|
|
Top Posts
Irena Sendler วีรสตรี ที่ไม่ได้ nobel peace prize อังกฤษ ไทย แปลเสร็จ
Irena Sendler
There recently was a death of a 98 year-old lady named Irena. During WWII, Irena, got permission to work in the WarsawGhetto, as a Plumbing/Sewer specialist. She had an ' ulterior motive ' ... She KNEW what the Nazi's plans were for the Jews, (being German.) Irena smuggled infants out in the bottom of the tool box she carried and she carried in the back of her truck a burlap sack, (for larger kids.) She also had a dog in the back that she trained to bark when the Nazi soldiers let her in and out of the ghetto. The soldiers of course wanted nothing to do with the dog and the barking covered the kids/infants noises. During her time of doing this, she managed to smuggle out and save 2500 kids/infants. She was caught, and the Nazi ' s broke both her legs, arms and beat her severely. Irena kept a record of the names of all the kids she smuggled out and kept them in a glass jar, buried under a tree in her back yard. After the war, she tried to locate any parents that may have survived it and reunited the family. Most of course had been gassed. Those kids she helped got placed into foster family homes or adopted.
Last year Irena was up for the Nobel Peace Prize ... She was not selected.
* Al Gore won, for a slide show on Global Warming.
LET'S SEND THIS ONE AROUND THE WORLD!!!!!!!!
GOD BLESS HER May she rest in Peace.
เธอเพิ่งเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 98
ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอได้ทำงานที่ วอซอร์เก็ตโต WarsawGhetto (ค่ายกักกันยิว ชื่อ WarsawGhetto) หน้าที่ของเธอคือ ผู้เชี่ยวชาญการประปาและระบบระบายน้ำ แต่เธอมีเป้าหมาย ที่ไม่มีใครรู้
เธอทราบว่า นาซีมีแผนจะฆ่าล้างเป่าพันธ์ชาวยิว (เธอเป็นคนเยอรมัน)
เธอจึงลักลอบเอาเด็กอ่อนและเด็กเล็กใส่ในก้นกล่องเครื่องมือ (the bottom of the tool box) และถ้าเป็นเด็กใหญ่ใส่ในกระสอบ (burlap sack)
เธอสอนสุนัขของเธอให้เห่าพวกนาซีเวลาเธอ เข้าๆ ออกๆ ค่ายกักกัน แน่นอนไม่มีทหารอยากยุ่งกับสุนัขและกล่องที่ซ่อนเด็กๆไว้ เธอสามารถซ่อนเด็กและช่วยชีวิตเด็กๆได้ 250 คน
เธอถูกจับได้ พวกนาซีหักขาเธอทั้งสองข้าง แขน และ ทุบตี ซ้อมเธออย่างแสนสาหัส
ในขณะที่เธอทำสิ่งเหล่านี้ เธอซ่อนรายชื่อเด็กๆที่เธอช่วยไว้ในขวดโหลแก้ว ฝังมันไว้ใต้ต้นไม้หลังบ้านเธอ
หลังสงคราม เธอพยายามตามหา พ่อแม่ของเด็กๆเหล่านั้น เพื่อเอาเด็กๆไปคืน เพื่อให้ครอบครัวได้พบกันอีกครั้ง แต่แน่นอน ส่วนใหญ่พ่อแม่ถูกรมแก็สพิษ เสียชีวิตไปเสียส่วนใหญ่ เด็กๆกลายเป็นเด็กที่ถูกรับไปเลี้ยง และ อุปถัมภ์จากครอบครัวอื่นๆ
ปีที่แล้ว เธอได้ถูกนำเสนอชื่อเพื่อรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ (Nobel Peace Prize) แต่เธอไม่ได้รางวัล
คนชะคือ อัล กอร์ (Al Gore) เพราะโชว์แค่สไลด์ ว่าเขา สู้เพื่อโลกร้อน (Global Warming)!!!!
เราทุกคนช่วยกัน รำลึกถึงเธอ โดยการยืนขึ้นและให้เกียรติ วีรสตรีคนนี้
ขอให้พระเจ้าให้พรเธอ และให้เธอไปสู่สุขในสวรรค์
และบอกเธอต่อๆกันด้วย
ปล. แปลไทยไม่เก่ง เพราะภาษาไทยไม่แข็งแรงอ๊ะ หากเจอพิมพ์ไทยผิด ให้อภัยคนแปลด้วยจ๊ะ
ฉลากหลักแหลม ให้แห่คิดและขำกลิ้ง ไม่อ่านไม่ได้
มีคนลงใน pantip บทความดังนี้
ก่อนอื่นดิฉันขอสาบานว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริงค่ะ ดิฉันอายุ 25 ปีค่ะ ความสูง 170 ซม. น้ำหนัก 50 กิโล ส่วนสัด 34-24-36 ผมยาว หน้าตาจัดว่าสวยมาก เซ็กซี่ มีรสนิยม ดิฉันอยากจะแต่งงานกับผู้ชายรายได้สักสองแสนบาทอัพต่อเดือนสักคน คุณอย่าเพิ่งมองฉันโลภนะคะ รายได้ประมาณสองแสนเนี้ยแค่ชนชั้นระดับกลางๆในห้องสินธรหรือวงการตลาดหุ้นเอง ฉันไม่ได้เรียกร้องมากไปใช่ไหมคะ มีใครในพันทิพ ห้องสินธรนี้ที่รายได้เกินสองแสนบ้างคะ พวกคุณแต่งงานไปกันหมดหรือยัง กรุณาช่วยตอบดิฉันทีค่ะ คือดิฉันอยากแต่งงานกับคนรวยๆ อย่างพวกคุณ พวกที่ดิฉันคบด้วยนี่มีแต่พวกธรรมดาๆ รายได้อย่างมากไม่เกินสามหมื่นเอง รายได้แค่นี้จะอุตริไปซื้อบ้านแถวสีลมเนี่ย ยังได้แค่มองเลยใช่ไหมคะ ดิฉันมีคำถามดังนี้ค่ะ กรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ
1. หลังจากตลาดหุ้นปิด พวกคุณมักไปต่อที่ไหนกันคะ (ชื่อร้าน , ผับ , fitness, ฯลฯ)
2. ถ้าจะแอบมองสาว คุณจะมองสาววัยไหนคะ
3. ทำไมคนที่แต่งงานกับคนรวยๆถึงมีแต่พวกอาซิ่มเฉิ่มๆ รสนิยมห่วยๆล่ะคะ
4. คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกคนที่คุณจะแต่งงานด้วยคะ
------------------------
หลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ก็มีเมล จากชายหนุ่มคนนึงส่งมาถึงเจ้าหล่อนว่า:
ถึงคุณสุดสวยครับ...
หัวข้อกระทู้ของคุณน่าสนใจมากครับ และคงมีผู้หญิงหลายคนมีคำถามเดียวกันกับคุณ ขออนุญาตตอบคำถามในมุมมองของคนเล่นหุ้นแบบผมนะคับ
รายได้ของผมจากการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และลงทุนในตลาดหุ้นมากว่า 10 ปี อยู่ที่ประมาณห้าแสนบาท ต่อเดือนขาดเหลือนิดหน่อย ซึ่งก็น่าจะผ่านเกณฑ์ของคุณ ดังนั้นผมเชื่อว่าคำตอบของผมน่าจะไม่ทำให้คุณเสียเวลาอ่านนะครับ
จากมุมมองของผมซึ่งเป็นนักธุรกิจ การที่แต่งงานโดยเลือกเฉพาะที่ความสวยเพียงอย่างเดียวนั้น ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด คำตอบนั้นง่ายมาก อธิบายตามตรง จากข้อมูลที่คุณให้มา คุณพยายามจะเน้นจุดแข็งของสินค้าคือ 'ความสวย' เพื่อแลกกับ 'เงิน'
เมื่อคุณมีความสวย และผมมีเงิน แน่นอนว่ามัน Fair และน่าจะเป็นไปได้กับโอกาสทางธุรกิจที่คุณเสนอแต่ก็ติดปัญหาที่ว่าความสวยของคุณนั้นจืดจางลงทุกวัน ในขณะที่เงินของผมไม่ได้ไปไหน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร หรือในอีกนัยหนึ่ง รายได้ของผมมีแต่จะเพิ่มทุกปีและเงินของผมก็สามารถนำไปให้ก่อให้เกิดผลตอบแทนงอกเงยขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่คุณไม่ได้สวยขึ้นเมื่อข้ามปี และมีแนวโน้มที่จะลดลงๆ ในแต่ละปีที่ผ่านไปเช่นกัน
ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ คุณคือสินทรัพย์ที่เสื่อมค่า ไม่ได้เสื่อมธรรมดานะ เสื่อมแบบอัตราก้าวหน้า ดังนั้นถ้าความสวยคือสิ่งเดียวที่คุณมี ก็จงคิดต่อว่า 10 ปีข้างหน้าจะทำอย่างไร
นิยามที่เราใช้กันในตลาดหุ้น คือ ทุกๆ การ Trade มี Position การคบกับคุณก็ถือเป็น Position แต่ถ้า Value ของมันลดลง เราจะขายมันทิ้ง ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะดันทุรังเก็บมันไว้ ซึ่งหมายถึงการแต่งงานที่คุณต้องการ อาจจะแทงใจดำถ้าผมต้องบอกคุณตรงๆอย่างจริงใจว่า ถ้า Value ของ Asset ลดลงเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ขายทิ้ง เราจะ ใช้วิธีการ 'ให้เช่าซื้อ' แทน
แน่นอนว่าคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทต่อเดือนฉลาดพอ พวกเขาแค่คบคุณ แต่จะไม่แต่งงานกับคุณ ดังนั้นจึงขอแนะนำคุณอย่างหวังดีว่าคุณควรที่จะหยุดที่จะหาวิธีที่จะได้แต่งงานกับคนรวย และคุณควรที่จะทำให้ตัวเองเป็นคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทแทนซะเอง ซึ่งในทางเทคนิคแล้วน่าจะมีโอกาสมากกว่าการหาคนรวยแต่โง่คนนึง (รวยธรรมดาอย่างเดียวไม่พอ ต้องโง่พร้อมด้วย) หวังว่าคำตอบนี้จะช่วยคุณได้บ้าง อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณสนใจ option ในบริการ ! 'เช่าซื้อ' กรุณาติดต่อผม..... เพื่อทำ Bid offer ในโอกาสต่อไป ***** *********
จาก Fwd ใน board pantip ...
"ตะลึง"...คุณหมอพรทิพย์เขียนไว้ว่า เวลาผ่าศพจะเจออุจจาระตกค้างในลำไส้
อย่างน่าตกใจบางศพ มีน้ำหนักอุจจาระถึง 10 โล...
แล้วเป็นเพราะอะไร ???
