครับ

+ + + + + + + + + + +
Damage 14, demand 16, dance 9, dangerous 11, dark 22,

date 14, day 67, dead 37, deal 18, death 27,

debate 12, decide 16, deep 27, delay 6, depend 11,

describe 8, design 17, desire 8, develop 21, die 34,

different 18, difficult 12, direct 17, dirty 16, dish 8,

dispute 12, distance 13, divide 14, do 19, door 19,

double 13, doubt 19, down 56, draw 78, dream 21,

drink 13, drive 38, drop 52, dry 22, due 14, duty 19,
* * * * *

sad 17, safe 26, same 19, save 31, say 91,

school 25, score 14, sea 18, seat 23, second noun 8,

second number 25, secret 10, secure 13, see 142, seem 16,

send 48, separate adjective 8, eparate verb 13, serve 26, service 37,

set verb 104, set noun 15, sharp 29, shock 15, shoot 38,

shop 16, short 53, should 38, show verb 57, show noun 26,

sick 35, side 74, sign 30, since 14, sink 31,

sit 59, sleep 19, slow 19, small 28, smell 8,

smooth 16, so adverb 54, so conjunction 9, soft 29, something 26,

sorry 31, sound noun 13, sound verb 32, sound adjective 11, speak 37,

stand 125, stop 51, strike 55, strong 46, such 27, sure 31


เมื่อพูดภ.อังกฤษแต่นึกศัพท์ไม่ออก จะทำอย่างไร

สวัสดีครับ
ถ้าต้องแปลจากอังกฤษเป็นไทย และจากไทยเป็นอังกฤษ สำหรับท่านอย่างไหนง่ายกว่า? สำหรับผม - แปลจากอังกฤษเป็นไทยง่ายกว่าเยอะ สาเหตุก็อาจจะเป็นเพราะว่าผมรู้ภาษาไทยดีกว่าภาษาอังกฤษ จึงหาคำไทยมาเทียบศัพท์อังกฤษได้ง่ายกว่าที่จะหาคำอังกฤษมาเทียบศัพท์ไทย ผมเข้าใจว่าคนไทยหลายๆคนก็คงเป็นอย่างผม

แต่เมื่อต้องคุยกับคนต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษหรือต้องเป็นล่าม ปัญหาที่พบบ่อยก็คือ เมื่อต้องพูดหรือแปลเป็นภาษาอังกฤษ มันนึกศัพท์อังกฤษไม่ออก แล้วจะทำยังไงดีล่ะครับ...

 

ถ้าต้องแปลจากอังกฤษเป็นไทย และจากไทยเป็นอังกฤษ สำหรับท่านอย่างไหนง่ายกว่า? สำหรับผม - แปลจากอังกฤษเป็นไทยง่ายกว่าเยอะ สาเหตุก็อาจจะเป็นเพราะว่าผมรู้ภาษาไทยดีกว่าภาษาอังกฤษ จึงหาคำไทยมาเทียบศัพท์อังกฤษได้ง่ายกว่าที่จะหาคำอังกฤษมาเทียบศัพท์ไทย ผมเข้าใจว่าคนไทยหลายๆคนก็คงเป็นอย่างผม

แต่เมื่อต้องคุยกับคนต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษหรือต้องเป็นล่าม ปัญหาที่พบบ่อยก็คือ เมื่อต้องพูดหรือแปลเป็นภาษาอังกฤษ มันนึกศัพท์อังกฤษไม่ออก แล้วจะทำยังไงดีล่ะครับ ก็ต้องหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน มันจะถูกหรือผิดผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เพราะไม่เคยได้รับการอบรมเรื่องนี้มาเลย แต่ผมก็แก้ปัญหาตามประสาลูกทุ่งอย่างนี้ครับ



วิธีที่ 1: แปลจากภาษาไทยยากๆเป็นภาษาไทยง่ายๆ
ยกตัวอย่างเช่น ตอนแปลคำว่า "ความรู้สึกกระอักกระอ่วน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" ตอนจะแปลจริงๆนึกไม่ออกครับว่า ต้องแปลยังไง รู้แต่ว่าความรู้สึกแบบนี้ มันไม่มีความสุขแน่ๆก็เลยแปลง่ายๆว่า