เค๊าว่า "อุจจาระตกค้าง" อุจจาระตกค้าง เนื่องมาจาก
1. เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด
2. กินอาหารที่มีกากใยน้อย
3. มีพยาธิ หรือ เชื้อรา ทำให้ระบบย่อยอาหารผิดปกติ
4. ระบบดูดซึมเสีย เพราะน้ำมันพืชเคลือบ ทำให้น้ำที่ดื่มเข้าไป ไม่หมุนเวียน
5. ไม่ถ่ายอุจจาระเวลา 05.00-07.00 เช้า
หากถ่ายอุจจาระ หลังเวลา 7 โมงเช้า ลำไส้จะบีบให้อุจจาระขึ้นไปข้างบน
เวลาถ่าย จะถ่ายไม่หมด แต่ไม่รู้ตัว ที่ปลายลำไส้จะมีประสาทปลายทวาร
เมื่อมีอุจจาระที่เหลวพอ มาจ่อปลายทวาร ประสาทจะส่งสัญญานบอกสมองให้ปวดอึ หลัง 7 โมงเช้า
ลำไส้จะทำงานไม่เป็นปกติ บีบอุจจาระให้ขาดช่วง เวลาถ่ายจนรู้สึกว่าหมดแล้ว เราก็หยุด
แต่ความจริงอุจจาระท้ายขบวนยังไม่ออก แต่มันถูกดันกลับขึ้นไป ไม่มาจ่อปลายทวาร
ทำให้เราไม่ปวดอึ เราก็นึกว่าหมดแล้ว อุจจาระที่ค้างไว้นี้ ก็จะเกาะที่ผนังลำไส้พอมีอุจจาระใหม่ที่เหลวกว่า
มันก็แซงหน้าไปก่อน แต่มันไม่สามารถดันพวกที่ค้างแข็งให้ออกไปได้ พวกที่ค้างแข็งไว้ ก็เกาะติดแน่น
ฉะนั้น ทุกวันที่ถ่าย มันก็ถ่ายเฉพาะอึที่เหลวพอ ส่วนที่เหลือ ก็เกาะไปเรื่อย ๆ
อุจจาระตกค้างจะไปทับเส้นเลือดต่าง ๆ
ในกระเพาะและ กดทับกระดูกหลัง ทำให้เกิดอาการมากมาย เช่น
ท้องอืด ปวดหลัง ปวดขา ปวดกล้ามเนื้อที่ไหล่และสะบัก เวียนหัว อ่อนเพลีย
นอนไม่หลับ เป็นฝ้า ไมเกรน และ อื่น ๆ
"นั่นแหละเป็นที่มา..ที่คุณหมอพรทิพย์เขียนไว้ว่า เวลาผ่าศพจะเจออุจจาระตกค้างในลำไส้
อย่างน่าตกใจบางศพ มีน้ำหนักอุจจาระถึง 10 กิโล"
การนำอุจจาระตกค้างออกจึงจำเป็นต้องหาว่าเป็นที่สาเหตุใดใน 5 สาเหตุข้างต้น แต่ถ้าสามารถได้รับการตรวจด้วยลูกดิ่งเพนดูลั่มก็จะรู้ได้
สำหรับท่านที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาให้ตรวจ
ก็แนะนำให้ถ่ายพยาธิเสียก่อน แล้ว ลองสูตรอาหารดังต่อไปนี้
1. เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา ผสมน้ำ 1 แก้ว ทิ้งไว้ 30 นาที ดื่มก่อนนอน
เม็ดแมงลักจะลากอุจจาระตกค้างออกมา
ทานเป็นปกติได้ทุกวัน หรือ 3-4 วันต่อสัปดาห์ แล้วแต่จะชอบ
2. นมสด 2 กล่อง (รวมจะได้ประมาณ 500 มิลลิตร) และ กล้วยน้ำว้า 2 ลูก ทานก่อน 6 โมงเช้า
ช่วงแรกควรทานติดกัน 3 วัน หากถ่ายก่อน 7 โมงเช้าเป็นปกติได้แล้ว
ก็ลดมาเป็นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือ ตามที่เห็นสมควร
3. ทานผักบุ้ง 2 กำมือ ผัด หรือ ต้ม ทำอาหารตามใจชอบ ผักบุ้งจะลากอุจจาระตกค้างออกมา
สวัสดีครับ
ที่ลิงค์นี้ http://esl.about.com/od/beginnerpronunciation/a/basicquestions.htm
เขารวบรวม 50 ประโยคพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในการสนทนา ผมได้พิมพ์คำแปลเทียบลงไปด้วยแล้ว
ท่านใดต้องการฝึกการสนทนาพื้นฐาน น่าจะ print เอาไปฝึกซ้อมพูดให้คล่อง หรือถ้าเห็นว่ามีน้อง ๆ เพื่อน ๆ คนไหนที่น่าจะได้รับประโยชน์ จะ print ไปแจกเขาก็ดีนะครับ
ประโยคเหล่านี้มีโครงสร้างง่าย ๆ ท่านสามารถเอาไปปรับใช้พูดเรื่องอื่น ๆ ได้อีกมากมาย และในประโยคที่มีคำว่า etc หรือ ‘ฯลฯ' นั้น ท่านสามารถใช้คำอื่นแทนได้ตามความเหมาะสมในสถานการณ์จริงของการสนทนา
ถ้าขณะนี้ท่านกำลังต่อเน็ตอยู่ และเครื่องคอมฯที่ท่านใช้มีลำโพงฟังเสียงได้ ท่านสามารถ copy ประโยคสนทนาภาษาอังกฤษข้างล่างนี้ ไป paste ลงที่เว็บนี้ และดับเบิ้ลคลิกที่ Say It ก็จะได้ฟังการออกเสียงด้วย
http://www.oddcast.com/home/demos/tts/tts_example.php?sitepal
ขอเชิญครับ
= = = = = = = =
Personal Information ถาม-ตอบ ข้อมูลส่วนตัว
Q 1: What's your name? คุณชื่ออะไร
A1: Peter. ปีเตอร์
Q 2: Where are you from? / Where do you come from? คุณมาจากไหน
A 2: I'm from ... I come from ... ฉันมาจาก.......
Q 3: What's your surname / family name? คุณนามสกุลอะไร
A 3: Smith. สมิธ
Q 4: What's your first name? คุณชื่ออะไร
A 4: Tom. ทอม
Q 5: What's your address? ที่อยู่ของคุณคือที่ไหน
A 5: 7865 NW Sweet Street 7865 นอร์ธเวสต์ ถนนสวีท
Q 6: Where do you live? คุณอาศัยอยู่ที่ไหน
A 6: I live in San Diego. ฉันอาศัยอยู่ที่ ซาน ดิเอโก
Q 7: What's your (tele)phone number? คุณหมายเลขโทรศัพท์อะไร
A 7: 209-786-9845
Q 8: How old are you? คุณอายุเท่าไร
A 8: Twenty-five. I'm twenty-five years old. ยี่สิบห้า. ฉันอายุ 25 ปี
Q 9: When / Where were you born? คุณเกิดเมื่อไร ที่ไหน
A 9: I was born in 1961 / Seattle. ฉันเกิดในปี ค.ศ. 1961 ที่ซีแอตเติ้ล
Q 10: Are you married? / What's your marital status? คุณแต่งงานหรือยัง / สถานภาพการสมรสของคุณเป็นอย่างไร
A 10: I'm single. ฉันยังโสด
Q 11: What do you do? / What's your job? คุณทำอาชีพอะไร
A 11: I'm a librarian. ฉันเป็นบรรณารักษ์
Q 12: Where did you go? คุณไปไหนมา
A 12: I went to a friend's house. ฉันไปบ้านเพื่อนมา
Q 13: What did you do? คุณได้ทำอะไร
A 13: We played video games. เราเล่นวีดิโอเกมส์
Q 14: Where were you? คุณอยู่ที่ไหน (ถามที่เคยอยู่ในอดีต)
A 14: I was in New York for the weekend. ฉันอยู่ในนิวยอร์กตอนสุดสัปดาห์
Q 15: Have you got a car / job / house / etc.? คุณมีรถ / งาน / บ้าน ฯลฯ หรือเปล่า
A 15 : Yes, I've got a good job. ใช่ เรามีงานที่ดีทำ
Q 16: Have you got any children / friends / books / etc.? คุณมีบุตร / เพื่อน / หนังสือ ฯลฯ บ้างไหม
A 16: Yes, I've got three children - two boys and a daughter. ใช่ เรามีบุตร 3 คน เป็น ชาย 2 คน หญิง 1 คน
Q 17: Can you play tennis / golf / football / etc.? คุณเล่นเทนนิส / กอล์ฟ / ฟุตบอล / ฯลฯ เป็นไหม
A 17: Yes, I can play golf. ใช่ ฉันเล่นกอล์ฟได้
Q 18: Can you speak English / French / Japanese / etc.? คุณพูดภาษาอังกฤษ/ ฝรั่งเศส / ญี่ปุ่น ฯลฯ ได้ไหม
A 18: No, I can't speak Japanese. ไม่ได้ ฉันพูดญี่ปุ่นไม่ได้
Q 19: Could you speak English / French / Japanese / etc.? when you were five / two / fifteen / etc. years old? คุณพูดภาษาอังกฤษ/ ฝรั่งเศส / ญี่ปุ่น ฯลฯ ได้ไหม ตอนคุณอายุ 5 / 2 / 15 / ฯลฯ ปี
A 19: Yes, I could speak English when I was five years old. ใช่ ฉันพูดภาษาอังกฤษได้เมื่ออายุ 5 ขวบ
Saying Hello พูดทักทาย
Q 20: How do you do? คุณสบายดีไหม
A 20: How do you do. Pleased to meet you. ยินดีที่เพบคุณ
Q 21: How are you? คุณสบายดีไหม
A 21: Fine, thanks. And you? สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ
Shopping เมื่อช็อปปิ้ง
Q 22: How can I help you? / May I help you? คนขาย: จะให้ช่วยอะไรบ้าง
A 22: Yes. I'm looking for a sweater. คนซื้อ: ครับ กำลังมองหาเสื้อสเวตเตอร์สักตัว
Q 23: Can I try it on? คนซื้อ: ขอลองได้ไหม
A 23: Sure, the changing rooms are over there. คนขาย: ได้ซีครับ ห้องลองเสื้ออยู่ตรงโน้นครับ
Q 24: How much does it cost? / How much is it? คนซื้อ: ราคาเท่าไร
A 24: It's $45. คนขาย: 45 เหรียญ
Q 25: How would you like to pay? คนขาย: คุณจะจ่ายยังไงครับ
A 25: By credit card. คนซื้อ: ใช้บัตรเครดิต
Q 26: Can I pay by credit card / check / debit card? คนซื้อ: ฉันจะจ่ายโดยใช้ บัตรเครดิต / เช็ค / บัตรเดบิต ได้ไหม
A 26: Certainly. We accept all major cards. คนขาย: ได้ซีครับ เรารับบัตรเครดิตยี่ห้อใหญ่ ๆ ทุกยี่ห้อ
Q 27: Have you got something bigger / smaller / lighter / etc.? คนซื้อ: คุณมีตัว ที่ใหญ่กว่า / เล็กกว่า / เบากว่า / ฯลฯ หรือไม่
A 27: Certainly, we've got a smaller sizes as well. คนขาย: มีครับ ขนาดเล็กกว่าเราก็มี
Asking Something Specific ถามคำถามเจาะจง
Q 28: What's that? นั่นอะไรน่ะ
A 28: It's a cat! แมว
Q 29: What time is it? เวลาเท่าไร
A 29: It's three o'clock. 3 นาฬิกา
Q 30: Can / May I open the window? ฉันขอเปิดหน้าต่างได้ไหม
A 30: Certainly. It's hot in here! ได้ซีครับ ข้างในนี่ร้อน
Q 31: Is there a bank / supermarket / pharmacy / etc. near here? มีธนาคาร / ซูเปอร์มาเก็ต / ร้านขายยา / ฯลฯ ที่อยู่ใกล้ ๆ บ้างไหม
A 31: Yes. There is a bank on the next corner next to the post office. มีครับ มีธนาคารแห่งหนึ่ง ที่มุมถนนถัดไปติดกับที่ทำการไปรษณีย์
Q 32: Where is the nearest bank / supermarket / pharmacy / etc.? ธนาคาร / ซูเปอร์มาเก็ต / ร้านขายยา / ฯลฯ ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหนครับ
A 32: The nearest pharmacy is on 15th street. ร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ถนนหมายเลข 15
Q 33: Who wrote / invented / painted / etc. the ...? ใครคือผู้ เขียน / ประดิษฐ์ / วาด ภาพ / ฯลฯ .....
A 33: Hemingway wrote "The Sun Also Rises". เฮมิงเวย์เขียนหนังสือ "The Sun Also Rises"
Q 34: Is there any water / sugar / rice / etc.? มีน้ำ / น้ำตาล / ข้าว ฯลฯ บ้างไหม
A 34: Yes, there's a lot of sugar left. มีครับ มีน้ำตาลเหลืออยู่เยอะทีเดียว
Q 35: Are there any apples / sandwiches / books / etc.? มีแอปเปิ้ล / แซนด๋วิช / หนังสือ / ฯลฯ บ้างไหม
A 35: No, there aren't any apples left. ไม่มีครับ ไม่มีแอปเปิ้ลเหลืออยู่เลย
Q 36: Is this your / his / her / etc. book / ball / house / etc.? นี่คือ หนังสือ / ลูกบอล / บ้าน / ฯลฯ ของคุณ / ของเขา / ฯลฯ ใช่ไหมครับ
A 36: No, I think it's his ball. ไม่ใช่ครับ ฉันคิดว่าเป็นลูกบอลของเขา
Q 37: Whose is this / that? สิ่งนี้ / สิ่งนั้น เป็นของใคร
A 37: It's Jack's. เป็นของแจ๊ก
Questions with 'Like' คำถามที่มีคำว่า ‘like' (like แปลว่า ‘ชอบ' หรือ ‘คล้าย' หรือ ‘มีลักษณะ')
Q 38: What do you like? คุณชอบอะไร
A 38: I like playing tennis, reading and listening to music. ฉันชอบเล่นเทนนิส, อ่านหนังสือ และฟังเพลง
Q 39: What does he look like? เขามีลักษณะเป็นยังไง
A 39: He's tall and slim. เขาสูงและผอม
Q 40: What would you like? คุณชอบอะไร
A 40: I'd like a steak and chips. ฉันชอบสเต็กและชิป
Q 41: What is it like? มันมีลักษณะเป็นอย่างไร
A 41: It's an interesting country. มันเป็นประเทศที่น่าสนใจประเทศหนึ่ง
Q 42: What's the weather like? อากาศเป็นอย่างไรบ้าง
A 42: It's raining at the moment. ตอนนี้ฝนตก
Q 43: Would you like some coffee / tea / food? คุณจะรับกาแฟ / ชา / อาหาร บ้างไหม
A 43: Yes, thank you. I'd like some coffee. ครับ ขอบคุณครับ ขอรับกาแฟแล้วกันครับ
Q 44: Would you like something to drink / eat? จะรับอะไรดื่ม / ทาน ไหมครับ
A 44: Thank you. Could I have a cup of tea? ขอบคุณครับ ขอชาสักถ้วยได้ไหมครับ
Asking for an Opinion พูดขอความคิดเห็น
Q 45: What's it about? มันเกี่ยวกับอะไร
A 45: It's about a young boy who encounters adventures. เกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งซึ่งเผชิญเรื่องผจญภัย
Q 46: What do you think about your job / that book / Tim / etc.? คุณคิดยังไงเกี่ยวกับ งานของคุณ / หนังสือเล่มนั้น / ทิม / ฯลฯ
A 46: I thought the book was very interesting. ฉันคิดว่าหนังสือเล่มนั้นน่าสนใจมาก
Q 47: How big / far / difficult / easy is it? มันใหญ่ / ไกล / ยาก / ง่าย ขนาดไหน (ใช้ it = เอกพจน์)
A 47: The test was very difficult! ข้อสอบยากมาก
Q 48: How big / far / difficult / easy are they? มันใหญ่ / ไกล / ยาก / ง่าย ขนาดไหน (ใช้ they = พหูพจน์)
A 48: The questions were very easy. คำถามง่ายมาก
Q 49: How was it? มันเป็นอย่างไรบ้าง
A 49: It was very interesting. มันน่าสนใจมาก
Q 50: What are you going to do tomorrow / this evening / next week / etc.? คุณกำลังจะทำอะไรพรุ่งนี้ / เย็นนี้ / สัปดาห์หน้า / ฯลฯ
A 50: I'm going to visit some friends next weekend. ฉันจะไปเยี่ยมเพื่อนสุดสัปดาห์หน้า
Suggestions คำแนะนำ
Q 51: What shall we do this evening? เราจะทำอะไรกันดีเย็นนี้
A 51: Let's go see a film. ไปดูหนังกันเถอะ
Q 52: Why don't we go out / play tennis / visit friends / etc. this evening? ทำไมเราไม่ออกไปข้างนอก / เล่นเทนนิส / ไปเยี่ยมเพื่อน / ฯลฯ กันเย็นนี้
A 52: Yes, that sounds like a good idea. ใช่ ฟังดูเข้าท่าทีเดียว
= = = = ==
เมื่อท่านคุ้นเคยกับ 52 ประโยคข้างต้นแล้ว ก็ลองคลิกที่นี่เพื่อทำ test:
50 basic English questions quiz.
ถ้ามีเวลาเชิญคลิกเข้าไปดูลิงค์นี้อีกครั้งนะครับ http://esl.about.com/od/beginnerpronunciation/a/basicquestions.htm
มีของดีให้ศึกษาอีกเยอะครับ
การแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ
สวัสดีครับ
ถ้าท่านต้องแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะอย่างเป็นทางการหรืออย่างไม่เป็นทางการ ยาวหรือสั้น ในห้องหรือนอกห้องประชุม ฯลฯ ประโยคในเว็บข้างล่างนี้ น่าจะพอนำเอาไปประยุกต์ใช้ได้ ไม่มากก็น้อย ขอเชิญเข้าไปดูได้เลยครับ
1) http://www.ceted.org/cet_media/talk_detail.php?id=3
2) http://southnfe.go.th/LearnSquare/courses/18/07eng1-06-chepter2.htm
3) http://www.yindii.com/english/doctor/nov/question_75.htm
4) http://www.krumanee.com/Survival%20English_new.htm#introductions
5) http://www.nb2.go.th/~praphas/english/businesscon/conver14.htm (เลื่อนลงไปจนถึง "บทที่ 2 การแนะนำตนเอง"
6) http://www.learningthai.com/family/siva.htm
7) http://www.learningthai.com/family/sanjutha.htm
8) http://www.learningthai.com/family/chatsiree.htm
9) http://www.learningthai.com/family/arinchaya.htm
10) http://www.learningthai.com/family/pongpol.htm
11) เติมคำในช่องว่าง และคอมพิวเตอร์จะแต่งประโยคแนะนำตัวให้ท่าน คลิก: A Self Introduction
12) คลิกฟังคำแนะนำตัว และตอบคำถาม: http://www.esl-lab.com/intro1/intro1.htm
แถม: การเขียนประวัติตนเอง เพื่อใช้ในการสมัครงาน หรือสมัครต่าง ๆ (Resume)
Your Resume
How to Write a Resume
หายหน้าไปท้าลมหนาว ยอดภูชี้ฟ้า.... เพิ่งมาจ้า....ยังไม่หายง่วงเลย...
นำตัวอย่างคำกลอนแนบใส่การ์ด...ส่งของขวัญ แนว ขำขำ สำหรับคนที่คุณรัก...มา 4 แบบ ค่ะ
แด่.... เจ้านายที่รัก
แด่...เพื่อนรัก
แด่...กิ๊ก...
แด่...เมียรัก
...ใช้ได้ผลแบบไหน...มาบอกกันด้วยเน้อ...
เกรด A-F ไม่ใช่ว่า A คือเก่งที่สุด
A = animal สมองน้อย
B = basic ก็แค่พื้นๆ
C = common ธรรมดา งั้นๆ
D = diligent ฉลาด หลักแหลม
F = fever เก่งจนเกิดกระแสความดัง
อันเกรด A เขาว่าเหมือนเช่นสัดว์
วันๆฟัดแต่ตำราน่าอดสู
A Animal สมองน้อยหงอยน่าดู
สงสัยครู ให้ได้ไง ไม่ค่อยเจอ
B Basic ใครๆก็ทำได้
เพราะมันง่ายกันไปจนน่าขำ
คนว่า'เบ' เกินไปเลยไม่ทำ
กลัวตอกย้ำความเบสิกสะกิดใจ
C Common แบบนี้สิใช้ได้
คนทั่วไปยอมรับและนับถือ
เกรดแบบนี้ได้มาเรียก 'ฝีมือ'
แต่ก็ถือว่ายังอ่อนเกินไป
D Deligent เกรดสุดฮิตของคนขยัน
ฟิตทั้งวันแต่เลคเชอร์ไม่เคยสน
conc. วิชา จีบสาว ม่อเกินทน
สุดยอดคน นายเยี่ยมมาก พูดจากใจ
เกรดใดๆไม่เท่า F Fever
ได้กันเกร่อรู้ทั่วถึงไหนๆ
ใครได้มา ก็ Fever น่าชื่นใจ
แล้วค่อยไป เรียนซัมเมอร์ด้วยกันเอย
ดาวน์โหลดตำราและ mp3 บทสนทนาพื้นฐาน 20 บท
สวัสดีครับ
สำหรับท่านที่ไม่มีโอกาสไปเรียนสนทนาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสอนภาษา วันนี้ผมมีตำราบทสนทนาภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน (ไฟล์ pdf) และไฟล์ mp 3 เพื่อใช้ฟังประกอบตำรา
ตำรา และ ไฟล์ mp3 ที่ให้ท่านดาวน์ในวันนี้ดียังไง? ขอเรียนว่า ถ้าท่านฝึกฝนร่ำเรียนกับตำราและ mp3 ชุดนี้อย่างขยันขันแข็ง ท่านจะสามารถฟัง-พูด-อ่าน-เขียนภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นอย่างมาก
รูปแบบในการเรียนมีดังนี้
[1] ท่านเปิดตำราขณะเรียนไปทีละบท ทีละหน้า
[2] เปิดไฟล์ mp3 ซึ่งจะมีลำดับดังนี้
- เที่ยวที่ 1 มีบทสนทนาให้ท่านฟังด้วย speed ปกติ
- เที่ยวที่ 2 ฟังการสนทนาบทเดิม ทีละประโยค แต่ speed ช้า, ท่านสามารถฝึกพูดตามไปได้ทีละประโยค ๆ
- ยกเอาศัพท์และประโยคสำคัญที่ใช้ในบทสนทนา มาออกเสียงให้ฟังช้า ๆ ทีละคำ / ทีละประโยค โดยพูดช้า ๆ , เว้นระยะให้ท่านฝึกพูดตามได้ ทีละคำ / ทีละประโยค
ในการฟังไฟล์ mp3 นี้ ท่านสามารถใช้วิธี play, pause, forward, backward ท่านจะฟังซ้ำ - พูดซ้ำ - พูดตาม กี่ครั้ง - กี่สิบครั้งก็ได้ตามใจท่าน
[3] เมื่อจบการฟังแล้ว ในตำราจะนำเอาคำศัพท์ หรือวลีมาสร้างเป็นประโยคให้ท่านได้ศึกษา, มีแบบฝึกหัดให้ท่านทำ, และมีเฉลยให้ท่านตรวจ (ต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง อย่าดูเฉลยก่อนทำแบบฝึกหัดนะครับ)
ข้อที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับตำราและ mp3 ชุดนี้ก็คือ บทสนทนา, คำศัพท์, วลี,สำนวน, ประโยคที่นำมาใช้สอนนั้น ท่านสามารถจดจำเอาไปใช้พูดได้จริง ๆ และในตำรายังมีภาพลายเส้นประกอบทำให้เป็นตำราที่เข้าใจง่ายและไม่น่าเบื่อ
ถ้าท่านต้องการเปิดดิกชันนารี อังกฤษ - ไทย เชิญคลิกใช้ ดิกชันนารีเล่มนี้
เอาละครับ เชิญดาวน์โหลดไฟล์ไปศึกษาได้เลยครับ
(วิธีดาวน์โหลด: คลิกขวาที่ลิงค์, คลิกซ้าย Save Target As...)