 

difficult feeling

มีอยู่ครั้งหนึ่งต้องพูดคำว่า "ตามผลการสำรวจสำมโนประชากรของประเทศไทย" นึกไม่ออกจริงๆครับว่า "สำมโนประชากร" นี่ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร รู้แต่ว่ามันเป็นการสำรวจข้อมูลประชากรในประเทศในด้านต่างๆ เลยแปลไปว่า population survey

หลายๆคำที่ใช้คำพูดถึงความรู้สึก เช่น "น้อยใจ" จะให้แปลไทยเป็นไทยยังคิดไม่ออกเลยครับว่าจะแปลยังไง แล้วจะแปลเป็นภาษาอังกฤษได้รึนี่? ผมแปลดื้อๆเลยครับว่า feel sorry

ยกตัวอย่างอีกคำหนึ่ง คือ "เกรงใจ" เช่นกันครับแปลคำนี้เป็นภาษาไทยยังต้องคิดนาน จริงๆแล้วถ้าพูดว่า "เกรงใจ" แต่ละสถานการณ์ก็ไม่เหมือนกันอีก แต่โดยทั่วไปคงจะหมายถีง ไม่อยากให้คนอื่นลำบาก เช่น พูดว่า "ผมเกรงใจคุณเลยไม่ได้โทรถึงเมื่อวันอาทิตย์" ผมพูดง่ายๆเลยว่า "I didn't call you on Sunday because I didn't want to annoy you."

มีอยู่ครั้งหนึ่งผมคุยกับคนต่างชาติ คุยเลยไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ แล้วจะต้องพูดว่า "ช่วงนั้นประเทศไทยประสบปัญหาเงินเฟ้อ" ผมนึกถึงคำว่า inflation ไม่ออกจริงๆ รู้แต่ว่า ถ้าเงินเฟ้อล่ะก็ของต้องแพง เลยพูดไหลไปเลยว่า "During that time, everything in Thailand was expensive." ก็พอมั่วๆไปได้

ผมเข้าข้างตัวเองไว้ก่อนว่า วิธีแก้ปัญหาแบบนี้ คือ แปลจากภาษาไทยยากๆเป็นภาษาไทยง่ายๆซะก่อน (ใช้เวลาไม่กี่วินาที) แล้วจึงค่อยแปลเป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ แม้วิธีนี้อาจจะไม่ perfect แต่ก็น่าจะพอถูไถไปได้



วิธีที่ 2: ถ้านึกศัพท์ที่เจาะจงไม่ออก ก็ใช้ศัพท์ทั่วไป
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมต้องพาผู้เชี่ยวชาญฝรั่งไปดูงานที่จังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการของหน่วยงานที่ไปเยี่ยม เขาบรรยายว่า "นักโบราณคดีขุดพบซากไดโนเสาร์ที่จังหวัดขอนแก่น" ผมเจอปัญหาเดิมครับ คือ นึกไม่ออกว่า "นักโบราณคดี" นี่ภาษาอังกฤษว่ายังไง ผมเลยใช้คำว่า an expert เพราะยังไงๆนักโบราณคดีก็ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญแน่ๆ

คำบางคำฟังแล้วเป็นศัพท์วิชาการมากๆเลย เช่น พูดว่า "เขาศึกษานิเวศวิทยา" นึกภาษาฝรั่งไม่ออกอีกแล้วครับ รู้แต่ว่ามันเป็นวิชาๆหนึ่ง ผมรู้ว่า "วิชา" ภาษาอังกฤษ คือ " a subject" และนิเวศวิทยาก็คงเป็นวิชาที่ว่าด้วยการรักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ก็น่าจะเป็น a subject about clean environment และตอนหลังเมื่อต้องพูดถึงคำนี้อีกก็พูดสั้นๆว่า the study หรือ the subject เมื่อเสร็จงานแล้วมาเปิดดิกก็พบว่า แปลอย่างนี้ไม่ค่อยจะถูกนัก แต่ก็น่าจะพออภัยให้ได้นะครับ

ผมคิดว่าวิธีใช้ศัพท์ทั่วไป เพื่อแปลศัพท์จำเพาะนี้น่าจะเอาไปใช้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นคำนาม, adjective, หรือคำกริยา เช่น ภาษาไทย คำอะไรทั้งหลายแหล่ที่มันหมายถึงไม่ค่อยมีความสุข เช่น ทรมาน โศก เศร้า ทุกข์ เสียใจ หดหู่ ฯลฯ ถ้านึกศัพท์เจาะจงไม่ได้เดี๋ยวนั้น ก็ใช้ not happy หรือ unhappy ไปก่อน