Lesson 01 - Hello
Lesson 02 - Where are you from
Lesson 03 - What's this
ตำรา Lesson 1 - 3
Lesson 04 - Welcome to my house
Lesson 05 - Is this your disk
Lesson 06 - Who's that
ตำรา Lesson 4- 6
Lesson 07 - What number is this
Lesson 08 - Is the post office open today
Lesson 09 - What do you do on Saturday
ตำรา Lesson 7- 9
Lesson 10 - Let's go to the beach today
Lesson 11 - Where do you work
Lesson 12 - Where's the cereal
ตำรา Lesson 10-12
Lesson 13 - How much does this shirt cost
Lesson 14 - What do you do
Lesson 15 - I'd like to make an appointment
ตำรา Lesson 13-15
Lesson 16 - I don't feel good today
Lesson 17 - Do you want to come with me
Lesson 18 - We're going to take a trip this weekend
ตำรา Lesson 16-18
Lesson 19 - Where were you
Lesson 20 - I haven't seen you in a long time
ตำรา Lesson 19-20
ศึกษาคำศัพท์ที่มักใช้ร่วมกัน ( Collocations)
สวัสดีครับ
ผมได้หนังสือภาษาอังกฤษมาเล่มหนึ่ง ชื่อ "Collocations Dictionary for Students of English" เป็นหนังสือของสำนักพิมพ์ Oxford ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมอยากจะคุยกับท่านในวันนี้
collocation คืออะไร? ผมได้คำอธิบายจาก ที่นี่ ซึ่งบอกว่า "Collocation เป็นการเชื่อมคำ การจัดวางคำ หรือกลุ่มคำ (รวมทั้ง idioms) ที่จำเป็นต้องใช้ร่วมกันในประโยคต่างๆ ที่เจ้าของภาษานิยมใช้ และเห็นว่าถูกต้องตามมาตรฐาน ซึ่งคำที่ใช้ร่วมกันนั้น จะใช้คำอื่นแทนหรือสลับตำแหน่งกันไม่ได้ ถึงแม้ว่าคำที่จะใช้แทนจะมีความหมายเหมือนกันหรือใกล้เคียงกันก็ตาม" ถ้าอ่านแล้วยังงงๆ เชิญ คลิกที่นี่ เพื่ออ่านคำอธิบายเพิ่มเติมครับ
และ Collocations Dictionary ที่ผมได้รับนี้ได้รวบรวม Collocations ไว้อย่างสมบูรณ์มาก
และก็โชคดีอีกครับ ผมไปได้ไฟล์หนังสือเล่มนี้ เมื่อใช้ดูแล้วจึงพบว่า ใช้ง่ายกว่าหนังสือเล่มเสียอีก ตอนนี้ขอให้ท่านดาวน์โหลดไฟล์หนังสือเล่มนี้ซะก่อน เมื่อดาวน์โหลดเสร็จและเปิดไฟล์แล้ว จึงค่อยอ่านคำอธิบายที่ผมจะเขียนต่อไป
(วิธีดาวน์โหลด: คลิกขวา, คลิกซ้าย Save Target As..., คลิก Save)http://home.dsd.go.th/skillcompetition/englishforthais/OXFORD_Collocations_dictionary.zip
เมื่อเข้าไปแล้ว ท่านอาจเจอตัวอักษรลักษณะ code เป็นแถว ๆ ทำให้อ่านไม่รู้เรื่อง
ให้ท่านคลิก ที่คำว่า Index ที่คอลัมน์ซ้ายมือ ก็จะอ่านรู้เรื่องครับ และในคอลัมน์ซ้ายมือ จะเรียงคำศัพท์จากบนลงล่าง จาก A ถึง Z
และถ้าได้ใช้ร่วมกับตำราอีก 2 เล่มข้างล่างนี้ก็จะ perfect เลยครับ คือ
(วิธีดาวน์โหลด: คลิกขวา, คลิกซ้าย Save Target As..., คลิก Save)
Collocations in use และ Dictionary of American Idioms and Phrasal Verbs
ถ้ามีคำถามว่า ทำอย่างไรเราถึงจะจำได้แม่น ๆ ว่า noun ตัวนี้ จะต้องใช้ร่วมกับ adjective หรือ verb หรือ preposition ตัวนั้น ๆ; หรือ verb ตัวนี้ จะต้องใช้ร่วมกับ adverb หรือ noun ตัวนั้น ๆ อะไรทำนองนี้ มันเยอะแยะไปหมด และไม่ใช่ภาษาของเราซะด้วย จะมีทางไหนที่จะทำให้จำได้ง่าย ๆ เพื่อจะได้ใช้ไม่ผิด
คำถามนี้ทำให้ผมนึกไปถึงสมัยเรียนชั้นมัธยม มีเพื่อนหลายคนบอกว่า เขาไม่ชอบเรียนภาษาอังกฤษเพราะไม่ชอบจำ ชอบเรียนประเภทคณิตศาสตร์เพราะเป็นวิชาที่ใช้ความคิดมากกว่า ฟังแล้วรู้สึกดูหมิ่นวิชาภาษาอังกฤษจังเลย กลายเป็นว่าคนที่ชอบเรียนภาษาอังกฤษเป็นคนที่เอาแต่จำ ใช้ความคิดไม่เป็น หรือไม่ชอบใช้ความคิด หรืออย่างน้อยก็แปลว่า คนที่ชอบเรียนคณิตศาสตร์เป็นคนที่ชอบใช้ความคิดมากกว่าคนที่ชอบเรียนภาษา
เรื่องคำในภาษาอังกฤษที่มักไปด้วยกันนี้ (ผมเพิ่งมารู้ตอนโตว่า ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า collocation) ผมไม่เคยท่องจำเลยครับ แต่ก็จำได้มากพอสมควร ที่จำได้ก็เพราะว่า ผมอ่านเยอะ และเมื่ออ่านไปเรื่อย ๆ (และสังเกต) ก็จะค่อย ๆ จำได้ไปเองทีละคำสองคำว่า คำอะไรมักจะใช้ร่วมกับคำอะไร หรือบางคนอาจจะใช้วิธีฟังบ่อย ๆ ก็จะค่อย ๆ จำได้เอง เพราะฉะนั้น ถ้าเราอ่านมาก ๆ - อ่านบ่อย ๆ หรือฟังมากๆ - ฟังบ่อยๆ (+สังเกต)มันจะค่อย ๆ ซึมเข้าไปเองโดยไม่ต้องยัดเยียดสมองให้ต้องจำ และเมื่อถึงเวลาที่เราต้องพูดหรือเขียน เราก็จะพูดหรือเขียนไปตามที่เราเคยอ่านหรือเคยฟังมา การอ่านหรือการฟังมากๆ บ่อย ๆ จึงมีประโยชน์อเนกอนันต์ด้วยประการฉะนี้ ใครที่อยากจะพูดเก่ง-เขียนเก่ง แต่ว่าฟังน้อย-อ่านน้อย ก็มักจะไม่สมหวังเป็นธรรมดา เพราะผลดีต้องมาจากเหตุดี
หนู ๆ ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมลองพิจารณาคำพูดขอองลุงไว้บ้างก็ดีนะ ไม่ว่าหนูจะชอบวิชาภาษาอังกฤษหรือไม่ก็ตาม แต่โลกในปัจจุบันหรือโลกในอนาคต ใคร ๆ ก็หลีกเลี่ยงภาษาอังกฤษไม่พ้น
ไฟล์หนังสือ Collocations Dictionary for Students of English ที่ผมให้ท่านดาวน์โหลดข้างต้น จึงไม่ได้มีไว้เพื่อท่อง และมีไว้เพื่อเป็นที่ปรีกษา เพื่อเช็คว่ากลุ่มคำที่เรามักจะใช้ร่วมกันเมื่อเราพูดหรือเขียน มันเป็นภาษาปกติหรือภาษาตามธรรมชาติที่ฝรั่งเขาใช้กันหรือเปล่า และเช่นกันครับ ถ้าเราปรึกษา Collocations Dictionary บ่อย ๆ และสังเกตบ่อย ๆ เราก็มักจะจำได้ในไม่ช้า ส่วนอีก 2 เล่ม ก็อยู่ในฐานะตำราและแบบฝึกหัดที่เราสามารถใช้เป็นครูส่วนตัวได้อย่างดี
อนึ่ง ถ้าท่านรู้สึกว่า หนังสือ 3 เล่มที่ให้ท่านดาวน์โหลดข้างต้นยากเกินไป ก็ลองอ่านลิงค์เก่าที่ผมเคยเขียนไว้เพื่อปูพื้นไว้ก่อนก็ได้ครับ
ที่นี่ครับ
[127] vocabulary-collocation-phrasal verb-idiom
[422] ประสบการณ์ในการเขียนภาษาอังกฤษ
ผู้หญิงหนีไม่พ้นอยากรู้เรื่องอนาคตที่มองไม่เห็น มีอะไรให้น่าสนใจไปหมด ได้รับเมล์ เทพเจ้าในศาสตร์ของอียิปต์...น่าสนใจดี..เพราะเคยชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นที่นางเอกหลงยุคไปในอียิปต์ ยืดยาวจนเลิกอ่าน แต่เป็นแรงบันดาลใจให้มาสนใจในอารยธรรมโบราณมากมาย... อีกทั้งดูสารคดี เกี่ยวกับอียิปต์มานาน แต่ไม่ได้ล้วงลึกมากมาย พอได้เมล์นี้..น่าสนใจดี...จึงไปค้นหารูปภาพมาช่วยประกอบ จะได้นึกภาพเทพเจ้า ประจำวันเกิดของตนได้ค่ะ อย่าไปงมงาย ถือว่าเป็นความรู้อีกแบบหนึ่งค่ะ
***********************************************
ศาสตร์การดูดวงที่เรารู้จักกันนั้น มีมานานหลายพันหลายหมื่นปี และในอียิปต์โบราณ ก็มีศาสตร์ชนิดนี้อยู่ด้วยพวกเขาเปรียบเทียบลักษณะนิสัยของมนุษย์ว่าอยู่ภายใต้การดูแลของเทพต่างๆ 11 องค์ ดังนี้

The Nile
วันที่ 1 - 7 มกราคม, 19 - 28 มิถุนายน, 1 - 7 กันยายน และ 18 - 26 พฤศจิกายน
ลักษณะของชาวไนล์คือ มีความยืดหยุ่นมากเป็นพิเศษ เป็นคนใจดี มีน้ำใจ และเป็นผู้ฟังที่ดี รวมถึงเป็นคนยุติธรรม น่าเชื่อถือ คุณมักจะเป็นที่พึ่งพาของเพื่อนๆ เสมอ เป็นผู้ให้คำแนะนำ อดทน และคิดถึงคนอื่นเสมอ คุณชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังซึ่งผลตอบแทน อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกเอาเปรียบ คุณก็พร้อมจะลุกขึ้นมาสู้ได้เหมือนกันคล้ายแม่น้ำไนล์ยามไหลเชี่ยวเกรี้ยวกราด เมื่อถึงเวลาอารมณ์เสีย คุณก็หงุดหงิดได้เต็มที่ในเวลาที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ อารมณ์ของคุณจะขึ้นๆ ลงๆ ได้ง่ายมาก และมักนำไปสู่การตัดสินใจที่เลวร้าย คุณเป็นคนที่เมื่อทุ่มเทอะไรแล้ว ก็จะทุ่มเต็มร้อย และพร้อมจะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างนอกจากนี้ คุณจัดการงานต่างๆ ได้ดี และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี ทิฐิมานะ



Amon - Amun Ra - Re
Amon-Ra
วันที่ 8 - 21 มกราคม และ 1 - 11 กุมภาพันธ์
คนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเทพเอมุน รา... เรียกได้ว่าเป็นคนท้าทายอย่างมาก เสน่ห์ของพวกเขาเด่นชัด เป็นพวกดึงดูดคน และไม่ชอบอยู่คนเดียว เป็นคนชอบเข้าสังคมสม่ำเสมอ ชอบสังสรรค์ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ก็ชอบที่จะหลบมุมไปคิดอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้ง ผู้คนชื่นชอบในความกล้าหาญของคุณรวมถึงสมองที่ปราดเปรื่อง และความฉับไวในการตัดสินใจ คุณเป็นคนมีลักษณะของความเป็นผู้นำในตัวเอง และลักษณะนี้จะส่งผลให้คนรอบตัวทำทุกอย่างอย่างมั่นใจ แต่คุณเป็นคนฟิวส์ขาดได้ง่าย และอาจผิดพลาดได้โดยไม่ได้ตั้งใจ หากสิ่งที่หนึ่งที่ไม่ต้องกังวลก็คือ ชีวิตของผู้อยู่ภายใต้การดูแลของเทพเอมุน รา ไม่มีทางตกต่ำอย่างแน่นอน

Mut
วันที่ 22 - 31 มกราคม และ 8 - 22 กันยายน
คนกลุ่มนี้อ่อนไหวง่ายมาก และมักขาดศรัทธาในตัวเอง คุณเป็นคนสุดโต่งสุดๆ วินาทีหนึ่ง เราอาจเห็นคุณร่าเริงสดใส แต่อีกวินาทีต่อมา คุณกลับเศร้าซึม ปวดร้าวซมซาน อย่างไรก็ตาม ความอ่อนไหวนี้เป็นที่มาของจินตนาการที่เจิดจ้า ผู้คนจึงมักตกอยู่ในบ่วงเสน่ห์ของคุณ คุณเป็นคนลึกลับ มีอะไรให้น่าค้นหามากมาย และเป็นคนเข้าถึงยาก กว่าจะไว้ใจใคร ก็ใช้เวลานาน แต่เมื่อไว้ใจใครแล้ว ก็จะทุ่มเททุกความรู้สึกให้สำหรับใครที่คุณรัก คุณจะทุ่มเททุกอย่างให้พวกเขามีความสุขและทั้งๆ เป็นคนลึกลับแบบนี้ แต่คุณเป็นคนชอบอยู่ในกลุ่มคนหมู่มาก ชอบได้รับความชื่นชม เรียกได้ว่าเป็นนักสังคมตัวยงคนหนึ่งทีเดียว

Geb
วันที่ 12 - 29 กุมภาพันธ์ และ 20 - 31 สิงหาคม
พวกคนขี้อาย อ่อนไหว และจู้จี้จุกจิกไม่เบา คุณเป็นคนระมัดระวังในทุกย่างก้าวของตัวเอง แต่ก็เป็นคนฉลาด และรักษาความลับได้ดี เชื่อใจ ไว้ใจได้ คุณมีมุมมองที่ดีต่อทุกคน ทำให้เป็นเสน่ห์น่าประทับใจ ดึงดูดให้คนรัก และรู้สึกดีด้วย แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ คุณมักถูกเอาเปรียบได้ง่าย และถูกครอบงำในเรื่องต่างๆ แม้ว่าคุณจะพยายามฝืน แต่ด้วยบุคลิกที่เป็นคนโอนอ่อน ทำให้คนมักชอบถืออำนาจเหนือคุณ ทางแก้คือ คุณควรจะพยายามเลือกคบคน และใช้สิ่งที่คุณมีให้กับคนที่มีค่าพอ แทนที่จะใช้มันกับคนที่คิดแต่จะเอาเปรียบคุณในทุกๆ ทาง

Osiris
วันที่ 1 - 10 มีนาคม และ 27 พฤศจิกายน - 18 ธันวาคม
กลุ่มคนที่กระตือรือร้นอยู่เสมอ ไม่เคยมีชีวิตที่ธรรมดาเลย... พวกเขาเป็นคนมั่นใจในตัวเอง และมองโลกในแง่ดีเสมอ ใช้ชีวิตแต่ละวันด้วยความเต็มที่ ไม่เคยกลัวอะไร คุณเป็นคนกล้าหาญ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาในสิ่งที่ลงมือทำ คุณคิดเสมอว่าทุกอย่างคือโอกาสทอง และคุณควรก้าวออกไปคว้ามัน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้ว คุณเป็นคนซับซ้อนพอสมควร และออกจะมีความคิดลึก ทำให้คุณเป็นคนสองบุคลิก บางทีก็ดูอ่อนไหว ขึ้นๆ ลงๆ เจ้าอารมณ์ ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเป็นเช่นนี้ คุณมักตัดสินใจพลาดได้ง่ายๆ และเพราะความมองโลกในแง่ดีมากเกินไป ทำให้คุณมักผิดพลาดจากการไม่ระมัดระวัง แต่ก็นั่นแหละ ความน่ารัก และเสน่ห์ของคุณ ทำให้คุณมักได้มิตรภาพที่ดีจากคนรอบตัว และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขที่สุด

Isis
วันที่ 11 - 31 มีนาคม, 18 - 29 ตุลาคม และ 19 - 31 ธันวาคม
กลุ่มคนที่ฉลาด เต็มไปด้วยมุมมองที่น่าสนใจ และหัวใจที่เปิดกว้าง นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยพลัง และความมั่นใจ คุณใช้ชีวิตอย่างกระตือรือร้นเสมอ เพราะคุณเป็นคนประเภทเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง เมื่อมาถึงจุดเปลี่ยน คุณก็สงบเงียบ และพร้อมยอมรับได้โดยไม่โวยวายใดๆ ความมีน้ำใจ และเป็นคนน่ารัก ทำให้คุณเป็นที่รักของทุกๆ คน คุณยังเป็นคนโรแมนติกมากๆ ความรักเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตคุณ แต่แน่นอนว่ามิตรภาพก็สำคัญมากเช่นกัน คุณเป็นคนรักเพื่อนมาก คุณมักยอมตามและใจอ่อนกับเพื่อนๆ เสมอ แต่ไม่เคยยอมปล่อยให้ใครเอาเปรียบแน่ๆ เสน่ห์ และความดึงดูดของคุณเป็นที่สัมผัสได้ อาจจะเรียกได้ว่าตั้งแต่แรกพบเลยทีเดียว

Thoth
วันที่ 1 - 19 เมษายน และ 8 - 17 พฤศจิกายน
เต็มไปด้วยความรู้ และปัญญาที่มากล้น มีลักษณะของความเป็นผู้นำ และมีพรสวรรค์อย่างสูง คุณสามารถเข้าถึงทุกคนได้ง่ายมาก และพร้อมทำให้ทุกคนรู้สึกถึงอำนาจได้โดยไม่ต้องบังคับ หรือบงการใดๆ คุณพร้อมจะเป็นผู้บริหาร และรู้ในศักยภาพของตัวเองเสมอ คุณยังรู้จังหวะเวลาที่ควรจะก้าวออกไปหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง คุณไม่ใช่คนประเภทคิดเรื่องผลประโยชน์ จึงมักใช้สิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกในการดึงดูดผู้คน คุณชอบทดสอบความสามารถของตัวเองเสมอๆ แต่คุณไม่เคยสูญเสียเป้าหมายเดิม สิ่งสำคัญในชีวิตของคุณไม่ใช่สิ่งของราคาแพง แต่เป็นความสุขต่างหากที่คุณต้องการ

Horus
วันที่ 20 เมษายน - 7 พฤษภาคม และ 12 - 19 สิงหาคม
คนร่าเริงใจดี และติดดินมากๆ คุณเป็นเพื่อนกับทุกคนได้ง่ายๆ เข้ากับคนได้ดี และพร้อมจะเสียสละตัวเองเพื่อกลุ่มเสมอ แต่บางทีคุณก็พูดไม่รู้เรื่อง และไม่อดทนเท่าไหร่เลย แต่คุณสมบัติที่ดีมักทำให้คุณได้รับการให้อภัยในทุกๆ ครั้ง บางทีคุณก็เครียดจนขาดเกินไป คุณมักวางเป้าหมายไว้สูงส่ง และมีภาพใหญ่ๆ ในใจชัดเจน และเพราะเหตุผลนี้เอง คุณจึงมักต้องใช้ชีวิตอยู่กับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ คุณเป็นคนอดทน และมั่นใจในตัวเองอย่างมาก พยายามสร้างทุกสิ่งอย่างด้วยมือของตัวเอง แม้ว่าเป้าหมายจะเสี่ยง หรือยากเย็นแค่ไหน คุณก็จะก้าวไปจนกว่าจะถึงมัน

Anubis
วันที่ 8 - 27 พฤษภาคม และ 29 มิถุนายน - 13 กรกฎาคม
กลุ่มคนที่ซับซ้อนเสมอ และลึกลับ มีบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ ไม่ให้ใครได้เห็น คุณเป็นคนน่ามหัศจรรย์มาก และยากที่จะอ่าน สิ่งนี้ทำให้ทุกคนสนใจใครรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ แต่ตรงกันข้าม คุณกลับเป็นคนชอบหลีกหนีสังคม ปลีกตัวออกห่างจากคนอื่น แต่ส่วนตัวแล้ว คุณเข้าใจคนอื่นได้ลึกซึ้ง รู้จักคนอื่นดีกว่าที่คนอื่นรู้จักคุณเสมอ คุณยังเป็นคนอ่อนไหว และซื่อสัตย์มากๆ และสิ่งสำคัญของคุณก็คือ มันนั่นเอง ถ้าหากใครให้ความซื่อสัตย์ต่อคุณ คุณจะภูมิใจ และรู้สึกดีต่อคนคนนั้นมากเป็นพิเศษ คุณเป็นพวกมีอุดมคติ คิดอะไรด้วยใจ ไม่ใช่พวกวัตถุนิยม ทำให้คุณมักผิดหวังได้ง่าย และเจ็บปวด แต่ก็นั่นแหละ คุณทำใจได้เร็ว และพร้อมจะก้าวต่อไปได้เสมอ
Seth
วันที่ 28 พฤษภาคม - 18 มิถุนายน และ 28 กันยายน - 2 ตุลาคม
คนที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความทะเยอทะยาน และอยากจะก้าวขึ้นไปสู่ความยิ่งใหญ่ และความสำเร็จ คุณไม่เชื่อในเรื่องการปล่อยไปตามดวงชะตา แต่พร้อมจะต่อสู้ด้วยตัวเอง และพร้อมจะใช้ทุกสิ่งที่มีต่อสู้มาเพื่อสิ่งที่ต้องการ เมื่อพบอุปสรรค แทนที่จะกลัว มันกลับเป็นความท้าทายให้คุณก้าวต่อไป การเอาชนะอุปสรรค ทำให้คุณภูมิใจ และรู้ถึงความสำคัญของตัวเอง คุณมักมองไปข้างหน้าเสมอ อดีตที่อาจเลวร้ายจะเป็นประสบการณ์ที่ดีของคุณ ทำให้คุณก้าวต่อไปอย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม ข้อเสียคือ คุณมีจุดอ่อน และมักจะพลาดกับมันอยู่เสมอ แต่ข้อดีคือ คุณไม่เคยหยุดความฝัน และไม่เคยท้อแท้ ไม่ว่าอะไรก็ขัดขวางคุณไม่ได้ คุณพร้อมจะต่อสู้ และพร้อมจะลุกขึ้นอีกครั้งเสมอ

Bastet
วันที่ 14 - 28 กรกฎาคม, 23 - 27 กันยายน และ 3 - 17 ตุลาคม
กลุ่มคนที่มีบุคลิกชัดเจนมาก แต่ตามลักษณะธรรมชาติแล้ว คุณมักเป็นฝ่ายรับได้ดีกว่าฝ่ายรุก คุณเป็นคนระมัดระวังตัวมาก และทำให้คุณอาจปฏิเสธโอกาสดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนั่นคือ การพบเพื่อนใหม่ๆ หรือ การพบประสบการณ์ใหม่ๆ คุณเป็นคนขี้อาย และคิดมาก อย่างไรก็ตาม มันถูกซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางมีเสน่ห์น่ารัก และรอยยิ้มของคุณ คุณมีลักษณะที่เป็นมิตร และมีน้ำใจดี ทำให้คุณดึงดูดคนอื่นได้ง่าย นอกจากนี้ พรสวรรค์พิเศษคือ คุณเป็นคนพูดเก่ง และมักพูดอะไรดีๆ กับคนที่กำลังเศร้าใจ หรือหดหู่ คำพูดของคุณคือคำที่คนต้องการ และนั่นทำให้ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้คุณ

Sekhmet
วันที่ 29 กรกฎาคม - 11 สิงหาคม และ 30 ตุลาคม - 7 พฤศจิกายน
คนกลุ่มนี้มีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากคนอื่น เป็นคนที่ยึดเรื่องของอารมณ์เป็นหลัก และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี คุณเป็นคนฉลาด และถูกสร้างมาเพื่อการทำงานหนักไม่ว่าจะทำอะไร คุณมักใส่ทุกความรู้สึกลงไปด้วย คุณเป็นคนตรงต่อเวลามาก ทำงานละเอียด และยากที่จะสร้างความผิดพลาด ซึ่งนั่นทำให้คุณค่อนข้างเครียดกับตัวเอง และตั้งความหวังกับตัวเองไว้สูงไม่ว่าจะเรื่องอะไร คุณมักไม่พอใจในสิ่งที่มีอยู่ คิดมากเสมอ นี่ก็ไม่ดี นี่ก็น้อยไป น่าจะทำได้ดีกว่านี้ ฯลฯ คุณไม่มีวันอดทนกับคนที่ทรยศต่อความรู้สึกของคุณ และใครที่ทำให้คุณเสียใจ ผิดหวัง คุณจะปิดความรู้สึกที่มีต่อเขาทันที สิ่งที่ต้องระวังคือ คนบางคนที่เห็นประโยชน์จากตัวคุณ พวกเขามักใช้ภาพลักษณ์ที่ดูดี เพื่อหาประโยชน์จากความซื่อสัตย์ และความสามารถที่ล้นเหลือของคุณ
......แม่นบ่......