คำที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "ต้น" หรือ "ดอก" ต้นไม้นั้น ดอกไม้นี้มีเป็นสิบๆร้อยๆ อย่างใครจะไปจำศัพท์ได้ ก็เอาง่ายๆเลยว่า a tree หรือ a flower และเมื่อพูดกับเขาครั้งต่อไปหลังจากที่เข้าใจกันแล้วว่า หมายถึง ต้นไม้อะไรหรือดอกไม้อะไร ก็ใช้ the tree หรือ the flower แทน

สรุปก็คือถ้าเราไม่รู้ศัพท์โดยเจาะจง ให้เราพยายามดูว่ามันเป็นประเภทอะไร แล้วก็พูดโดยใช้ศัพท์กลางๆตัวนั้น เช่น เครื่องมือ ก็ tool, สัตว์ ก็ animal, "นัก" นั่น "นัก" นี่ ซึ่งหมายถึงผู้เชี่ยวชาญก็ใช้ "expert", หมอสารพัดหมอ ไม่ว่าจะเป็นหมอสูติฯ หมอศัลย์ หมอฟัน หมอเด็ก หมอโรคหัวใจ ฯลฯ นึกไม่ออกก็ใช้ " doctor" ไปก่อน เป็นต้น

หรือคำกริยาก็เหมือนกันครับ ถ้าเราต้องเป็นล่ามหรือแม้ต้องเป็นคนพูดเองก็ตาม ภาษาไทย(รากศัพท์จากบาลี) บางคำหรูหราและมีวรรณศิลป์มาก เช่น "เขาค่อยๆประดิดประดอยนำดอกไม้ใส่แจกัน" ตอนแปลไม่ต้องคิดมากเกินไปหรอกครับ ทำอย่างประดิดประดอยก็ต้องไม่ทำอย่างลวกๆ ต้องตั้งใจทำหน่อย ใช้ carefully ก็น่าจะได้

ท่านที่เป็นแฟน Blog นี้ คงจะสังเกตว่าผมเน้นเรื่องการจำศัพท์พื้นฐานให้ได้ เพราะว่าศัพท์พื้นฐานเพียงสัก 1 -2,000 คำนี่แหละครับ เอาไปใช้พูด-ใช้แปลได้ตั้งแต่เรื่องไม้จิ้มฟันยันเรือรบ และแม้ว่าเราจะไม่สามารถพูดหรือแปลได้อย่างนักวิชาการ แต่เราก็สามารถพูดให้คนต่างชาติรู้เรื่องได้แหละน่า

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นวิธีที่ผมใช้แก้ปัญหาเวลาพูดหรือเป็นล่าม แต่นึกศัพท์ภาษาอังกฤษไม่ออกในทันที และต้องหาทางพูดสื่อสารออกไปให้ได้ก่อน

ท่านใดมีประสบการณ์เกี่ยวกับการพูดหรือการเป็นล่าม เขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

ศัพท์พื้นฐานที่น่าสนใจ
[367] ศัพท์พื้นฐาน 1,000 คำ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
[407] 1,000 คำศัพท์ไทยที่ใช้บ่อย (พร้อมคำแปล)
[450] ฟังเสียงศัพท์หมวด 1,500 คำ
[444]ดาวน์โหลด‘ตัวช่วย'พิชิตดิก Oxford & Longman
[476] จำศัพท์วิ่ง 1,500 คำ จากหน้าคอมฯ


Description
Pipat
Posts: 187
Comments: 15
"พัฒนาคนไทย ด้วยของฟรีๆ" ... ภาษาอังกฤษ English for Thais รวมรวมของฟรี ของดี เพื่อคนชอบ ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ การฟัง listening, การพูด การสนทนา การออกเสียง, การอ่าน reading, การเขียน writing, ไวยากรณ์ grammar, ศัพท์ vocabulary, Test ภาษาอังกฤษ
Powered by:
BoonEx - Community Software; Dating And Social Networking Scripts; Video Chat And More.
Copyright © 2010 www.ThaiCampus.Net