ที่มา : Forwarded Mail
----------------------------------------------------------------------------------------------------
ในขณะที่คนไทยยกย่องให้ "ทุเรียน" เป็นราชาและ "มังคุด" เป็นราชินีแห่งผลไม้
เป็นที่ยอมรับกันว่าทุเรียนไทยมีรสชาติอร่อยและคุณภาพดีที่สุดในโลก ปัจจุบันมีการส่งออกไปขายยังสาธารณรัฐ ประชาชนจีนมากที่สุด ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคมของทุกปี ทุเรียนจากเขตพื้นที่ ภาคตะวันออกจะออกสู่ตลาด คนไทยนิยมบริโภคทุเรียนกันมากมีผลทำให้ผลไม้ชนิดอื่น ๆ ที่ออกสู่ตลาดในช่วงเวลาเดียวกันมีราคาตกต่ำ ในขณะเดียวกันมักจะมีคำเตือนจากหมอว่าไม่ควรกินทุเรียนในปริมาณมากเกินไป บ้างก็ว่าในเนื้อทุเรียนมีปริมาณแป้งและไขมันสูง เป็นของแสลงของผู้ป่วยโรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูงและคนที่กลัวอ้วนทั้งหลาย
ขณะนี้มีเรื่องที่น่ายินดีที่จะทำให้คนที่บริโภคทุเรียนได้สบายใจขึ้น เพราะทุเรียนไม่ได้มีแต่เพียงความอร่อยอย่างเดียว รศ.ดร.ระติพร หาเรือนกิจ, รศ.ดร.สุมิตรา ภู่วโรดม จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกับ Professor Dr.Shela Gorinstein จากมหาวิทยาลัยฮิบบรูและคณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยการเกษตรวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ได้ทำการศึกษาเชิงลึกของประโยชน์จากทุเรียนมีส่วนในการลดไขมัน ในเส้นเลือดในห้องปฏิบัติการและเมื่อทดลองกับหนูพบว่า ทุเรียนมีสารโพลีฟีนอลและสารฟลาโวนอยด์ ในปริมาณสูงเมื่อเปรียบเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น โดยสารทั้ง 2 ชนิดนี้มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ
จากงานทดลองพบว่า
ทุเรียนที่มีความสุกพอดีจะมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าทุเรียนดิบหรือทุเรียนที่สุกเกินไป (ที่เรียกกันทั่วไปว่าทุเรียนปลาร้า) และยังพบว่าทุเรียน พันธุ์หมอนทอง มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระดีกว่า พันธุ์ชะนี และ พันธุ์ก้านยาว นอกจากนั้นเมื่อมีการตรวจวิเคราะห์ แร่ธาตุอาหารที่มีอยู่ในเนื้อทุเรียน อ.สุมิตรา บอกว่า ทุเรียนมีปริมาณเส้นใยอาหารและธาตุเหล็กสูงมากซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เมื่อมีการเปรียบเทียบทุเรียนพันธุ์หมอนทองกับผลไม้เมืองร้อนชนิดอื่น พบว่ามีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่า สละ, มังคุด, ลิ้นจี่, ฝรั่ง และมะม่วงสุก ตามลำดับ
คณะผู้วิจัยยังได้นำทุเรียนไปเลี้ยงหนูทดลอง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่พิสูจน์ว่าทุเรียนมีดีจริงไม่ใช่ เพียงข้อมูลในห้องปฏิบัติการเท่านั้น จากการเลี้ยงหนูทดลองด้วยอาหารที่ผสมทุเรียนกับคอเลสเตอรอล พบว่า หนูทดลองที่ได้รับทุเรียนหมอนทองในอาหาร สามารถลดสารคอเลสเตอรอลทั้งหมดได้ 16% และลด LDL คอเรสเตอรอลได้ถึง 31.3% เมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ได้รับอาหารที่มีคอเลสเตอรอล ผสมอย่างเดียว จากการทดลองในครั้งนี้ทำให้พบว่าถึงแม้ว่าในเนื้อทุเรียนจะมีปริมาณไขมันมากแต่ส่วนใหญ่เป็นไขมันดีที่มีประโยชน์ ต่อร่างกาย
จากงานทดลองในครั้งนี้ทำให้เห็นว่าทุเรียนจัดเป็นผลไม้ไทยอีกชนิดหนึ่งที่สามารถบริโภคเป็นอาหารและยาจัดเป็นผลไม้สุขภาพอีกชนิดหนึ่งของไทยแต่ควรจะบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ
-------------------------------------------------------------------------------
...ไม่น่าเชื่อ.... แต่ก็เป็๋นไปแล้ว...ทีนี้...กินทุเรียน ไม่กลัวอ้วนแล้วนะจ๊ะ
ได้จากเมล์หลายวันแล้ว เพิ่งมีโอกาสมาโพสต์ ฝากกัลล์ค่ะ หุย ว่าอ่านแล้วดีนะ
1. คาถาคนทำงาน
ขั้นแรก...ท่อง นะโม 3 จบ ก่อน แล้วจึงค่อยท่องคาถานะ
อาจจะมี ... เซ็งไปบ้าง...ในบางครั้ง
อาจจะมี ...เบื่อกันบ้าง.... ในบางหน
อาจจะมี ...เหม็นขี้หน้า...กับบางคน <====== อันนี้ โดน
พยายามทน ทำงานไป เพราะได้ตังค์ <====== อันนี้ โดนก่า
2. คาถาปล่อยวาง
กูว่าแล้วในโลกนี้มีปัญหา
เขาไม่ด่า ก็ชื่นชม หรือเฉยๆ
สาม ประเภทที่ว่านี้มิเปลี่ยนเลย
จงวางเฉยใครถือสาเป็นบ้าตาย
3. คำสอนของพระพุทธเจ้า
อย่าไปนึกว่า 'คนอื่น' เหนือ กว่าเรา เพราะทำให้เกิดปมด้อย
อย่าไปนึกว่า 'คนอื่น' ต่ำ กว่าเรา เพราะทำให้เกิดทิฐิ
อย่าไปนึกว่า 'คนอื่น' เสมอ เท่าเรา เพราะทำให้เกิดการแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น
จงนึกเสมอว่า 'คนอื่นทุกคน' เป็นเพื่อนรวมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมด
























สูตรส่วนผสมตัวยา
1.น้ำใจเพื่อนที่ปรารถนาดี 5 กรัม
2.น้ำตาพ่อแม่ที่รักเรา 10 หยดหรือมากกว่านั้น
3.ความเข้มแข็ง 10 ช้อนชา
4.รากแห่งศักดิ์ศรี 10 กรัม
5.ใบเจ็บแล้วจำ 5 ใบ
6.ความใฝ่ดี 5 ช้อนชา
7.ความเข้าใจ(ในรัก) 5 ช้อนชา
8.สติ 20 กรัม
9.สมาธิ 5 กรัม
10.ปัญญา 20 กรัม
11.น้ำล้างตา(ให้สว่าง) 2 ฝา
12.ความรักตัวเอง เท่ากับกำปั้นของผู้ใช้ยา
วิธีปรุงยา
ทันทีที่อกหัก ให้รีบนำส่วนผสมทั้งหมดมาบดให้ละเอียด
แล้วผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ปั้นเป็นรูปหัวใจเล็กๆ..
(เพื่อความน่ารัก)..ใส่ขวด..อย่าลืมติดฉลาก"ยาแก้อกหัก"
วิธีใช้
ให้กินวันละ 3 ครั้งหลังอาหาร จนกว่าจะหายจากอาการเจ็บอก
ยานี้ไม่มีวันหมดอายุ สามารถเก็บไว้รักษาโรคอกหักได้ตลอดไป
เรียนพูดอังกฤษกับ mp3 ที่ใช้สอนเด็กอนุบาลฝรั่ง
สวัสดีครับ
ผมเข้าใจว่าสำหรับคนไทย เรามีปัญหาเรื่องการพูดและการฟังมากกว่าการอ่าน บางคนสามารถอ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้รู้เรื่องเป็นเล่มๆ แต่พอมาถึงเรื่องการฟังและการพูด แม้เป็นข้อความเดียวกัน เราอ่านรู้เรื่องแต่อาจจะฟังไม่รู้เรื่อง ยิ่งให้พูดสด ๆ ยิ่งไปกันใหญ่
การฟังและการพูด ต้องฝึกไปพร้อม ๆ กัน ฝึกจากง่ายไปยาก
ผมไปเจอเว็บ ๆ หนึ่ง มีชุดการศึกษาภาษาอังกฤษ Stories to Read, Words to Know ตำราชุดนี้ประกอบด้วย หนังสือและไฟล์ mp3 ทั้งหมด 10 ชุด คือชุด A ถึง ชุด J แต่ละชุดมีทั้งหมด 12 Story รวมทั้งหมดก็เป็น 120 Story ที่เราจะได้เรียน
ตำราชุดนี้เขาใช้สอนเด็กฝรั่งระดับอนุบาลจนถึงชั้นประถมต้น แต่ผมเห็นว่าสำหรับเราคนไทยที่โตแล้วก็เรียนได้ไม่น่าอายอะไรหรอกครับ
วิธีการเรียนกับตำราชุดนี้มีดังนี้
เที่ยวที่ 1 Read Along: - เราซึ่งเป็นผู้เรียนฟังเสียงจากไฟล์ mp3 พร้อมกับอ่านหนังสือตามไปในใจโดยไม่ต้องออกเสียง (แต่ผมไม่สามารถหาไฟล์หนังสือให้ท่านได้) ผมขอแนะนำให้ท่านจดตามไปด้วยตามที่ได้ยิน จดได้ไม่ครบก็ไม่เป็นไรครับ ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น
เที่ยวที่ 2 Echo Reading: - เราซึ่งเป็นผู้เรียนฟังเสียง mp3 ทีละวลีหรือทีละประโยค หรือทีละย่อหน้าสั้น ๆ และใน mp3 นี้จะมีเสียงนักเรียนออกเสียงตาม เราเองก็ออกเสียงตามไปด้วยในเที่ยวนี้แหละครับ
ผมว่า mp3 ลักษณะนี้ดีมาก ไม่ว่าท่านจะเป็นครูที่เอาไปใช้สอนเด็ก หรือเป็นผู้ฝึกหัดด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนกันเป็นกลุ่ม บางทีเด็กอาจจะไม่กล้าออกเสียงเพราะกลัวออกเสียงผิด การที่เขาทำ mp3 ให้มีเสียงเด็กนักเรียนออกเสียงและเราในฐานะผู้เรียนก็ออกสียงตามไปด้วย จะทำให้เราไม่เขินและมั่นใจที่จะฝึกหัดพร้อมเพื่อน ๆ
ในฐานะที่เป็นบทเรียนสำหรับชาวต่างประเทศเช่นพวกเรา ผมเห็นว่าตำราชุดนี้ มีคุณภาพดีเรื่องทั้งสำนวน ภาษา เนื้อหา วลี ประโยค ที่เจ้าของภาษาใช้เป็นตำราสอนผู้เริ่มต้นศึกษาภาษาอังกฤษเช่นพวกเรา
โชคร้ายนิดนึงครับ คือผมหาตำราไม่ได้ ได้มาเฉพาะ mp3 แต่ก็เห็นว่าไม่น่าจะยากเกินไปสำหรับอาจารย์ที่จะใช้สอนเด็ก หรือท่านที่ต้องการฝึกออกเสียงหรือฝึกพูด เพราะมีแต่ถ้อยคำง่าย ๆ แม้ไม่มีตำราก็ฟังรู้เรื่อง หน้าที่ของเราคือ ฝึกฟัง, ฝึกเขียนตามไปบ้าง, ฝึกพูดตาม, และเอามาฝึกพูดเองทีหลัง ยิ่งฝึกมากเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น
วิธีคลิก
1. ไปที่เว็บนี้
http://fiction.podcast.com/
2. พิมพ์คำว่า Stories to Read, Words to Know ลงในช่อง
search for podcasts: และคลิก Search
3. เราจะพบว่ามีบทเรียนให้เรา 10 บท (Level) ตามข้างล่างนี้, Level A ง่ายสุด, Level J ยากสุด แต่น่าจะไม่ยากเกินไปสำหรับพวกเราที่โตแล้ว
Stories to Read, Words to Know, Level A
Stories to Read, Words to Know, Level B
Stories to Read, Words to Know, Level J
Stories to Read, Words to Know, Level I
Stories to Read, Words to Know, Level C
Stories to Read, Words to Know, Level D
Stories to Read, Words to Know, Level G
Stories to Read, Words to Know, Level H
Stories to Read, Words to Know, Level E
Stories to Read, Words to Know, Level F
4. เมื่อท่านคลิกที่บรรทัด Level ใดก็ตาม (น่าจะเรียนไปตามลำดับ คือ Level A B C D E F G H I และ Level J) และรอจนดาวน์โหลดเสร็จ ให้ท่านคลิกที่ view all episodes ซึ่งอยู่เหนือ Story บนสุด ท่านจะเห็น Story ที่ 1 ถึง 12 แต่อาจจะไม่ได้เรียงตามลำดับเลขน้อย - มาก
5. เมื่อถึงเวลาศึกษา ผมขอแนะนำให้ท่านคลิกศึกษา ตั้งแต่ Story 1, 2, 3 ไปเรื่อย ๆ จนถึง Story 12 โดย
- หากต้องการฟังทันทีขณะต่อเน็ต ให้คลิกที่ปุ่มกลม Play Now ซึ่งอยู่ที่ด้านขวาของชื่อ Story
- หากต้องการดาวน์โหลดไฟล์ mp3 เพื่อเก็บไว้ฟัง ให้คลิกขวาที่คำว่า DOWNLOAD, และคลิกซ้าย Save Target As....
ที่เว็บนี้ ถ้าท่านมีปัญหาไม่สามารถคลิกย้อนกลับ (Back) ก็ให้ทำเหมือนเดิม คือ พิมพ์คำว่า Stories to Read, Words to Know ลงในช่อง
search for podcasts: และคลิก Search, คลิก Level, และ คลิก Story ที่ต้องการ
ขอให้สนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษนะครับ
ที่มา : Forwarded Mail
...ลองตรวจสอบตัวเองว่า....ความสุขของคุณอยู่หนใด....
คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ร่ำรวย คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ
แต่คนที่มีความสุขที่สุดในโลกคือ คนที่มีความสบายใจเท่านั้นเอง และความหมายของความสบายใจ คือ
** <--- เป็นความเห็นส่วนตัวจ๊ะ **
หนึ่ง เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เชื่อว่าคุณมีดี คุณน่าคบหา และคุณทำได้ <--- มีมากไปก็เรียกว่าหลงตัวเอง
สอง รู้จักตัวเอง ยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเอง และพร้อมจะปรับปรุงเสมอ <--- ถ้าแก้ยาก ก็ไม้แก่ ละสิท่า ฮิฮิ
สาม ไม่ดื้อดึง ถ้าวันวานคุณเคยทำผิดพลาด คุณก็ยินยอมเปลี่ยนแปลงและรับฟังคนอื่น <-- เรื่องดื้อนี่แก้ยาก...ปกติยอมรับฟังนะ ทำไม่ทำอีกเรื่อง
สี่ เห็นค่าของตัวเอง คุณไม่คิดว่าตัวเองช่างไร้ค่า คุณจึงมีความสุขในใจเสมอ <-- แน่นอน ข้อนี้..ต้องรักตนเองให้เป็นก่อนไปรักคนอื่น
ห้า วิ่งหนีความทุกข์ เมื่อรู้ตัวว่าตกลงไปในความทุกข์ คุณก็รีบหาทางหลุดพ้น ไม่จมอยู่กับมัน <-- เลิกพายเรือในอ่าง หาทางออก พ้นทุกข์
หก กล้าหาญเสมอ คุณกล้าเปลี่ยนแปลงและกล้ารับมือกับสิ่งแปลกใหม่หรือปัญหาต่างๆ <-- บ้า กับ กล้า..เหมือนกันมั้ย..กล้าดีกว่า บ้า นะ
เจ็ด มีความฝันใฝ่ เมื่อชีวิตมีจุดหมาย คุณก็จะเดินไปบนถนนชีวิตอย่างมีความหวัง ไม่เลื่อนลอย <-- สักวันฝันจะเป็นจริง ถ้าเดินอย่างมีจุดหมาย
แปด มีน้ำใจอาทร คุณพบความสุขในใจเสมอถ้าเป็นผู้ให้แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน <-- ทำงานเพื่อสังคม เสียสละ อุทิศตนต่อผู้ด้วยกว่า
เก้า นับถือตัวเอง ไม่ดูถูกตัวเองด้วยการลดคุณค่าและทำในสิ่งที่เสื่อมเสียต่อตัวเอง <-- มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่สักขาว ดำ...แต่ไม่วัดกันที่หัวเข็มขัดนะ
สิบ เติมสีสัน สร้างรอยยิ้มให้ชีวิตของคุณและคนรอบข้าง รู้จักหยอกล้อคนอื่น ๆ และตัวเองด้วย <-- ยิ้มเท่านั้น เป็นประตูบานแรกในการหามิตร
ความสุขนั้นคือพอใจกับวิถีชีวิตของตัวเอง และวางฝันของตัวเองตามกำลังที่ตนทำได้ การได้รับวัตถุและความสำเร็จในหน้าที่การงาน ทำให้คุณพึงพอใจและยกระดับฐานะของคุณเท่านั้น เป็นการสร้างเสริมความสุขเพียงภายนอก และมันมิได้อยู่กับคุณอย่างมั่นคงถาวรตลอดไป เพราะคนเรานั้นย่อมมีความต้องการเพิ่มขึ้นเสมอไม่มีวันหยุดนิ่ง
ความสุขที่แท้จริงเกิดจากข้างในจิตใจของคนเรา และถ้าจิตใจของคุณไม่ว่าง เต็มไปด้วยอารมณ์อันตรายต่าง ๆ ความสุขก็จะเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง เพราะความสุขนั้นมักเกิดขึ้นท่ามกลางความสงบเสมอ
ชีวิตของคนเรานั้นไม่ยืนยาวนัก คุณสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องมุ่งหวังยามแก่เฒ่า ค่อยอยู่อย่างสงบสุขอย่างที่หลายคนเชื่อกัน เชื่อเถอะ เราจะสามารถมีความสุขที่สุดในโลกได้ ในตอนนี้ ถ้าเราเริ่มจากตัวเราเอง !!!
เรื่องกลัวผี ใครๆก็รู้ว่า คุณแม่นี่แหละตัวดีนักแล คือกลัวมากๆ เรียกว่าขี้ขึ้นสมองเลยก็ว่าได้ สมัยเป็นเด็กดูแต่หนังผีตลอด แถมพี่เลี้ยงก็เล่าให้ฟังอยู่เรื่อย ( บางทีเค้าไม่ได้เล่าให้เราฟังหรอก อยากแจมเองก็มี ) จนมันฝังแน่นอยู่ในขมอง พอโตและเริ่มเป็นคุณแม่ ความกลัวนี้ก็ยังอยู่ไม่เคยเสื่อมคลาย แต่ด้วยความที่เป็นแม่คน เวลาที่เราต้องอยู่กับลูกต้องทำเป็นว่า ข้านี้ไม่กลัวเล้ย ( จริงๆ กลัวแทบแย่ ) แต่ที่ต้องทำเป็นเก่ง เพราะไม่อยากให้ลูกกลายเป็นเด็กขี้กลัว( เหมือนเรา )
โทรทัศน์ หรือโรงหนังเดี๋ยวนี้มีแต่หนังผีเยอะมาก พอลูกดูแล้วก็จะกลัว ( พยายามเปลี่ยนช่องเวลามีหนังผีฉาย คือไม่อยากให้ดู และข้อสำคัญแม่เองก็ไม่อยากดูเหมือนกัน ) พยายามบอกลูกว่าไม่มีผีหรอก หิ้งพระก็อยู่ตรงนี้ พระท่านจะคอยดูแลเราให้ปลอดภัยอยู่แล้ว ( ถ้ามีผีก็ไม่กล้ามาหรอก เพราะกลัวพระไง - อันนี้ไม่ได้บอกลูกหรอก ขืนพูดงี้ ก็แสดงว่ามีผีจริงๆนะสิ )
มีครั้งนึง ไปงานศพเพื่อน พอกลับมาตอนดึก ลูกๆยังไม่นอนเพราะว่าพรุ่งนี้หยุดเรียน นั่งดูหนังผีกับพี่เลี้ยงก็เลยพากันกลัว พอเคุณแม่กลับมาก็ตามเราแจ เรียกว่าแทบจะหนีบติดไปแปรงฟัน ไปเข้าห้องน้ำกันเลย ไอ้เราก็ชักจะรำคาญเลยพูดว่า " ไม่มีผีหรอก กลัวทำไม เคยเห็นผีเหรอ "
ลูกสาว 5 ขวบตอบเราพร้อมชี้มือมาข้างๆตัวเราและตอบว่า " มีค๊ะมี ยืนอยู่ข้างๆแม่ไง "
เท่านั้นแหละ คุณแม่เทบช๊อก ตาเหลือก ใจรัวถี่ยิบ มองตามนิ้วที่ลูกชี้มาข้างๆเรา รู้สึกขนหัวรุกพรึบ แต่ก็ยังปากเก่ง+แข็งว่า " ไม่มีหรอกลูก " แล้วรีบพาลูกๆไปไหว้พระ ให้นอนหลับฝันดี และเข้านอนทั้งหมดเลย แหม! ไม่เคยกลัวอย่างนี้เลยนะ กลัวอย่างบอกไม่ถูก ( ทำไมเป็นแม่คนถึงลำบากปานนี้นะ ......อยากกรี๊ด !!! )
หายหน้าไปเป็นช่วงๆ เพราะตั้งแต่ปีใหม่มา ก็เริ่มมีงานให้ได้ยุ่งกัน ไม่ได้แวะเข้ามาเล่าอะไรอีกเช่นเคย
หลังจากที่ไปยืนขาแข็งไปขายทัวร์อาทิตย์ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ขายดีอย่างกับเทน้ำทิ้ง เพราะคนเริ่มกล้าออกมาจับจ่ายใช้สอยเพื่อความสุขส่วนตัวและครอบครัวในช่วงปิดเทอม คนเดินชมบูธกันอย่างแออัดอย่างชนิดที่คาดไม่ถึง ตัวหุยเองไปช่วยเพื่อนขายแพคเกจดำน้ำหมู่เกาะสุรินทร์ ยืนขาแข็ง พูดจนเมื่อยปาก เพราะคนถามๆๆ กันมาก (บูธโดดเด่นด้วยภาพน้ำทะเลใส่แจ๋ว และที่พักอันสะดุดตา) เรียกว่า ไม่เคยออกงานบูธแล้วเจอลูกค้า ออกันแน่นขนาดนี้ ทำลายสถิติที่เขาเคยขายได้มาก่อน ( ไม่รู้ว่าเพราะคนแน่น หรือเราขายเก่ง ฮ่าๆ )
อาทิตย์ต่อมา ต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ก็ไปช่วยเขาอีกรอบ แต่ช่วยได้แค่วันเดียวเพราะติดออกทัวร์ หนีไปทะเลใกล้กรุงเทพฯ ที่ปราณบุรี แค่วันแรกๆ ที่ไปขายก็ยังไม่หลามเหมือนงานแรก เพราะทำเลบูธไม่ค่อยดีด้วย (จะว่าไม่ดีก็ไม่เชิง เพราะติดกับที่ขายอาหาร เปรมพนักงานมากกว่า ) แต่ก็มีลูกค้าเก่าตามมาหา มาจองกันหนาแน่นพอสมควร แต่ตัวเองก็ระเห็จไปออกทัวร์เสีย 3 วัน ไม่ได้แสดงฝีมือในการขาย แต่ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี
แต่ที่เราต้องทำงานกันสุดฤทธิ์ คือ เรื่องทัวร์ช่วงสงกรานต์ที่จะต้องจัดให้ลูกค้าไป (รวมรถ-ไปกลับ จากกรุงเทพฯ)นี่สิ ... กำลัง ขายกันให้เต็มรถ ไม่งั้นตกงาน ก็คราวนี้ค่ะ เห้อ...ใครสนใจก็มา..ไปเที่ยวกันได้ ยินดีต้อนรับไปทะเลกันดีกว่า .....ติดตามอ่านได้ที่นี่ค่ะ
โปรแกรมเที่ยววันที่ 11-14 เมษายน ดำน้ำหมู่เกาะสุรินทร์ - ล่องเรือพีส (รุ้จักป่าว) อาบน้ำแร่ระนอง
หลังจากได้ระบายความในใจเรื่องผลกระทบการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากข่าวการสลายตัวของม๊อบ อย่างน้อยระบบหายใจของผู้ประกอบการบางส่วนที่รวยระริน ได้ขาดใจตายไป บางส่วนเหมือนได้รับการปั๊มหัวใจให้ทำงานเองได้อีกระยะหนึ่ง ซึ่งต้องมีการเยียวยาหลายๆ ทางก็ว่ากันไป...เพื่อนๆ ในวงการซึ่งได้รับการยกเลิกการจองต่างๆ ที่นั่งกุมขมับกับรายได้ในอนาคตก็ต้องมานับหนึ่งก้นใหม่ ซึ่งยังไม่รู้ทิศทางของการเรียกความเชื่อมั่นของภาครัฐว่าจะทำได้มากน้อยสักเพียงใด แต่ก็ยังไม่อยากเชื่อยาหอมที่เห็นเพียงไม่กี่วินาทีในการประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ เท่าใด มันต้องไปวัดกับผู้ประกอบการรายตัวกระมัง
ส่วนตัวได้วางแผนลงมาเยี่ยมน้องๆ ที่มาฝึกงานที่ท่าเรือฯ และเพื่อนฝูงที่ทำงาน...ถือโอกาสติดเรือไปดำน้ำดูปะการังที่หมู่เกาะสุรินทร์ ที่โปรดปรานที่สุดแห่งหนึ่ง กะว่าไปลงแรงช่วยดูแลลูกค้าด้วย เพราะทุกทีไม่มีพลาดต้องเอี่ยวไปแช่น้ำกะเขาสักทริปนึง นี่คือช่วงวันหยุดยาวของคนไทย...วัดดัชนีปริมาณของนักท่องเที่ยวลดลงอย่างน่าใจหาย ส่วนหนึ่งจากผลพวงของเศรษฐกิจที่รัดเข็มขัด คนไม่อยากจับจ่ายใช้สอยเท่าใด และเจอผลกระทบที่โดนยกเลิกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่บินมาไม่ได้ ยาวต่อเนื่องถึงโปรแกรมการท่องเที่ยวอีก...จากที่เคยมีลูกค้าตูมตามทำงานกันหัวปั่น รับรองกันไม่หวาดไหว มีแรงเท่าใดลงกันเต็มที่เพื่อดูแลลูกค้า มาคราวนี้ ชิวๆ เลย..ขึ้นเกาะ..นักท่องเที่ยวบางตาจนเหมือนเป็นการเที่ยววันธรรมดาที่ไม่ใช่เทศกาล...มันเป็นไปแล้วค่ะ....
งานนี้ไหว้พระเก้าวัดอธิษฐานกี่รอบก็ไม่รู้ว่า...นักท่องเที่ยวจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ อาทิตย์หน้าก็วันหยุดต่อเนื่อง...รอดูจากคริสต์มาส และปีใหม่ ซึ่งในรายการจองยังหร๋อมแหร๋ม วัดความมั่นใจไม่ได้เลยว่าจะมีรายได้ต่ออายุธุรกิจท่องเที่ยวได้แค่ไหน....พ่อแม่พี่น้องครับ...นี่แค่เริ่มต้นจากเศษซากของสิ่งที่เหลือจาก.....ต่อจากนี้พยายามเยียวยากันเถอะ ...ไม่ได้ต้องการเรียกร้องว่าต้องมาเที่ยวนะ พวกเราจะตายแล้ว เพียงแค่เราต้องสำนึกมีสติตลอดว่าพร้อมที่รับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงแบบนี้เสมอ แต่อย่าบ่อยนัก...เราตายคนเดียว อย่าให้ต้องลากลูกน้อง ลูกจ้าง เพื่อนร่วมธุรกิจเกี่ยวเนื่องไปให้หมดประเทศเลย....
อ๊ะ..เครียดกันยกใหญ่...เอาเป็นว่า...ได้ไปลงน้ำทะเลสีครามใสแจ๋วมาแล้ว..เจอปลาน้อย ใหญ่หลากสีสวยงาม ปะการังสารพัดแบบรอรับนักท่องเที่ยวให้เข้าไปชมในช่วงเปิดฟ้าอันดามันในปีนี้แล้ว...ใครที่หมายตาว่าจะไปก็วางแผนลงมาได้เลย ใครใคร่ไปยอดดอยหาความหนาวเหน็บไม่ผิดเช่นกัน เพราะสายงานก็ไปดอยกันรายงานมาเช่นกันว่า หนาวได้ใจเลยจ๊ะ ดังนั้น ความเครียดต้องรักษาด้วยการปล่อยวาง และหาออกไปหาธรรมชาติหนีความวุ่นวาย ชาร์ตแบตตารี่ ให้กับตัวเองต่อไป...
ก่อนหน้านี้ไ้ด้รับข่าวด้านไม่ดีของบริษัททัวร์ที่เชิดเงินลูกค้า เช่น จองทัวร์แล้ว ลูกค้าจ่ายเงินเรียบร้อย พอถึงเวลาไม่มีทัวร์ออก คนเชิดเงินไปฟรีๆ ก็มี โกงกันเองก็มี ไปหลอกบริษัทฯ ทัวร์ด้วยกันให้ออกตั๋วเครื่องบินให้ มีเครดิตกันมา 1-2 หน ก็ชำระดี ตรงเวลา (ให้ตายใจ) พอรอบที่ 3 ได้เรื่องเลย ...ออกตั๋วไปให้ แต่ไม่จ่าย หายแน่บไปเลยก็มี ไม่ใช่แค่ใบสองใบนะ เป็นกรุ๊ป หลายสิบใบเลย...อ่วมอรทัยไปเลยค่ะ ดังนั้น ไม่แปลกใจที่บางครั้ง..การทำงานบริษัทฯ ทัวร์เล็กๆ อย่างเราอาจจะไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ ...แต่ไอ้ที่ใหญ่ๆ น่าเชื่อถือ ก็เชิด ปิดหนีก็ไปก็มีค่ะ เอาเป็นว่าเรามีจรรยาบรรณ เห็นไว้เป็นอุทาหรณ์ มีอะไรก็นำมาบอกเล่ากันบ้างค่ะ
วันนี้ได้รับโทรศัพท์ จากเพื่อนวงการทัวร์ มาเล่าเรื่อง..ความซวยที่โดนโกง จากผู้ประกอบการด้วยกัน
เริ่มจาก...มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ จองห้องพัก จองรถรับ-ส่ง จากเวบไซด์แห่งหนึ่ง เพื่อนได้รับการจองจากเวบไซด์นี้ใช้รถรับ-ส่งจากเพื่อนให้ไปรับลูกค้าคณะนี้ ...
เมื่อไปรับคณะ...ไม่รู้คุยกันยังไง...คงช่วยโทร. ยืนยันการเข้าพักในโรงแรมที่จองผ่านเวบไซด์นี้ ปรากฎว่าทางโรงแรมไม่มีการจองจากเวบไซด์นี้ (ลูกค้าจ่ายผ่านบัตรเครดิตแล้ว) จึงโทร ติดต่อกับบริษัทฯ ตามหมายเลขในเวบไซด์ ปรากฎว่าไม่สามารถติดต่อได้ เวบไซด์ดูดีมีระดับด้วยนะ..
เพื่อนก็ลองโทร. ให้คนรู้จักในจังหวัดไปตระเวนหาบริษัทฯ ตามที่อยู่ที่ลงในเวบไซด์ ปรากฎว่าได้ปิดตัวลงไปแล้ว เพื่อนจึงต้องให้นักท่องเที่ยวไปแจ้งความ และตัวเองก็ต้องแจ้งด้วยเพราะ..คงไม่มีใครมาจ่ายเงินค่าไปรับนักท่องเที่ยวนี้แล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะตามหาตัวการเวบไซด์แห่งนี้ได้หรือไม่....และที่เจ็บแสบกว่านั้นก็คือ...ได้ติดต่อไปยัง ททท. ในภาคที่เกี่ยวข้อง ว่า...จะทำการอะไรที่ไม่ให้เวบไซด์นี้เปิดต่อไป..ททท..บอกว่าทำอะไรไม่ได้..(ปล่อยให้มันหลอกลวงต่อไปอีกหรือ) แต่ว่า..วันนี้ได้ลองโทร.ไปตามเบอร์ที่มีในเวบฯ เป็นเสียงตอบรับว่าสายนี้ได้งดใช้บริการชั่วคราวอะไรประมาณนี้ค่ะ
มิจฉาชีพที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี ใช้ในทางมิชอบ เพื่อเอาผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงความรับผิดชอบ เช่นนี้ ...จึงอยากเตือนสมาิชิก ที่ใช้บริการทางเวบไซด์ ให้พิจารณารอบคอบก่อนจะตัดสินใจใช้บริการต่างๆ เหล่านี้ (ดีก็มี แต่ชั่วนี่ไม่รู้จะพิสูจน์อย่างไร)
ขออนุญาตยังไม่บอกว่า เป็นเวบไซด์อะไร....ขอให้เพื่อนเขาได้ความอะไรบ้างแล้วจะมาส่งข่าวให้ทราบค่ะ
